gedgoodlife

“8 ต้นไม้ไล่ภูมิแพ้” ปลูกในบ้าน ฟอกอากาศดีเยี่ยม!

  มลพิษ ฝุ่นละอองในอากาศ หรือ สารพิษต่าง ๆ ทำให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น เครื่องกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศขายดิบขายดีมากขึ้น จนขาดตลาด ราคาพุ่งสูงขึ้น แต่หลายคนลืมไปว่า ธรรมชาติ หรือ ต้นไม้ที่อยู่รอบตัวเรา คือ เครื่องฟอกอากาศชั้นดี และต้นไม้หลายชนิด ยังเป็น “ต้นไม้ไล่ภูมิแพ้” เพราะนอกจากช่วยกรองอากาศ ยังช่วยดูดสารพิษได้อีกด้วย สาเหตุสำคัญอาการภูมิแพ้ คือ สิ่งแวดล้อม ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นมาได้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง มลพิษ สารพิษ สารเคมี ที่อยู่ในอากาศ ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว ต้นไม้ไล่ภูมิแพ้ ฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ได้อย่างไร ?​ มีงานวิจัย Interior landscape Plants for Indoor Air Pollution Abatement ของ ดร.บีซีวูฟเวอร์ตัน (Billy C. Wolverton) นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยอวกาศนาซ่า สหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบความสามารถ และประสิทธิภาพของไม้ประดับในการกำจัดสารมลพิษในอากาศได้อย่างดีเยี่ยม “8 ต้นไม้ไล่ภูมิแพ้” ปลูกในบ้าน ฟอกอากาศดีเยี่ยม!

2 โรคพบบ่อย ผู้ป่วยใช้ “ยาปฏิชีวนะ” แบบผิดๆ !

  ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เรียกกันทั่วไปว่ายาฆ่าเชื้อ หรือยาต้านแบคทีเรีย เป็นยารักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง แผลเป็นฝีหนองที่ผิวหนัง หรือปอดอักเสบจากแบคทีเรีย ผู้ป่วยทั่วไปมักมีความเข้าใจผิด คิดว่า “ยาปฏิชีวนะ” คือ “ยาแก้อักเสบ” และยังมีความเข้าใจผิดว่าการใช้ยานี้จะทำให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้น และเมื่อกินเข้าไป นอกจากโรคจะไม่หาย ยังทำให้เกิดอาการดื้อยา และเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้นอีกด้วย จากการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขประเทศอังกฤษ พบว่าทุก ๆ ชั่วโมงคนไทยเสียชีวิตจากการดื้อยาปฏิชีวนะเฉลี่ย 2 คน โดยในปี 2010 มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยมากถึง 19,122 คน โดยมีสาเหตุหนึ่งมาจากคนไทยสามารถซื้อยาได้ง่ายตามร้านขายยา โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ 2 โรคพบบ่อย ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะแบบผิด ๆ 1. โรคไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ที่เกิดจากไวรัส ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ เพราะหวัดประเภทนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย 2. ท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ เพราะ ท้องเสียส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะทุกชนิดมีผลข้างเคียงเสมอ มากหรือน้อยขึ้นกับชนิด ขนาด และวิธีกินยา และยังขึ้นกับความไวของแต่ละคนต่อยาด้วย ผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะที่พบบ่อย เช่น ท้องเสีย ผื่นคัน 2 โรคพบบ่อย ผู้ป่วยใช้ “ยาปฏิชีวนะ” แบบผิดๆ !

