“ดาร์กช็อกโกแลต” ลดอ้วน ลดโรค รับวันวาเลนไทน์

ดาร์กช็อกโกแลต

ใครที่กำลังมองหาของขวัญวันวาเลนไทน์อยู่ในช่วงนี้ GedGoodLife ขอนำเสนอ ดาร์กช็อกโกแลต ที่เป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ จึงเป็นที่นิยมให้กันในช่วงวันแห่งความรักนี้ แล้วรู้หรือไม่ว่า ในดาร์กช็อคโกแลตนั้น เต็มไปด้วยประโยชน์หลายประการเลยทีเดียว มาติดตามกันเลยว่าจะมีประโยชน์อะไรบ้าง...

ทำไมวันวาเลนไทน์ ถึงนิยมให้ช็อกโกแลตกัน?

ช็อกโกแลต คือ สัญลักษณ์แห่งการบอกรักและการส่งมอบความปรารถนาดีให้แก่กัน โดยในอดีตมีเรื่องเล่ากันว่า ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อกโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงนิยมส่งช็อกโกแลตไปพร้อมการ์ด และดอกไม้

และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้ หรืออาจมาจากการที่ช็อกโกแลตนั้น สามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้ด้วย เพราะมีเรื่องเล่าขานกันมาว่า นายมองเตชูมา นักรบผู้พิชิตแห่งสเปน มักจะดื่มช็อกโกแลตเป็นประจำเสมอ ก่อนไปหาเหล่าสาว ๆ ในฮาเร็มของเขา ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักนั่นเอง

ดาร์กช็อกโกแลต ต่างจากช็อกโกแลตทั่วไปยังไง ?

ดาร์กช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตเข้ม (Dark Chocolate) ผลิตจากเมล็ดโกโก้เหมือนกับช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยกัน  แต่จะมีส่วนผสมของผงโกโก้สูงกว่าช็อกโกแลตทั่วไป รวมถึงมีน้ำตาลน้อยกว่าด้วย และแทบจะไม่มีผลิตภัณฑ์นมประกอบอยู่เลย ทำให้ ดาร์กช็อกโกแลต มีรสค่อนข้างขม ไม่ค่อยหวาน จึงอาจไม่ถูกปากคนส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก แต่ข้อดีของมันก็คือ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าช็อกโกแลตทั่วไป

จากกงานวิจัย ดาร์กช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซ็นต์ของโกโก้อย่างน้อย 70% ขึ้นไป จะมีผลดีต่อสุขภาพ และยังถูกยกเป็น SUPERFOOD อีกด้วย

ดาร์กช็อกโกแลต

โดยทั่วไป ดาร์กช็อกโกแลต ที่มีวางขายอยู่ทั่วไป จะมีสัดส่วนของผงโกโก้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามนี้

50% : ขมไม่มาก กำลังโอเค มีรสหวานนิดหน่อย
70% : ขมพอประมาณ แต่ถ้าคุณดื่มกาแฟดำแบบเพียว ๆ มาตลอด ก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรได้เหมือนกัน
80% : ขมเหมือนกินยาเลยล่ะ ระดับนี้จะนิยมเอาไปทำขนมหรืออาหาร หรือใส่ในเครื่องดื่ม มากกว่าจะเอามากินกันตรง ๆ
90% : ขมจนต้องร้องขอชีวิต แถมยังมีรสเปรี้ยวติดปากเพิ่มมาด้วย ไม่แข็งแกร่งจริง ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงจ้า

ประโยชน์ของ ดาร์กช็อกโกแลต

การรับประทาน ดาร์กช็อกโกแลต เพื่อสุขภาพ จำเป็นต้องทานดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของโกโก้ มากกว่า70% ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้อาจจะได้ความอ้วนมาแทนที่นะ!

• มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น พอลิฟีนอล (polyphenol) สามารถลดการอักเสบ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งหลายการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าสารโพลีฟีนอลจะช่วยเสริมให้หลอดเลือดแข็งแรง มีส่วนช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิด HDL มีส่วนช่วยลดการอักเสบและการก่อตัวของลิ่มเลือดได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าอาจลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้

• ผิวสวยขึ้น ใน ดาร์กช็อกโกแลต มีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ แถมยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามิน A, B1, C, D และ E ซึ่งล้วนแต่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวของคุณดูนุ่ม ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวาขึ้นได้

• ดูอ่อนวัย สารต้านอนุมูลอิสระในดาร์กช็อกโกแลต จะช่วยทั้งป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ลดความเครียด แถมยังกระตุ้นให้ผิวสวยอีก แบบนี้จะไม่ดูเด็กได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย

