8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ และวิธีเสริมภูมิลูกก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์

8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ และวิธีเสริมภูมิลูกก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์

27 มิ.ย. 24

โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ

 

เทศกาลสงกรานต์ทั้งที เด็ก ๆ ก็อยากออกไปสนุกสนานเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อาจจะรู้สึกเป็นห่วงว่าลูกจะป่วยกลับมาบ้านหรือเปล่า และจะเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง? วันนี้ GED good life ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ระวัง! 8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ พร้อมแนะวิธีเสริมภูมิลูกรักก่อนออกไปสาดน้ำช่วงสงกรานต์นี้

8 โรคเด็กที่มากับการเล่นน้ำ

1. โรคไข้หวัด (Common Cold)

โรคที่เด็ก ๆ เป็นกันบ่อยที่สุด มักเกิดจากเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ยิ่งไปเล่นน้ำในสถานที่แออัด ยิ่งเสี่ยงเป็นหวัดได้มากขึ้น ประกอบกับอากาศร้อนในช่วงเดือนเมษายน อาจกระตุ้นให้ลูก ๆ มีไข้ตัวร้อนได้ง่าย

อาการหวัด

  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • มีไข้
  • เจ็บคอ
  • เบื่ออาหาร

การรักษา

  • กินยาลดไข้บรรเทาหวัด เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้หวัดสูตรผสม สำหรับเด็กที่มีอายุ 7-12 ปี
  • นอนพักผ่อนให้มาก ๆ
  • หากผ่านไป 3-4 วัน อาการลูกยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์

อ่านเพิ่มเติม -> โรคไข้หวัด โรคยอดฮิตตลอดปี มีอาการยังไง เป็นกี่วันหาย กินยาอะไรดี?

2. หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (Acute Otitis Media)

เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของหูชั้นกลางซึ่งอยู่ระหว่างหูชั้นนอกกับหูชั้นใน พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยพบมากที่สุดในช่วงอายุ 6-20 เดือน

อาการหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน

  • มีไข้ร่วมกับตรวจพบเยื่อแก้วหูแดง และบวม
  • มีน้ำหนอง เลือด หรือหนองปนเลือดไหลออกจากหู
  • บางรายอาจมีอาการปวด และกดเจ็บบริเวณกระดูกกกหู

การรักษา

  • มีการรักษาทั้งการให้ยาหรือผ่าตัด จึงควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง

3. คออักเสบ (Pharyngitis)

เป็นภาวะอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอที่อยู่บริเวณหลังช่องปาก พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็ก อาการของโรคอาจไม่รุนแรงเท่าไหร่ และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วันถ้าเกิดการติดเชื้อไวรัส แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้มีอาการนานกว่า (คออักเสบส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด)

อาการคออักเสบ

  • มีอาการเจ็บคอเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • มีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย
  • เป็นหวัด น้ำมูกใสไหล
  • หากการอักเสบมาจากเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้กลืนน้ำ กลืนอาหารลำบาก มีไข้สูง และอาจพบต่อมน้ำเหลืองโต

การรักษา

  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือจิบน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวได้ทั้งวัน
  • รับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำซุป เป็นต้น
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ช่องปากสะอาด และชุ่มชื้น
  •  ถ้ามีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็น และกินยาแก้ปวด ลดไข้
  • พบแพทย์ หากมีเสมหะเป็นสีเหลืองเขียว หายใจหอบเหนื่อย มีไข้สูง

4. ปอดบวม (Pneumonia)

เป็นโรคที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบของปอด เกิดได้จากเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดตามหลังไข้หวัดได้เช่นกัน

อาการโรคปอดบวม

  • มีไข้ น้ำมูกไหล
  • ไอมีเสมหะ
  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก
  • เด็กบางคนอาจมีอาการ ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว

การรักษา

  • มีอาการไข้สูง ไอ หายใจเร็ว ควรพาไปรับการรักษาจากแพทย์ อาจให้ยาปฏิชีวนะติดต่อกัน 5-7 วัน
  • หากเด็กหายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม ออกซิเจนในเลือดต่ำ ควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

5. โรคตาแดง จากเชื้อไวรัส (Hemorrhagic Conjunctivitis)

โรคตาแดงมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เยื่อบุตาอักเสบ และน้ำที่ใช้เล่นกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็อาจไม่ได้สะอาดแบบน้ำดื่ม หรือน้ำอาบ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัส เป็นโรคตาแดงได้สูง โดยเฉพาะในเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย ร่วมกับการดูแลตนเอง หรือการป้องกันการติดเชื้อไม่ดีพอ จึงทำให้เป็นโรคตาแดง ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