โลกเบลอ ๆ หรือจะสู้โลกFULL HD! “8 เคล็ดลับ” บำรุงสายตา สำหรับมนุษย์เงินเดือน

  การมีดวงตาที่ดี หมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี วันหนึ่ง ๆ เราต้องใช้สายตาอยู่เกือบตลอดเวลา โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิศที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงานอยู่หน้าจอ และถึงจะหมดเวลาทำงานแล้ว แต่ก็ใช่ว่าสายตาของคุณจะได้หยุดพัก วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วย บำรุงสายตา และรักษาความคมชัดของโลกที่คุณมองเห็นแบบง่าย ๆ มาฝากกัน “10 เคล็ดลับ” บำรุงสายตา 1. กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เป็นหลักเบื้องต้นสำหรับการรักษาสุขภาพในทุกด้าน รวมถึงดวงตาด้วย สารอาหารอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ลูทีน ซีแซนทีน ซิงค์ วิตามินซี และอี สามารถช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เช่น โรคกระจกตาเสื่อมได้ 2. เลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจก ทำลายเส้นประสาทตา และโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม ทำให้ดวงตาของคุณเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น 3. ใส่แว่นกันแดด และแว่นนิรภัย รังสียูวีเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก ต้อลม และโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม ฉะนั้นแว่นกันแดด จึงเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยปกป้องดวงตาของคุณจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณทำงาน หรือมีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อดวงตา อาจมีวัตถุขนาดเล็กกระเด็นใส่ตาได้ คุณก็ควรใส่แว่นตานิรภัยเพื่อปกป้องดวงตาด้วย 4. พักสายตาจากหน้าจอบ้าง การจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง โลกเบลอ ๆ หรือจะสู้โลกFULL HD! “8 เคล็ดลับ” บำรุงสายตา สำหรับมนุษย์เงินเดือน

5 เช็คลิสต์ที่ควรรู้ สำหรับชาวภูมิแพ้ที่อยากมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

  1. เช็คให้ชัวร์ ก่อนรับมาเลี้ยง ประเมินสัตว์เลี้ยงชนิดนั้น ๆ ว่ามีสารกระตุ้นภูมิแพ้ของคุณหรือไม่ 2. ความสะอาดภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ หมั่นดูแลทำความสะอาดบ้านให้มากยิ่งขึ้น 3. อาบน้ำ ชำระล้างสิ่งสกปรกเป็นประจำ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ผิวหนังของสัตว์เลี้ยงให้เบาบางลงมากที่สุด 4. รักแค่ไหนก็ต้องห้ามใจ หลีกเลี่ยงการจูบ หอม กอด สัตว์เลี้ยง และควรล้างมือ หน้า และตัวด้วย 5. หาตัวช่วยเพื่อรับมือกับอาการแพ้ ใช้เครื่องฟอกอากาศ ยาต้านฮีสตามีย ยาพ่นจมูก พ่นเข้าปาก อ่านบทความฉบับเต็มที่นี่ -> เช็คลิสต์สำคัญ สำหรับชาวภูมิแพ้ที่คิดจะมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : GEDGoodLife Nutroplex : nutroplexclub Twitter      5 เช็คลิสต์ที่ควรรู้ สำหรับชาวภูมิแพ้ที่อยากมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

งานการไม่ต้องทำ ไข้ขึ้น ทั้งวันทำไงดี?

  ไม่มีใครอยากป่วย ต่อให้แค่ปวดหัว เป็นไข้ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่อยากเป็น โดยเฉพาะถ้าเกิดมาป่วยในวันที่ต้องไปเรียน หรือไปทำงานด้วยแล้วละก็ อาการปวดหัวตัวร้อน ก็จะยิ่งทำให้วันเวลาของคุณยากลำบากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเกิดมี ไข้ขึ้น แต่ก็ยังต้องทำงานอยู่ดีล่ะ? จะทำยังไงดี อาการป่วยถึงจะไม่กระทบกับงานของคุณ ไข้ขึ้น ตลอดทั้งวัน เราควรทำยังไงดี? 1. กินยาลดไข้ วิธีที่ได้ผลที่สุด และยังเป็นวิธีที่เร็วที่สุดด้วย แต่อย่าลืมว่า การกินยาเป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้น ยาจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวตัวร้อนให้คุณได้ชั่วคราว สิ่งที่ทำให้คุณหายจากอาการไข้ได้อย่างแท้จริง ก็คือการพักผ่อน อย่าลืมอ่านฉลากยาก่อนกินยา และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยล่ะ แล้วก็อย่าลืมว่า ยาแก้ไข้บางชนิด อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้คุณง่วงนอนได้   2. ดื่มน้ำมาก ๆ เวลามีไข้ ร่างกายของคุณจะเกิดอาการขาดน้ำได้ง่ายกว่าปกติ ให้ดื่มน้ำอุ่น 8-12 แก้วต่อวัน ประโยชน์ของการดื่มน้ำสามารถขับไข้ได้โดย น้ำจะเข้าไปละลายเสมหะในลำคอ ลดไข้ ทำให้ร่างกายเย็นลง และยังลดการอักเสบ การติดเชื้อ แถมยังช่วยเอาสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำแล้ว ยังสามารถช่วยชดเชยเกลือแร่ที่เสียไปได้อีกด้วย การดื่มน้ำผลไม้อย่างน้ำส้มแท้ ๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเพิ่ม การดื่มชาสมุนไพรช่วยขับเหงื่อ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน งานการไม่ต้องทำ ไข้ขึ้น ทั้งวันทำไงดี?

