ไอเรื้อรัง มีเสลด และเลือด อาจเสี่ยงเป็น “โรคหลอดลมอักเสบ”

โรคหลอดลมอักเสบ

อากาศเปลี่ยน ฝุ่นควัน มลพิษต่าง ๆ ที่ต้องเจอทุก ๆ วัน ทำให้หลายคนเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น บางคนป่วยไม่หาย มีอาการไอเรื้อรัง โดยที่คิดว่าแค่แพ้อากาศ หรือเป็นภูมิแพ้ แต่อาการไอเรื้อรัง ไอจนมีเลือด อาจเป็นอาการเตือนของ โรคหลอดลมอักเสบ ได้นะ!

โรคหลอดลมอักเสบ (bronchitis) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งเป็นท่อที่นำลม หรืออากาศที่หายใจเข้าสู่ปอด ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม มีเสมหะติดค้างในหลอดลม ทำให้มีอาการไอบ่อยทั้งวัน หรืออาจไอมากในช่วงกลางคืนจนไม่ได้นอน ไอถี่ ๆ แค่หายใจก็เหนื่อย และบางรายเวลาหายใจจะมีเสียงหวีดๆ ร่วมด้วย

*ปอดบวม เป็นภาวะที่มีอาการคล้ายกับโรคหลอดลมอักเสบมาก หากแพทย์คาดว่าคุณเป็นโรคปอดบวม คุณต้องเข้ารับการเอกซเรย์หน้าอก และตรวจตัวอย่างเสมหะ

โรคหลอดลมอักเสบ

สาเหตุของ โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด

1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน
เป็นภาวะปอดติดเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นหนึ่งในห้าสาเหตุที่ทำให้ต้องไปพบแพทย์มากที่สุดมีอาการไม่เกิน 3 สัปดาห์ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เหมือนไข้หวัด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากมีอาการไข้หวัด ทำให้มีอาการไอ ไอมีเสมหะ

2. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง มีอาการไอเรื้องรังเกิน 3 สัปดาห์
• เกิดจากโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด
• เกิดจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน
• สัมผัสกับมลภาวะ ฝุ่น ควัน สารเคมี สารระคายเคือง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ใครคือกลุ่มเสี่ยงของโรคหลอดลมอักเสบ?

โรคหลอดลมอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่จะพบได้มากกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป พบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว และมักเกิดขึ้นหลังจากเป็นหวัด หรือมีอาการเจ็บคอทั่วไป

โรคหลอดลมอักเสบ

อาการของ โรคหลอดลมอักเสบ

• มีอาการไอ มีเสมหะ
• หายใจลำบาก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงดังหวีด
• มีอาการเจ็บคอ แสบคอ หรือเจ็บหน้าอก
• บางครั้งมีไข้ รู้สึกครั่นเนื้อ ครั่นตัว

อาการไอแบบนี้ต้องรีบไปพบแพทย์

• มีอาการไอเรื้อรัง ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
• มีอาการไอเป็นเลือด
• มีอาการที่สงสัยว่า อาจเป็นปอดอักเสบร่วมด้วย เช่น มีไข้ ไอ และหอบเหนื่อย
• มีอาการไอหนักมากจนกินข้าว หรือนอนหลับพักผ่อนไม่ได้

วิธีรักษา ดูแล ป้องกัน โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบ

• ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะได้

• ลดละเลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควัน ฝุ่นละออง สารเคมี สารระคายเคืองต่าง ๆ ที่สูดดมเข้าไป เพราะจะไปกระตุ้นให้หลอดลมเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นได้

• พยายามหลีกเลี่ยงที่อากาศเย็น และแห้ง ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป ควรเปิดแอร์ระหว่าง 25-27 องศาเซลเซียส ระวังไม่ให้ไอจากแอร์ หรือลมจากพัดลมเป่าโดนตัวโดยตรง ซึ่งจะทำให้มีอาการไอมากขึ้น

• ทำร่างกายให้อบอุ่น หากเปิดแอร์นอนกลางคืน ควรนอนห่มผ้า สวมเสื้อผ้าหนา ๆ สวมถุงเท้าเวลานอน

• เป็นหวัด มีไข้ กินยาลดไข้ที่มีตัวยาพาราเซตามอล

• มีอาการไอมาก ถ้ามีอาการไอจนรบกวนการนอน หรือเป็นที่น่ารำคาญ อาจรับประทานยาลด หรือระงับอาการไอ หรือยาขยายหลอดลม แต่ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ก่อนซื้อยามารับประทานเอง

• ไอแบบมีเสมหะ ถ้ามีอาการไอแบบมีเสมหะ อาจกินยาขับเสมหะ หรือ ยาแก้ไอละลายเสมหะ

• ไปพบแพทย์ หากมีอาการไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์ เพราะ อาจเป็นอาการของ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง แพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบของหลอดลม หรือยาขยายหลอดลม

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