ดาร์กช็อกโกแลต

• ลดคอเรสเตอรอล  เพิ่มไขมันดี ใน American Journal of Clinical Nutrition ระบุไว้ว่า ในโกโก้และดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอลในดาร์กช็อกโกแลต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีหรือ LDL และเพิ่มคอเลสเตอรอลดีอย่าง HDL ในเลือดได้

• ช่วยลดความดันโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้อยู่ 70% จะเห็นผลว่าช่วยลดความดันโลหิตได้ จำไว้ว่า ยิ่งขม ยิ่งดีต่อสุขภาพ

• ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ผลการวิจัยของประเทศสวีเดนระบุว่า การกินดาร์กช็อกโกแลต อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ได้สูงถึง 44% เนื่องจาก ดาร์กช็อกโกแลตนั้น อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายมากมาย เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซีย และธาตุเหล็ก จึงช่วยบำรุงเลือด ทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น และเป็นการป้องกัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้ไปในตัว

• แก้ไอ นักวิจัยพบว่า ในดาร์กช็อกโกแลต มีสารทีโอโบรมีน ที่สามารถออกฤทธิ์แก้ไอ ได้ดี แต่ถ้าอยากกินดาร์กช็อกโกแลตเพื่อแก้ไอ ควรค่อย ๆ เคี้ยวทีละนิดแล้วกลืน เพื่อให้ผงโกโก้ไปเคลือบตรงช่วงคอ จึงสามารถลดอาการไอ ได้

• ดีกับจิตใจ จากกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2009 พบว่า คนที่กินดาร์กช็อกโกแลตปริมาณ 40 กรัมทุกวัน นาน 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง เมื่อเทียบกับวันแรกที่เริ่มกิน นอกจากนี้ หากกินติดต่อกันนาน 30 วัน ระดับความเครียดจะลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ และจิตใจสงบขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ แบบนี้กินไปยิ้มไปได้สบายเลยทีเดียว

• ดีกับสายตา Physiology & Behavior ตีพิมพ์ผลการวิจัยชิ้นหนึ่ง ระบุว่า ดาร์กช็อกโกแลตช่วยเรื่องสายตาได้จริง หลังให้ผู้ร่วมการทดลองกินดาร์กช็อกโกแลตที่มีฟลาโวนอยด์ปริมาณ 750 มิลลิกรัม พบว่าการมองเห็นดีขึ้น สามารถจับความเคลื่อนไหว และอ่านตัวอักษรได้ดีขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการที่เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตา และสมองดีขึ้นด้วยนั่นเอง

ดาร์กช็อกโกแลต

• กระตุ้นการทำงานของสมอง สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลต มีฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้ออกซิเจนและเลือดลำเลียงไปสู่สมองได้ดียิ่งขึ้น เมื่อมีเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ก็จะทำให้เราจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นไปด้วย ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Nottingham ยังระบุด้วยว่า สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจดจำของสมอง ให้นานมากขึ้นได้ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในดาร์กช็อกโกแลต ยังมีคาเฟอีนอยู่อีกด้วย จึงทำให้สมองรู้สึกตื่นตัวมากขึ้นนั่นเอง

• ลดอาการซึมเศร้า ดาร์กช็อกโกแลตมีสารเซโรโทนินโดพามีน และฟีนิลไทลามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ค่ะ และยังมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมินเอ็กซิเดส ที่มีส่วนคล้ายคลึงกับยาต้านโรคซึมเศร้านั่นเอง ทำให้สารสื่อประสาทต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ความคิดแจ่มใสขึ้นไปด้วยนั่นเอง
• ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากในโกโก้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีนที่ช่วยให้อยู่ท้อง จึงทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น และควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย

ถึงแม้ว่า ดาร์กช็อกโกแลต จะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็ยังมีน้ำตาลและนมผสมอยู่บ้าง จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกิน 100 กรัมต่อวันค่ะ (ไม่เช่นนั้นจากจะลดความอ้วนได้ จะกลายเป็นเพิ่มรอบเอวให้อ้วนขึ้นกว่าเดินนะ) นอกจากนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นไมเกรน และโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการกินดาร์กช็อกโกแลตจะดีกว่า เพราะว่าดาร์กช็อกโกแลตมีสารเคมีที่ชื่อ ไทรามีน ที่จะยิ่งกระตุ้นอาการปวดไมเกรนให้หนักขึ้นกว่าเดิม และมีกรดออกซาลิกสูง ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตค่ะ

อ้างอิง :

1. ทำไมวันวาเลนไทน์ ถึงนิยมให้ช็อกโกแลตกัน? https://www.sanook.com/campus/946246/
2. ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต https://th.wikipedia.org/wiki/ดาร์กช็อกโกแลต และ https://www.posttoday.com/life/healthy/589571
3. ประโยชน์ของ พอลิฟีนอล http://www.thaiheartfound.org/category/details/food/371

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่...

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