12 วิธีแก้ไอให้หายไวไว ลองทำดู ได้ผลแน่นอน!

อาการไอ เป็นอาการที่สร้างความอึดอัด ทรมานใจแก่ตัวผู้ป่วยมากทีเดียว ยิ่งไอช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาด ยิ่งทำให้ผู้คนหวาดระแวงเรากว่าเดิม เพราะกลัวว่าเราจะติดโควิด19 แล้วแพร่เชื้อไปให้เขาหรือเปล่า! ฉะนั้นเมื่อมีอาการไอ ใคร ๆ ก็คง อยากหายไอไวไว กันใช่ไหมล่ะ? งั้นตามมาดู 12 วิธีแก้ไอให้หายไวไว สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว กันเลยดีกว่า!

เมื่อมีอาการไอ ควรเลือกใช้ยาแก้ไอยังไงดี

อาการไอ เกิดจากอะไร?

อาการไอ (Cough) เกิดจากการที่มีสิ่งกระตุ้น หรือมีสารระคายเคืองบริเวณ ระบบทางเดินหายใจส่วนบน และล่าง เช่น เสมหะ ละอองฝุ่น และควัน เป็นต้น ทำให้มีการส่งสัญญาณไปที่บริเวณสมองส่วนควบคุมการไอ และส่งสัญญาณมาที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อกระบังลม ทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดลม จึงเกิดอาการไอขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองของร่างกาย เพื่อกำจัดเชื้อโรค เสมหะ และสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจ

โดยอาการไอ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายนอก สารกระตุ้นที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ อากาศแห้ง หรือการหดเกร็งของหลอดลม

เราสามารถแบ่งอาการไอได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ไอเฉียบพลัน และ ไอเรื้อรัง
- ไอเฉียบพลัน คือ มีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 8 สัปดาห์
- ไอเรื้อรัง คือ มีระยะเวลาของอาการไอมากกว่า หรือเท่ากับ 8 สัปดาห์


สาเหตุของอาการไอ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายโรค หลายปัจจัย เช่น

การรักษาอาการไอที่สำคัญที่สุด คือ การหาสาเหตุของอาการไอ และรักษาที่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ หรือยาที่ทำให้ไอ แต่บางครั้งหากอาการไอรบกวนกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็จำเป็นต้องใช้ ยาแก้ไอ หรือยาบรรเทาอาการไอ เพื่อให้อาการไอทุเลาลง ในระหว่างที่หาสาเหตุของอาการไอ


วิธีแก้ไอให้หายไวไว

วิธีแก้ไอให้หายไวไว ต้องทำยังไงดี?

1. งดสูบบุหรี่ สำหรับใครที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ แล้วมีอาการไอ ขอให้รู้ว่าสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่นั่นล่ะ การสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดการระคายคอ เจ็บคอ ยังก่อโรคอื่น ๆ อีกมากมาย และไม่ควรอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่

อ่านบทความเพิ่มเติม – -> ถุงลมโป่งพอง โรคร้ายบนซองบุหรี่

2. หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง มลพิษต่าง ๆ เพราะสารเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองทางจมูก และลำคอ ยิ่งถ้าใครแพ้ฝุ่น แพ้ควันแล้ว ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ควรสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝุ่นได้ เพราะ การสวมใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลด และป้องกันไม่ให้เราหายใจเอาฝุ่น ควัน เข้าไปในร่างกายนั่นเอง

3. ดื่มน้ำอุ่นให้มากขึ้น การดื่มน้ำนั้นดีต่อสุขภาพมาก น้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะให้น้อยลง หรือถ้าไอแห้ง ๆ น้ำจะช่วยให้รู้สึกชุ่มชื่น ลดการระคายคอได้ งดการดื่มน้ำเย็นในช่วงนี้ไปก่อน

* น้ำที่แนะนำคือ น้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาว โดยใช้น้ำมะนาว 1 ผล กับน้ำผึ้งแท้สัก 3-5 ช้อนโต๊ะ ละลายกับน้ำอุ่นให้เข้ากัน จิบตลอดทั้งวัน เป็นประจำทุกวัน จะช่วยเรื่องอาการไอได้ดีทีเดียว

4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อร่างกายได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่างกายก็จะซ่อมแซมตนเองได้ดีมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายก็จะแข็งแรงตามมาด้วยนั่นเอง

5. งดอาหารรสเผ็ดจัด ของทอด น้ำแข็ง น้ำเย็นจัด เพราะจะทำให้ระคายคอ และมีอาการไอได้มากกว่าเดิม