อาการตาแดง

  • เยื่อบุตาและตาขาวอักเสบ
  • เคืองตาน้ำตาไหล
  • มักจะเริ่มเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงติดต่อมาอีกข้างหนึ่ง
  • บางรายอาจมีไข้

การรักษา

  • ใช้ยาหยอดตา หรือป้ายตากลุ่มยาปฏิชีวนะ ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกร

6. ท้องร่วง ท้องเสีย (Diarrhea)

ในช่วงอากาศร้อน ๆ มีโอกาสติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียซึ่งทำให้ท้องร่วงได้ง่าย และหากลูกไปเที่ยว สงกรานต์ กินอาหาร ดื่มน้ำไม่สะอาดเข้าไป ยิ่งทำให้เสี่ยงกับโรคท้องร่วงได้มากขึ้น อาการท้องเสียเฉียบพลันมักหายได้เองภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ถ้านานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถือเป็นภาวะอุจจาระร่วงยืดเยื้อ หรือเรื้อรัง

อาการท้องร่วง

  • อาเจียน
  • ถ่ายเหลวมากหลายครั้ง
  • มีไข้
  • อาจมีอาการหวัด อาการไอร่วมด้วย

การรักษา

  • ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ORS เมื่อเด็กถ่ายอุจจาระทุกครั้ง
  • ให้อาหารและนมตามปกติ ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร
  • เด็กโตให้อาหารอ่อน ย่อยง่าย ไม่ต้องให้ยาเพื่อรักษาท้องร่วง
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรพาเด็กไปพบแพทย์

อ่านเพิ่มเติม -> เด็กท้องเสีย มีสาเหตุจากอะไร พ่อแม่รับมือยังไงดี?

7. โรคผิวหนังอักเสบจากแสงแดด หรือ โรคแพ้แสงแดด (Photodermatoses) 

กรมการแพทย์ เตือน! แสงแดดที่จ้า และมลภาวะต่าง ๆ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่าย การเล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์จึงมีความเสี่ยงที่ได้รับอันตรายจากแสงแดดได้ ซึ่งหากรักษาไม่ถูกวิธีจะส่งผลให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา

อาการโรคผิวหนังอักเสบจากแสงแดด

  • ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • มีอาการแสบผิวเป็นอย่างมาก
  • ผิวจะกลายเป็นสีคล้ำ และเริ่มมีอาการคันเมื่อผ่านไปหนึ่งวัน

การรักษา

  • ไม่ควรทำทรีตเมนต์ หรือทาไวเทนนิง หลังผิวหนังไหม้แดดในช่วงแรก เพราะจะเกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวดำกว่าเดิม
  • ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง

อ่านเพิ่มเติม -> 6 โรคผิวหนังหน้าร้อน ที่คนไทยต้องระวัง! พร้อม 10 วิธีดูแลผิวหนังโดยกรมการแพทย์

8. โรคลมแดด (Heatstroke)

คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทันท่วงที ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในช่วงกลางวัน

อาการโรคลมแดด

  • อุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 40.5 องศาเซลเซียส
  • มีอาการสับสน กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ หงุดหงิด
  • ระยะต้น ๆ มักมีเหงื่อออกมาก
  • อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • หายใจเร็ว
  • หัวใจเต้นเร็ว ชัก

การรักษา

  • ย้ายลูกมานอนราบในที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าออก ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมช่วยเป่า หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว หรือเปิดแอร์เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด
  • รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
  • ในผู้ที่มีอาการไม่มาก ควรให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ

อ่านเพิ่มเติม -> ฮีทสโตรก (Heatstroke) ภัยร้ายหน้าร้อน อันตรายถึงชีวิตได้! สาเหตุ อาการ วิธีปฐมพยาบาล

เคล็ดลับ! เด็ก ๆ ควรเตรียมพร้อมอย่างไรก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงก่อนไปเผชิญกับผู้คนที่แออัด
  • พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรพาเด็ก ๆ ไปเล่นน้ำในช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนมากเท่าช่วงบ่าย
  • เด็ก ๆ ไม่ควรเล่นน้ำนานเกิน 1 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง
  • เด็ก ๆ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่เบา สบาย และรองเท้าแตะควรเลือกใส่แบบปิดหน้าเท้า
  • ป้องกันน้ำไม่ให้เข้าตาเด็ก ๆ ด้วยการสวมแว่นตากันน้ำ
  • หลังเล่นน้ำเสร็จควรรีบกลับบ้านมาอาบน้ำ เพื่อชำระล้างเชื้อโรคที่อาจติดตัวเด็ก ๆ มา
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

อ้างอิง : 1. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย 2. รพ. แมคคอร์มิค 1/2 3. รพ. สินแพทย์ 4. รพ. ราชวิถี 5.

บทความที่เกี่ยวข้อง

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save