แชร์ประสบการณ์ ตีแผ่ชีวิตพนักงานบริษัทกับอาการกรดไหลย้อน และวิธีดูแลตัวเอง

  กรดไหลย้อน เป็นโรคที่หลายคนอาจจะเคยได้ยิน แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว จริง ๆ แล้วคิดผิดเลยค่ะ เราทุกคนมีโอกาสเป็นกรดไหลย้อนได้ง่ายมาก ๆ ยิ่งถ้าต้องทำงานทุกวัน หรือไม่มีเวลาดูแลตัวเองเมื่อไหร่ กรดไหลย้อนได้ถามหาแน่นอนค่ะ สำหรับตัวเองที่มีประสบการณ์เจอกับอาการของกรดไหลย้อนนั้นเป็นช่วงที่จำได้ไม่ลืมเลย เลยอยากจะมาแชร์ หรือเรียกว่าตีแผ่ชีวิตก็ได้ค่ะ ว่าชีวิตแต่ละวันต้องเจอกับอะไรบ้าง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าประมาท และอย่าใช้ชีวิตแบบอิชั้นเลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ยุ่งกับงานมากกกกกกก ด้วยงานที่ทำอยู่เป็นงานขาย ที่ต้องมียอด มีเป้าแต่ละเดือน ต้องออกไปเจอลูกค้าแทบทุกวัน ตื่นเช้ามาก็ต้องคิดแล้วว่าวันนี้จะเจอกับอะไรบ้าง ต้องออกไปไฝว้ รบรากับลูกค้าเรื่องอะไร ไม่พอกลับมาออฟฟิศก็เจอหัวหน้า ที่คอยจ้องตามงาน ตามยอดตลอดเวลา เรียกได้ว่าความเครียดรุมเร้าเช้าจรดเย็น เวลากินข้าวแต่ละวัน อย่าเรียกว่ากินเลยค่ะ เรียกว่ายัดเข้าไปดีกว่า เพราะไม่เคยได้นั่งกินข้าวชิล ๆ เป็นเวลา ไม่ดูแลตัวเองเลย กินบ้างไม่กินบ้าง บางทีรีบ ๆ ไปหาลูกค้า หรือรถติด ๆ ก็กระดกแค่กาแฟแก้วเดียว กระดูกพรวดเข้าไปแทบไม่เคยรู้สึกถึงรสชาติเลย ขอแค่มีคาเฟอีนเข้าร่างกายพอ กินเยอะ กินรสจัด กินไม่เป็นเวลา กินแล้วนอนเลย กลางวันก็รีบ ๆ กิน ไม่เคยเลือกอาหารเลย อาหารรสจัด มัน แชร์ประสบการณ์ ตีแผ่ชีวิตพนักงานบริษัทกับอาการกรดไหลย้อน และวิธีดูแลตัวเอง

นอนดีมีวินัย สร้างโลกสดใส จิตใจแข็งแรง – 11 มีนาคม 2565 “วันนอนหลับโลก”

  “วันนอนหลับโลก : World Sleep Day” เกิดขึ้นในวันศุกร์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม กำหนดโดย สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (The World Association of Sleep Medicine : WASM) เพื่อให้ความสำคัญกับการนอนหลับ ซึ่งเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย คำขวัญวันนอนหลับโลก ปี 2565 “นอนดีมีวินัย สร้างโลกสดใส จิตใจแข็งแรง” – QUALITY SLEEP | SOUND MIND | HAPPY WORLD   อ่านบทความเพิ่มเติม – ฮาวทู “นอนเพื่อสุขภาพ” ควรนอนอย่างไรดี? ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น นอนดีมีวินัย สร้างโลกสดใส จิตใจแข็งแรง – 11 มีนาคม 2565 “วันนอนหลับโลก”

ทำยังไงดี? ไวรัสโรต้า ระบาดหนัก ไม่มียาแก้!