6. ถ้าไอจากภูมิแพ้ ต้องรู้ว่าตัวเองแพ้อะไร แล้วเลี่ยงสิ่งที่แพ้นั้น ๆ เช่น เป็นภูมิแพ้น้ำหอม เป็นภูมิแพ้เกสรดอกไม้ แพ้ฝุ่น อากาศเย็น เป็นต้น เพราะ ภูมิแพ้จะทำให้เรามีอาการไอแห้ง ๆ ได้ ถ้าไม่รู้จักหลีกเลี่ยง อาการไอก็ไม่หาย แล้วยังทำให้เกิด อาการไอเรื้อรัง ได้อีกด้วย

การรับประทาน ยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน และยาตามอาการเช่น ยาลดน้ำมูก ยาลดอาการคัดจมูก ล้างจมูกก็ช่วยได้เช่นกัน

7. ทาวิคส์ที่ฝ่าเท้าแล้วสวมถุงเท้าก่อนนอน

ถึงแม้วิธีนี้จะดูแปลก ๆ แต่การทาวิคส์ วาโปรับ (vicks vaporub) ที่ฝ่าเท้า พร้อมนวดเบา ๆ แล้วสวมถุงเท้าก่อนเข้านอน เป็นวิธีที่โลกโซเชียลนำมาแชร์กันมาก แล้วมีหลายคนนำไปใช้แล้วได้ผลจริง บรรเทาอาการไอ ลดอาการไอ ได้จริง

8. งดใช้น้ำหอมดูสิ
ส่วนประกอบของน้ำหอม และสเปรย์ต่าง ๆ ที่เรากำลังใช้อยู่ อาจมีส่วนทำให้เราเกิดอาการแพ้ และไอได้โดยไม่รู้ตัว ฉะนั้น ใครที่สงสัยว่าเรามีอาการไอจากน้ำหอมที่กำลังใช้อยู่ ให้งดใช้ไปก่อน แล้วสังเกตอาการไอ ว่าเริ่มดีขึ้นหรือไม่ หลังจากเลิกใช้แล้ว

9. ควรพยายามทำความสะอาดคอ บ่อย ๆ เนื่องจากในช่องปากอาจมีเศษอาหารตกค้างในช่องทำให้เจ็บคอมากขึ้นได้ ให้ทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันหลังอาหาร หรือกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือเกลือผสมน้ำ จะทำให้ชุ่มคอ ลดการระคายเคืองได้

10. อมยาอมสมุนไพร เช่น ยาอมมะขามป้อม ชะเอมเทศ  ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น จะช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ทั้งนี้ยาอมแก้ไอชนิดต่าง ๆ จะมีฤทธิ์น้อยกว่า ยาแก้ไอ แบบรับประทาน

11. กินยาแก้ไอ

  • ไอมีเสมหะ ให้กินยาที่มีส่วนผสมของ คาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine)  เป็นยาละลายเสมหะ ออกฤทธิ์โดยการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของเสมหะ ทำให้เสมหะมีลักษณะใสขึ้น พร้อมที่จะถูกกำจัดออกไปได้ และมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ
  • ไอไม่มีเสมหะ สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของ เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethophan) สามารถลดอาการไอที่รุนแรงได้ แต่มีผลข้างเคียงสูง และไม่ควรใช้ในเด็ก
  • ไม่ว่าจะไอแบบไหน ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

12. งดยา หรือเปลี่ยนยาลดความดัน - ผู้ป่วยที่ใช้ยาลดความดันโลหิตอยู่ แล้วมีอาการไอเรื้อรัง ไอแห้ง ๆ (ไม่มีเสมหะ) ไอกลางคืน คันคอ ขอให้ตั้งข้อสังเกตไว้เลยว่า อาการไอมาจากยาลดความดันโลหิต ที่ชื่อ Enalapril (อีนาลาพริล) แต่ไม่ควรงดด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อเปลี่ยนยาไปใช้กลุ่มอื่นทดแทน

วิธีแก้ไอให้หายไวไว


เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

- หายใจลำบาก ไอ หอบเหนื่อย
- หายใจลำบาก กลืนลำบาก
- อาการเจ็บคอรุนแรง หรือเป็นเรื้อรังเกิน 1 สัปดาห์ แล้วยังไม่หาย
- มีไข้สูงมากกว่า 38.3 °C
- มีน้ำลาย หรือเสมหะปนเลือด
- คลำเจอก้อนที่คอ
- เจ็บคอมากจนรับประทานอาหาร และดื่มน้ำได้น้อย


จะเห็นได้ว่าอาการไอเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นหากได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไอยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ กันด้วยกัน ^^

อ้างอิง :
si.mahidol.ac.th
gedgoodlife.com
facebook.com/allmysteryworld

ถามหมอออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่...

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