ทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ กระทบสุขภาพอย่างไรบ้าง!?

ทำงานหนัก

เรื่องเงินเรื่องใหญ่ เรื่องงานก็เช่นกัน ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มจะฝืดเคืองอย่างทุกวันนี้ บังคับให้หลาย ๆ คนต้องทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง และใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบตลอดเวลา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หรือกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จะทำให้คุณล้มป่วยได้ทั้งนั้น ซึ่งโทษของการ ทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ จะน่ากลัวแค่ไหน มาดูกัน!

 ทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพยังไงบ้าง!?

ออฟฟิศซินโดรม - โรคสุดฮิตของพนักงานออฟฟิศ เกิดจากพฤติกรรมของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้

เป็นหวัด คัดจมูก - แม้ว่าการเป็นหวัด เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูกหายใจไม่ออก จะอาการป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก แต่ก็เป็นกันได้ง่ายและบ่อย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณได้ โดยเฉพาะเมื่อโหม ทำงานหนัก และพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ก็คิดหาวิธี แก้หวัด รอกันไว้ได้เลย

ทำงานหนัก

ปวดไมเกรน - หรืออาการปวดหัวข้างเดียว แม้ว่าสาเหตุของ ไมเกรน จะไม่ชัดเจนนัก แต่ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการไม่เกรน กลับมีอยู่รอบตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความวิตกกังวล ความตื่นเต้น ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานไม่เป็นเวลา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีที่มีมาจากการโหม ทำงานหนัก ทั้งสิ้น

โรคอ้วน - การนั่งทำงานนาน ๆ ติดต่อกันวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้น้อยลง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างง่าย ๆ รวมถึงมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด

สายตาเสีย - การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป เพ่งสายตาจนลืมกระพริบตา สามารถทำให้เกิด โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ได้ ซึ่งโรคนี้จะทำให้ดวงตามีปัญหาเรื่องการมองเห็น โดยเริ่มจาก ตาแห้ง ปวดหัว คอ และไหล่ และอาจทำให้เห็นภาพเบลอ หากทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยอันควร

โรคความดันโลหิตสูง - สาเหตุของ โรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มคนทำงานมักเกิดจากความเครียด เนื่องจากพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ ต้องเผชิญกับความกดดันบ่อยครั้ง ความน่ากลัวของภาวะความดันโลหิตสูงก็คือ จะไม่มีอาการแสดงอะไรเลยในระยะแรก แต่จะทำลายอวัยวะภายในของคุณอย่างช้า ๆ จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และไตวาย ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความเจ็บปวดในระยะยาว และสามารถถึงแก่ชีวิตได้ทั้งสิ้น

ทำงานหนัก

Cr. ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ

โรคหัวใจ - โรคหัวใจ เป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อคุณต้อง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ทานแต่อาหารที่มีไขมันสูง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต้องเผชิญกับความเครียดอยู่เสมอ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจของคุณต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา และอาจเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด

โรคเบาหวาน - หลายคนชอบทานของหวานเมื่อรู้สึกเครียดหรือเหนื่อย เพราะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นขึ้น แต่การทานของหวานบ่อยเกินไป จนระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงจนเกินพอดีแล้ว หัวใจของคุณก็จะทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่มาควบคุมน้ำตาล ความน่ากลัวของโรคนี้ อยู่ที่อาการของโรคจะลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เบาหวานขึ้นตา และเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล ก็ทำให้หยุดเลือดได้จาก และแผลหายช้า

กรดไหลย้อน - อีกหนึ่งโรคสุดฮิตของคนวัยทำงาน ที่เกิดจากการทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอาหารอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงการชอบทานเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมัน ของทอด หรือน้ำอัดลม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

โรคเครียดลงกระเพาะ - โรคเครียดลงกระเพาะ มักเกิดจากความเครียด เพราะเมื่อเราเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติ ก็จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการระคายเคือง และส่งผลให้คุณเป็น โรคกระเพาะอาหาร ในที่สุด

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ - หลายครั้งที่คุณเกิดปวดปัสสาวะ แต่ก็ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำสักที เนื่องจากกำลังทำงานติดพันอยู่ รวมถึงการดื่มน้ำน้อย หรือเลือกดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า พฤติกรรมเหล่านี้หากทจนติดเป็นนิสัย ก็สามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้

โรคตึกเป็นพิษ - โรคที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศที่ไม่ดี อากาศไม่ถ่ายเท หรือถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้สารพิษที่อยู่ในตัวอาคารไม่สามารถระบายออกไปได้ อาการของโรคตึกเป็นพิษ ได้แก่ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และเกิดความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น หากละเลยเอาไว้นาน ๆ อาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ทำงานหนัก

ทำงานหนักแต่ไม่อยากป่วย ป้องกันได้อย่างไรบ้าง?

  • ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร

พฤติกรรมการทานอาหารหลายอย่าง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรทานอาหารแค่พออิ่ม ไม่ทานมากเกินความต้องการของร่างกาย จนทำให้เกิดไขมันสะสม รวมถึงเลือดทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด น้ำอัดลม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน และต้องทานอาหารให้เป็นเวลา เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ควรเลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเอง เช่น หากมีปัญหาเรื่องเจ็บเข่า ก็ให้เลือกเดินเร็วแทนการวิ่ง สำหรับคนที่ รู้สึกเหนื่อยง่าย ก็ ให้ค่อย ๆ ปรับตัวไปทีละน้อย เพิ่มความแข็งแรงของหัวใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

คนเราต้องการการนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง หากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ขาดการซ่อมแซมและพักฟื้นในแต่ละวัน และเป็นสาเหตุให้สุขภาพของคุณทรุดโทรมลง

  • ปล่อยวาง ลดความเครียด

แม้ว่าความเครียดสะสม อาจไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค แต่เมื่อเกิดความเครียด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะอ่อนแอลง ทำให้คุณป่วยได้ง่ายขึ้น

  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

การตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะเป็นการช่วยยืนยันว่า สภาพร่างกายของคุณยังแข็งแรง และเป็นปกติดีอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ ผลเลือดแต่ละค่าที่แสดงออกมา ก็เป็นเสมือนกับสัญญาณเตือนภัย ที่ช่วยบอกให้เรารู้ล่วงหน้าว่า อวัยวะส่วนไหนของร่างกาย ที่คุณควรจะเริ่มใส่ใจเป็นพิเศษได้แล้ว

Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