  ไวรัสโรต้า (Rotavirus) คือ เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย ซึ่งอาการท้องร่วง หรือท้องเสียที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้า จะมีอาการถ่ายท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลวมากผิดปกติควรระวังไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำจนช็อก โดยในเด็กเล็ก ๆ อาจมีอาการรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ข้อเท็จจริงของ ไวรัสโรต้า • เกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่มักแพร่ระบาดมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดลง หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี • ท้องร่วงจากไวรัสโรต้า มักเกิดในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 6 เดือน – 2 ปี แต่ในเด็กโต หรือในผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่มักจะเจอน้อย หรืออาการไม่รุนแรงเท่ากับในเด็กเล็ก • การติดเชื้อไวรัสโรต้าครั้งแรกมักมีอาการรุนแรง แต่การติดเชื้อครั้งต่อไปอาการจะรุนแรงน้อยลง อาการท้องร่วง ท้องเสีย จาก ไวรัสโรต้า อาการท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า จะมีอาการใกล้เคียงกับอาการท้องร่วงทั่วไป เช่น อาหารเป็นพิษ ( Link : https://www.gedgoodlife.com/blogs/1268-อาหารเป็นพิษ ) ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสอื่น ทำยังไงดี? ไวรัสโรต้า ระบาดหนัก ไม่มียาแก้!

อยากลำไส้ดี ย่อยง่าย ต้องกินและเลี่ยง 6 เมนูนี้!

  6 เมนูอาหารที่ย่อยได้ง่าย เป็นมิตรต่อลำไส้ ได้แก่ 1. ข้าวต้มหมูสับ 2. เต้าหู้ทรงเครื่อง 3. แกงจืดวุ้นเส้น 4. ซุปมักกะโรนี 5. ผัดผักรวมมิตร 6. สับปะรด มะละกอ ข้อดี ของอาหารที่ย่อยง่าย 1. ดูดซึมง่าย 2. ขับถ่ายง่าย 3. เคี้ยวง่าย 4. สบายท้อง 5. แคลอรีต่ำ 6. ดีต่อผู้ป่วย 6 เมนูอาหารที่ย่อยยาก ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ 1. ของทอด ของมัน 2. อาหารไขมันสูง 3. เมนูต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของกะทิสูง 4. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 5.เนื้อสัตว์ติดมัน 6. นมวัว ข้อเสีย ของอาหารที่ย่อยยาก 1. ท้องอืด ท้องเฟ้อ 2. มีลมในท้อง อยากลำไส้ดี ย่อยง่าย ต้องกินและเลี่ยง 6 เมนูนี้!

ตัดพ้อ หดหู่… ภาวะซึมเศร้า ของผู้สูงวัย ควรดูแลอย่างไรดี?

  ภาวะซึมเศร้า เป็นโรคที่พบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน โรคที่ทำร้ายทั้งร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยนี้ ต้องใช้ความใส่ใจอย่างมากจึงจะสามารถสังเกตเห็นได้ ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตระบุว่า คนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาถึง 1.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน 62% ส่วนอันดับที่ตามมาอีก 26.5% นั้นเป็นวัยชรา หรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยมีแนวโน้มว่าอัตราผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนในกลุ่มอายุอื่น ๆ เนื่องจากผู้สูงอายุมีปัจจัยในการเกิดโรคซึมเศร้าได้ง่ายกว่ากลุ่มอายุอื่นมาก ทดสอบอาการซึมเศร้าได้ที่ —> แบบประเมินโรคซึมเศร้า 9 คำถาม ซึ่งสาเหตุของโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักเกิดจาก… • โรคทางกายในผู้สูงอายุ เช่น ภาวะสมองเสื่อม หลอดเลือดสมองอุดตัน เป็นต้น • ผลข้างเคียงจากยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคต่าง ๆ • สารสื่อประสาทในสมองบางชนิดลดน้อยลง • มีเหตุการณ์ร้ายแรงกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสียคนที่รัก เป็นโรคร้ายแรง มีปัญหาด้านการเงิน ขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและคนรอบข้าง รู้ได้อย่างไรว่าผู้ใหญ่ในบ้านมี ภาวะซึมเศร้า? ผู้สูงอายุที่เป็นโรคซึมเศร้า มักมีอาการดังต่อไป • เบื่อหน่าย สนใจสิ่งต่าง ๆ น้อยลง หรือหมดความสนใจ ตัดพ้อ หดหู่… ภาวะซึมเศร้า ของผู้สูงวัย ควรดูแลอย่างไรดี?

