8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ และวิธีเสริมภูมิลูกก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ทั้งที เด็ก ๆ ก็อยากออกไปสนุกสนานเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อาจจะรู้สึกเป็นห่วงว่าลูกจะป่วยกลับมาบ้านหรือเปล่า และจะเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง? วันนี้ GED good life ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ระวัง! 8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ พร้อมแนะวิธีเสริมภูมิลูกรักก่อนออกไปสาดน้ำช่วงสงกรานต์นี้
8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ
1. โรคไข้หวัด (Common Cold)
โรคที่เด็ก ๆ เป็นกันบ่อยที่สุด มักเกิดจากเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ยิ่งไปเล่นน้ำในสถานที่แออัด ยิ่งเสี่ยงเป็นหวัดได้มากขึ้น ประกอบกับอากาศร้อนในช่วงเดือนเมษายน อาจกระตุ้นให้ลูก ๆ มีไข้ตัวร้อนได้ง่าย
อาการหวัด
- คัดจมูก น้ำมูกไหล
- มีไข้
- เจ็บคอ
- เบื่ออาหาร
การรักษา
- กินยาลดไข้บรรเทาหวัด เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้หวัดสูตรผสม สำหรับเด็กที่มีอายุ 7-12 ปี
- นอนพักผ่อนให้มาก ๆ
- หากผ่านไป 3-4 วัน อาการลูกยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์
อ่านเพิ่มเติม -> โรคไข้หวัด โรคยอดฮิตตลอดปี มีอาการยังไง เป็นกี่วันหาย กินยาอะไรดี?
2. หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (Acute Otitis Media)
เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของหูชั้นกลางซึ่งอยู่ระหว่างหูชั้นนอกกับหูชั้นใน พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยพบมากที่สุดในช่วงอายุ 6-20 เดือน
อาการหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน
- มีไข้ร่วมกับตรวจพบเยื่อแก้วหูแดง และบวม
- มีน้ำหนอง เลือด หรือหนองปนเลือดไหลออกจากหู
- บางรายอาจมีอาการปวด และกดเจ็บบริเวณกระดูกกกหู
การรักษา
- มีการรักษาทั้งการให้ยาหรือผ่าตัด จึงควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง
3. คออักเสบ (Pharyngitis)
เป็นภาวะอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอที่อยู่บริเวณหลังช่องปาก พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็ก อาการของโรคอาจไม่รุนแรงเท่าไหร่ และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วันถ้าเกิดการติดเชื้อไวรัส แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้มีอาการนานกว่า (คออักเสบส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด)
อาการคออักเสบ
- มีอาการเจ็บคอเล็กน้อยถึงปานกลาง
- มีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย
- เป็นหวัด น้ำมูกใสไหล
- หากการอักเสบมาจากเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้กลืนน้ำ กลืนอาหารลำบาก มีไข้สูง และอาจพบต่อมน้ำเหลืองโต
การรักษา
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือจิบน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวได้ทั้งวัน
- รับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำซุป เป็นต้น
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ช่องปากสะอาด และชุ่มชื้น
- ถ้ามีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็น และกินยาแก้ปวด ลดไข้
- พบแพทย์ หากมีเสมหะเป็นสีเหลืองเขียว หายใจหอบเหนื่อย มีไข้สูง
4. ปอดบวม (Pneumonia)
เป็นโรคที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบของปอด เกิดได้จากเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดตามหลังไข้หวัดได้เช่นกัน
อาการโรคปอดบวม
- มีไข้ น้ำมูกไหล
- ไอมีเสมหะ
- หายใจเร็ว หายใจลำบาก
- เด็กบางคนอาจมีอาการ ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว
การรักษา
- มีอาการไข้สูง ไอ หายใจเร็ว ควรพาไปรับการรักษาจากแพทย์ อาจให้ยาปฏิชีวนะติดต่อกัน 5-7 วัน
- หากเด็กหายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม ออกซิเจนในเลือดต่ำ ควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล
5. โรคตาแดง จากเชื้อไวรัส (Hemorrhagic Conjunctivitis)
โรคตาแดงมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เยื่อบุตาอักเสบ และน้ำที่ใช้เล่นกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็อาจไม่ได้สะอาดแบบน้ำดื่ม หรือน้ำอาบ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัส เป็นโรคตาแดงได้สูง โดยเฉพาะในเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย ร่วมกับการดูแลตนเอง หรือการป้องกันการติดเชื้อไม่ดีพอ จึงทำให้เป็นโรคตาแดง ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
