ฮีทสโตรก (Heatstroke) ภัยร้ายหน้าร้อน อันตรายถึงชีวิตได้! สาเหตุ อาการ วิธีปฐมพยาบาล

ฮีทสโตรก (Heatstroke) ภัยร้ายหน้าร้อน อันตรายถึงชีวิตได้! สาเหตุ อาการ วิธีปฐมพยาบาล

27 มิ.ย. 24

ฮีทสโตรก

 

แดดเมืองไทยในช่วงหน้าร้อน เห็นแล้วก็จะเป็นลม เพราะมันร้อนระอุทะลุปรอทเหลือเกิน! อากาศที่ร้อนนอกจากจะทำให้ผิวคล้ำลง ยังแฝงมาด้วยโรคที่เกิดจากความร้อน นั่นก็คือ “ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด” วันนี้ GED good life จึงขอฝากความรู้ถึงสาเหตุ อาการ วิธีปฐมพยาบาล และเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงโรคลมแดดมาฝากทุกคนในหน้าร้อนนี้

ฮีทสโตรก คืออะไร?

ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือ “โรคลมแดด” คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทันท่วงที เกิดได้จากการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัด หรืออยู่กลางแดดร้อนเป็นเวลานาน สามารถเกิดขึ้นได้แม้กับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง

ผู้ป่วยฮีทสโตรกจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดอันตรายต่อสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ความเสียหายจะเลวร้ายลงเมื่อการรักษานานขึ้นล่าช้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หรือเสียชีวิต

อาการสำคัญของ ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด

  • อุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 40.5 องศาเซลเซียส ถือเป็นสัญญาณหลักของโรคลมแดด
  • ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ มีอาการสับสน กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ หงุดหงิด เพ้อ ชัก และโคม่า ล้วนเป็นผลมาจากโรคลมแดด
  • ผู้ป่วยที่เป็น heatstroke ระยะต้น ๆ มักมีเหงื่อออกมาก แต่ในที่สุดก็จะถึงภาวะไร้เหงื่อซึ่งเกิดจากการพร่องปริมาตรของสารน้ำ และต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ
  • อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ เนื่องจากความเครียดจากความร้อนจะสร้างภาระอย่างมากต่อหัวใจของคุณเพื่อช่วยให้ร่างกายเย็นลง
  • ผิวหนัง และหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดง
  • หายใจเร็ว
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • กระหายน้ำมาก
  • ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
  • การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว

ภาวะแทรกซ้อนจากฮีทสโตรก

ผู้ประสบภาวะ heatstroke มักมีความดันในหลอดเลือดดำส่วนกลางสูงขึ้น และความต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลายต่ำ อย่างไรก็ตามอาจพบภาวะหัวใจวาย, ปอดบวมน้ำ, และการทรุดลงของระบบหัวใจ และหลอดเลือดได้

อยู่แค่ในออฟฟิศก็เสี่ยงเป็นฮีทสโตรกได้!

หนุ่มสาวที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศเย็นฉ่ำก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน เนื่องจากร่างกายคุ้นชินกับอากาศเย็นของห้องแอร์ เมื่อออกมาเจอแดดแรง ๆ หรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นทันทีทันใดในช่วงพักกลางวัน อาจทำให้เกิดอาการช็อกได้ เพราะร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังโรคลมแดด

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี)
  • ทหารที่ต้องฝึกหนัก
  • นักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬาในที่ที่อุณหภูมิร้อนจัด
  • ผู้ที่ทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตบางประเภท ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย เป็นต้น

ถ้าทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น มีโรคประจำตัว สูงอายุ ทานยาที่มีความเสี่ยง ควรสังเกตอาการตนเองอยู่เสมอ และควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉิน เบอร์คนใกล้ชิดเพื่อติดต่อได้อย่างทันท่วงที

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เป้าหมายของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือการลดอุณหภูมิแกนอย่างรวดเร็วให้ลงมาที่ 40 oC ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการใช้วิธีทางกายภาพ

  • ย้ายผู้ป่วยมานอนราบในที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าออก ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมช่วยเป่า หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว หรือเปิดแอร์เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด
  • รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
  • ในผู้ที่มีอาการไม่มาก ควรให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ

ผู้ป่วยฮีทสโตรกจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดอันตรายต่อสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ความเสียหายจะเลวร้ายลงเมื่อการรักษานานขึ้นล่าช้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หรือเสียชีวิต

ข้อควรระวัง! อย่าปกคลุมตัวผู้ป่วยด้วยผ้าแล้วทำให้เปียก เนื่องจากจะขัดขวางการระเหยของน้ำจากผิวหนัง

ฮีทสโตรก ป้องกันได้อย่างไร?

• ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน หากทำงานในที่ร่ม ควรดื่มอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว โดยสามารถสังเกตว่าดื่มน้ำเพียงแล้ว หรือยังได้จากสีของปัสสาวะ ถ้าสีเหลืองจาง ๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอแล้ว แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้มขึ้นและปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ

• สวมใส่เสื้อผ้าเบา บาง มีสีอ่อน และระบายความร้อนได้ดี

• ก่อนออกจากบ้านควรใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF15 ขึ้นไป

• หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด ในวันที่อากาศร้อนจัด

• ในเด็กเล็ก และคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ต้องจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศระบายได้ดี อย่าปล่อยให้เด็ก หรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพัง

• ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถเด็ดขาด เพราะอุณหภูมิในรถสามารถขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึง 50 องศาเซลเซียส ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

• ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการออกกำลังกายหนักในระยะแรก จนกว่าร่างกายจะชินกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น

 

อ้างอิง : 1. mayoclinic 2. รพ. กรุงเทพ 3. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save