“วิกฤตชีวิต ตกงาน จนจิตตก” คิดบวกอย่างไร ให้ชีวิตดี๊ดี

  เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ทุกคนคงคาดหวังว่างานที่ทำอยู่จะเป็นงานที่ดี มั่นคง เป็นชีวิตที่มีความสุข หลายคนทุ่มเทชีวิตเพื่องาน เพื่อรากฐานชีวิต และอนาคตที่มั่นคง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังเสมอไป เพราะเราอาจ ตกงาน ได้ไม่โดยไม่รู้ตัว! งานที่เหมือนจะดีสมบูรณ์สำหรับเรา หน้าที่การงานที่ดูเหมือนกำลังไปได้ดีก็อาจจะหยุดชะงักลงไป หลายคนตกงานด้วยความสมัครใจ เพราะค้นพบว่างานที่ทำไม่ใช่สำหรับตัวเอง แต่หลายคนก็ตกงานโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อตกงาน สภาพจิตใจเป็นเรื่องที่ต้องเยียวยา ดูแลกันให้ดีที่สุด หลายคนตกงาน จิตตก แต่อย่าปล่อยให้ความเครียดนี้อยู่กับเรานานเกินไป ในช่วงที่กำลัง ตกงาน ท้อแท้ เรามามองหามุมดี ๆ คิดบวกให้ชีวิตเดินหน้าต่อไปกันเถอะ ตกงานทำให้ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ – ในช่วงที่เรามีงานทำ เราอาจจะทำงานในหน้าที่ของตัวเองอยู่ จนไม่ดิ้นรน หรือไม่เคยรู้เลยว่าเรายังทำอะไรได้อีกมากมายหลายอย่างนัก เราอาจพบว่างานที่เราเคยทำใช้ศักยภาพความสามารถของเราไปไม่ไม่ถึง 10% เลยก็เป็นได้ เพราะในยามที่เราลำบาก มนุษย์เราจะดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาได้อีกมากมาย ขอเพียงอย่าวนเวียนคิดว่าตกงาน ท้อแท้ เครียด แล้วก็จมอยู่กับความคิดนี้ ตกงานทำให้มีโอกาสเริ่มต้นธุรกิจ เป็นเจ้านายตัวเอง – จากศักยภาพที่เราค้นพบในตัวเอง อาจเป็นโอกาสที่เราจะได้นำมาใช้ หรือหลายคนเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง อาจจะเริ่มต้นจากธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามกำลังของตัวเอง เมื่อชำนาญขึ้น “วิกฤตชีวิต ตกงาน จนจิตตก” คิดบวกอย่างไร ให้ชีวิตดี๊ดี

MIS-C ภาวะหลังหายป่วยโควิด-19 ในเด็ก ที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง!

  ภาวะ MIS-C (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children) คือ กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก หลังหายจากโรคโควิด-19 เด็กจะเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ระยะหายจากโรค จนถึงหลังติดเชื้อ 2-6 สัปดาห์ อาการที่พบในภาวะ MIS-C มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส นานเกิน 24 ชั่วโมง มีผื่นขึ้นตามตัว ปากแดง ตาแดง ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว บางรายมีหอบเหนื่อย ปอดอักเสบ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : GEDGoodLife Nutroplex : nutroplexclub Twitter      : @gedgoodlife Line          : @gedgoodlife Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี TikTok      MIS-C ภาวะหลังหายป่วยโควิด-19 ในเด็ก ที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง!