อาการตาแดง
- เยื่อบุตาและตาขาวอักเสบ
- เคืองตาน้ำตาไหล
- มักจะเริ่มเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงติดต่อมาอีกข้างหนึ่ง
- บางรายอาจมีไข้
การรักษา
- ใช้ยาหยอดตา หรือป้ายตากลุ่มยาปฏิชีวนะ ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกร
6. ท้องร่วง ท้องเสีย (Diarrhea)
ในช่วงอากาศร้อน ๆ มีโอกาสติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียซึ่งทำให้ท้องร่วงได้ง่าย และหากลูกไปเที่ยว สงกรานต์ กินอาหาร ดื่มน้ำไม่สะอาดเข้าไป ยิ่งทำให้เสี่ยงกับโรคท้องร่วงได้มากขึ้น อาการท้องเสียเฉียบพลันมักหายได้เองภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ถ้านานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถือเป็นภาวะอุจจาระร่วงยืดเยื้อ หรือเรื้อรัง
อาการท้องร่วง
- อาเจียน
- ถ่ายเหลวมากหลายครั้ง
- มีไข้
- อาจมีอาการหวัด อาการไอร่วมด้วย
การรักษา
- ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ORS เมื่อเด็กถ่ายอุจจาระทุกครั้ง
- ให้อาหารและนมตามปกติ ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร
- เด็กโตให้อาหารอ่อน ย่อยง่าย ไม่ต้องให้ยาเพื่อรักษาท้องร่วง
- ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรพาเด็กไปพบแพทย์
อ่านเพิ่มเติม -> เด็กท้องเสีย มีสาเหตุจากอะไร พ่อแม่รับมือยังไงดี?
7. โรคผิวหนังอักเสบจากแสงแดด หรือ โรคแพ้แสงแดด (Photodermatoses)
กรมการแพทย์ เตือน! แสงแดดที่จ้า และมลภาวะต่าง ๆ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่าย การเล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์จึงมีความเสี่ยงที่ได้รับอันตรายจากแสงแดดได้ ซึ่งหากรักษาไม่ถูกวิธีจะส่งผลให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา
อาการโรคผิวหนังอักเสบจากแสงแดด
- ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
- มีอาการแสบผิวเป็นอย่างมาก
- ผิวจะกลายเป็นสีคล้ำ และเริ่มมีอาการคันเมื่อผ่านไปหนึ่งวัน
การรักษา
- ไม่ควรทำทรีตเมนต์ หรือทาไวเทนนิง หลังผิวหนังไหม้แดดในช่วงแรก เพราะจะเกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวดำกว่าเดิม
- ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม -> 6 โรคผิวหนังหน้าร้อน ที่คนไทยต้องระวัง! พร้อม 10 วิธีดูแลผิวหนังโดยกรมการแพทย์
8. โรคลมแดด (Heatstroke)
คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทันท่วงที ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในช่วงกลางวัน
อาการโรคลมแดด
- อุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 40.5 องศาเซลเซียส
- มีอาการสับสน กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ หงุดหงิด
- ระยะต้น ๆ มักมีเหงื่อออกมาก
- อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ
- หายใจเร็ว
- หัวใจเต้นเร็ว ชัก
การรักษา
- ย้ายลูกมานอนราบในที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าออก ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมช่วยเป่า หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว หรือเปิดแอร์เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด
- รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
- ในผู้ที่มีอาการไม่มาก ควรให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ
อ่านเพิ่มเติม -> ฮีทสโตรก (Heatstroke) ภัยร้ายหน้าร้อน อันตรายถึงชีวิตได้! สาเหตุ อาการ วิธีปฐมพยาบาล
เคล็ดลับ! เด็ก ๆ ควรเตรียมพร้อมอย่างไรก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์
- ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงก่อนไปเผชิญกับผู้คนที่แออัด
- พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรพาเด็ก ๆ ไปเล่นน้ำในช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนมากเท่าช่วงบ่าย
- เด็ก ๆ ไม่ควรเล่นน้ำนานเกิน 1 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง
- เด็ก ๆ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่เบา สบาย และรองเท้าแตะควรเลือกใส่แบบปิดหน้าเท้า
- ป้องกันน้ำไม่ให้เข้าตาเด็ก ๆ ด้วยการสวมแว่นตากันน้ำ
- หลังเล่นน้ำเสร็จควรรีบกลับบ้านมาอาบน้ำ เพื่อชำระล้างเชื้อโรคที่อาจติดตัวเด็ก ๆ มา
- พักผ่อนให้เพียงพอ
อ้างอิง : 1. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย 2. รพ. แมคคอร์มิค 1/2 3. รพ. สินแพทย์ 4. รพ. ราชวิถี 5.