“โรคเครียดลงกระเพาะ” ภัยใกล้ตัวของมนุษย์เงินเดือน

  ผ่อนคลายบ้าง… เพราะความเครียดสะสมคือจุดเริ่มต้นของโรคร้ายหลายโรคเลยทีเดียว และหนึ่งในโรคยอดนิยมที่เกิดจากความเครียดสะสมเป็นประจำทุกวันของเหล่ามนุษย์เงินเดือน หรือชาวออฟฟิศนั้น ก็คือ “โรคเครียดลงกระเพาะ” นั่นเอง โรคนี้เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดอาการ ปวดท้อง อึดอัดท้อง ระบบการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนไป… มาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น ว่าจะมีอาการ วิธีดูแลรักษา อย่างไรบ้าง… ทำความรู้จักกับ โรคเครียดลงกระเพาะ โรคเครียดลงกระเพาะ (Nervous stomach) โรคยอดนิยมของคนวัยทำงาน ซึ่งโรคเครียดลงกระเพาะ แท้จริงแล้วก็คือโรคกระเพาะที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา (ไม่มีแผลที่กระเพาะอาหาร) แต่เป็นการสั่งการของสมอง ยิ่งเครียดก็ยิ่งกระตุ้นให้กระเพาะเกิดการบิดตัว และหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ ทำให้เมือกในกระเพาะอาหารเสียสมดุล และเกิดการระคายเคืองในช่องท้องได้ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ กลุ่มเสี่ยงมากที่สุดคือ 18-35 ปี เกิดจากกลุ่มช่วงอายุดังกล่าว จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง เช่น เข้ามหาวิทยาลัย เข้าทำงาน แต่งงาน หรือมีลูก จึงเกิดความเครียด และกระตุ้นให้เกิดอาการลำไส้แปรปรวน และมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าที่จะมีอารมณ์แปรปรวนได้มากเสี่ยงต่อโรค โรคเครียดลงกระเพาะ เกิดจากสาเหตุใด? “ความเครียดสะสม” คือสาเหตุหลักของโรคเครียดลงกระเพาะ เพราะเมื่อเราเครียดมาก ๆ ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดความแปรปรวน ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก และกระเพาะอาหารจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลทำให้ระบบการทำงานย่อยอาหารแย่ลงได้ ผลกระทบอื่น “โรคเครียดลงกระเพาะ” ภัยใกล้ตัวของมนุษย์เงินเดือน

จัดบ้านยังไงให้เป็นพื้นที่ “เซฟโซน” สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

  เคยเป็นไหม กลับเข้ามาในบ้านทีไร มีอาการภูมิแพ้กำเริบทุกที! ทั้งน้ำมูกไหล ไอ จาม ลามไปถึงคันตามผิวหนัง อาการภูมิแพ้เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ ภายในบ้านเรามีแต่ฝุ่น เชื้อโรค นั่นเอง ฉะนั้นถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องปรับเปลี่ยน จัดบ้านใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ “เซฟโซน” สำหรับชาวภูมิแพ้ ด้วย 6 วิธีนี้ จัดห้องให้โล่งอย่ามีของเยอะ เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่น ซักผ้าปูที่นอนทุก 1-2 อาทิตย์ เพื่อกำจัดไรฝุ่น เลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่เก็บกักฝุ่นง่าย เช่น โซฟา พรม ผ้าม่าน ติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ช่วยลดฝุ่นในบ้านได้เป็นอย่างดี หมั่นล้างแอร์ทุก 6 เดือน เพื่อฆ่าเชื้อโรค และฝุ่น ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น ต้นพลูด่าง ลิ้นมังกร เดหลี อ่านเพิ่มเติม :  ฝุ่นไรมันเยอะ! มาดูวิธีทำความสะอาดบ้าน ให้ห่างไกลจากภูมิแพ้กันดีกว่า 9 เคล็ดลับกำจัดฝุ่นในห้องนอน ห่างไกลภูมิแพ้ ลดอาการคันยุบยิบตามร่างกาย 8 ต้นไม้ไล่ภูมิแพ้ จัดบ้านยังไงให้เป็นพื้นที่ “เซฟโซน” สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

8 วิธีเด็ด! สร้าง ภูมิคุ้มกันโรค ตั้งแต่ต้นปี

  ใครบ้างจะอยากป่วย เพราะนอกจากจะรู้สึกทรมานแล้ว ยังทำให้เสียเวลาในการพักรักษาตัวอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง ก็สามารถช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค และลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้แล้ว มาดูกันดีว่าวิธีเด็ดๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เรานำมาฝากนั้นมีอะไรบ้าง ไปเริ่มต้นสู่การมีสุขภาพดีกันตั้งแต่ต้นปีเลย! 8 วิธีสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค 1. ออกกำลังกายทุกวัน การออกกำลังกายเป็นยาครอบจักรวาลที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคที่มองไม่เห็น และช่วยลดโอกาสการเป็นโรคสุดฮิตอย่างไข้หวัด ลงไปได้เยอะ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็สามารถช่วยให้คุณหายป่วยเร็วขึ้นได้ 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ การดื่มน้ำเปล่า นอกจากจะทำให้ร่างกายชุ่มชื้นแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในการช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี การดื่มน้ำเมื่อไม่สบาย ยังช่วยกำจัดโรคที่กำลังก่อตัวขึ้นได้อีกด้วย แต่ต้องระวังว่า อย่าดื่มน้ำระหว่างทานอาหารมากเกินไป เพราะจะทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อขึ้นมาได้เหมือนกัน 3. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การอดนอนจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น การนอนหลับอย่างเพียงพอในแต่ละคืน ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้ 4. เลิกสูบบุหรี่ พยายามหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่การสูดควันบุหรี่เข้าปอด สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายมากมาย ทั้งโรคปอด โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคไอเรื้อรัง และทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง 8 วิธีเด็ด! สร้าง ภูมิคุ้มกันโรค ตั้งแต่ต้นปี

“ถึงป่วยก็เที่ยวเมืองนอกได้” จะ เตรียมยา อย่างไร ไม่ให้โดนจับ!

  คุณเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ลิสต์รายการสถานที่ที่อยากไป รวมถึงอาหารที่ต้องชิม แล้วสุขภาพของคุณล่ะ ได้เตรียมหรือยัง? การ เตรียมยา ติดตัวไปต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งยาประจำตัว เช่น ยารักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน และยาสามัญทั่วไป เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด แต่ยาเหล่านี้ก็อาจสร้างปัญหาให้กับการเดินทางของคุณได้อย่างไม่คาดฝันเช่นกัน มาดูกันดีกว่า เตรียมยา ไปเที่ยวแบบไหนให้ปลอดภัยไร้ปัญหา 1. ตรวจสอบกฎหมายระหว่างประเทศในการนำเข้ายา แต่ละประเทศมีกฎหมายในการใช้ยาที่แตกต่างกัน ยาที่ถูกกฎหมายในบ้านเราอาจจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศที่คุณกำลังจะเดินทางไปก็ได้ คุณจึงควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ หรือโทรไปสอบถามกับทางสถานทูตให้แน่ใจตั้งแต่ก่อนเดินทางว่า ยาที่คุณจำเป็นต้องใช้ หรือกำลังจะพกไปด้วย จัดอยู่ในกลุ่มสารต้องห้ามของประเทศนั้นหรือไม่ ถ้าคุณคงไม่อยากมีปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพราะยาแค่ไม่กี่เม็ดหรอก จริงมั้ย? 2. พกใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษไปด้วยทุกครั้ง หากคุณป่วย หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาอยู่เสมอ การพกใบรับรองแพทย์ติดตัวไปเที่ยวด้วย ก็จะช่วยลดความกังวลเรื่องการพกยาได้มากทีเดียว อย่าลืมว่าใบรับรองแพทย์นี้ต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ 3. ห้ามแกะยาออกจากฉลากหรือซองยาเด็ดขาด! คนที่ต้องทานยาอยู่เป็นประจำอาจจะเคยชินกับการแกะยาออกจากแผงมาจัดเป็นชุดเองเพื่อความสะดวกในการทานยาแต่ละครั้ง แต่ถ้าหากคุณกำลังจะเดินทางไปเมืองนอกแล้วละก็ เราขอแนะนำว่าอย่าทำดีกว่า เพราะเมื่อแกะยาออกจากแผงแล้ว คุณก็จะไม่มีหลักฐานที่ช่วยระบุว่ายาที่คุณนำไปนั้นเป็นยาชนิดใดอีกต่อไป 4. ตรวจดูวันหมดอายุของยา การกินยาหมดอายุไม่ช่วยให้หายป่วย และยังอาจมีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายได้อีกด้วย นอกจากนี้ การซื้อยาที่ต่างประเทศก็ยุ่งยากกว่าการซื้อยาในบ้านเรามาก “ถึงป่วยก็เที่ยวเมืองนอกได้” จะ เตรียมยา อย่างไร ไม่ให้โดนจับ!

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save