gedgoodlife

“10 ผลไม้ฤทธิ์เย็น” กินแล้วชื่นใจ ดีต่อร่างกายในหน้าร้อน

  ในช่วงที่อากาศร้อน ๆ แบบนี้ เด็ก ๆ หลายคนคงอ้อนอยากจะดื่มแต่น้ำหวาน น้ำเย็น ๆ ให้สดชื่น  แต่นอกจากน้ำหวาน เราสามารถคืนความสดชื่นให้กับร่างกายของลูกน้อยในวันที่แดดแรง ๆ ด้วย ผลไม้ฤทธิ์เย็น ที่ช่วยดับร้อน ผลไม้ฤทธิ์เย็น คือ ผลไม้ที่ย่อยง่าย ให้พลังงานน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื้อยุ่ยนุ่มฉ่ำน้ำ มีความสดคงทน กินแล้วกลืนคล่องคอ ชุ่มคอ ปริมาณผลไม้ที่ควรกินในแต่ละวัน ในแต่ละวันควรกินผลไม้ให้ได้ 3-5 ส่วนต่อวัน โดยสามารแบ่งส่วนผลไม้ได้ ดังนี้ ผลไม้ขนาดเล็ก เช่น องุ่น ลองกอง ลำใย ลิ้นจี่ : 1 ส่วน เท่ากับ 6-8 ผล ผลไม้ขนาดกลาง เช่น ส้ม ชมพู่ พุทรา สาลี่ แอปเปิ้ล : 1 ส่วน เท่่ากับ 1-2 ผล “10 ผลไม้ฤทธิ์เย็น” กินแล้วชื่นใจ ดีต่อร่างกายในหน้าร้อน

ทำความรู้จัก “New Normal” พร้อมหลากวิธีดูแลสุขภาพที่ควรใส่ใจหลังวิกฤติโควิด-19

  จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (Covid-19) ทำให้มีการพูดถึงทฤษฎี “New Normal” กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีบางคนที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของNew Normal วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับความหมายที่แท้จริงของ “New Normal” กัน ทำความรู้จัก “New Normal” New Normal แปลว่า ความปกติแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน หลังจากที่ผ่านพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยี การรักษาความสะอาดในการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลสุขภาพร่างกาย และ ด้านการเลือกรับประทานอาหาร ตัวอย่างเช่น ก่อนการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ผู้คนจะมีการประชุมในสำนักงานหรือในออฟฟิศ แต่หลังจากเกิดโรคระบาดทำให้ผู้คนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ดังนั้นการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์จึงได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งทำให้หลายบริษัทตระหนักได้ว่าการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ก็มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน แม้วิกฤติจากโรคโควิด-19 จะจบลง ผู้คนก็ยังคงนิยมประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ต่อไปจนกลายเป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงการใช้บริการการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งสินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภค เราจะเห็นว่าในช่วงการระบาดของโรคโควิด -19 การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ และการสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ มีมากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความสะดวกสบายมากกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้เหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่องถึงแม้การระบาดของโรคโควิด-19 จะจบลง เพราะผู้คนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องออกจากบ้าน ก็สามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าจากที่บ้านได้ และได้รับความสะดวกสบายในด้านการขนส่งที่มากกว่าการออกไปซื้อสินค้าเอง จากตัวอย่างข้างต้นนั้นจะเห็นว่า สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นNew Normal จะต้องเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะการระบาดของโรคโควิด -19 และพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ ทำความรู้จัก “New Normal” พร้อมหลากวิธีดูแลสุขภาพที่ควรใส่ใจหลังวิกฤติโควิด-19

“10 ความสุข” ยุคโควิด-19 โดย “สวนดุสิตโพล” … พร้อมแบบประเมินความสุข

เริ่มต้นปี 2021 คนไทยยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ก่อให้เกิดทั้งความเครียด และวิตกกังวลกับการใช้ชีวิต…  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “10 ความสุข” ในยุคโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 1,136 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 15-22 มกราคม 2564 สรุปผลได้ ดังนี้ “10 ความสุข” ในยุคโควิด-19 โดย สวนดุสิตโพล อันดับ 1 มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 86.92% อันดับ 2 ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกับข้าวกินเอง 75.22% อันดับ 3 ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเร่งรีบ 56.10% อันดับ 4 ได้ออกกำลังกาย หันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น 29.81% อันดับ 5 ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ ได้พัฒนาทักษะเทคโนโลยี 13.46% อันดับ 6 ยังมีงานทำ ยังไม่ถูกเลิกจ้าง 13.08% “10 ความสุข” ยุคโควิด-19 โดย “สวนดุสิตโพล” … พร้อมแบบประเมินความสุข

“ยิ่งห่างเท่าไหร่ ยิ่งใกล้กว่าเดิม” เพราะความห่าง คือความห่วงใยที่แท้จริง

  ในปี 2020 ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างรวดเร็ว กระทันหัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะส่งผลกระทบทั้งในด้านเศษฐกิจ สังคม และวิถีการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคน ซึ่งหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตในสังคม (New Normal) ก็คือ การเว้นระยะห่างทางกายภาพ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมโรค และประคับประคองให้การแพร่ระบาดอยู่ในระดับที่ระบบการสาธารณะสุขจะรองรับได้ ทางบริษัท ดีคอลเจน จำกัด จึงขอมอบเพลง “ ห่างกำลังดี ” เพื่อเป็นกำลังใจต่อคนในสังคมไทย ให้ใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดโควิด 19 นี้ โดย ศิลปินเพลง : KANDIKEV X GED ผู้แต่ง : STICKYRICEKILLAH ผลิตเพลง: Kevin Inthawong (Kandikev) ท่าเต้น : Takayuki Issarangkul Na Ayuthaya นักแสดง: KONGFIREFOOT & “ยิ่งห่างเท่าไหร่ ยิ่งใกล้กว่าเดิม” เพราะความห่าง คือความห่วงใยที่แท้จริง

มาฝึกร้องเพลง ห่างกำลังดี feat. STICKYRICEKILLAH พร้อมแอพฯทำเพลง coverลงมือถือเราเอง!

  ช่วงที่โควิด19 กำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้ เราคงต้องเว้นระยะห่างกันสักพัก หมดโควิดเมื่อไหร่ สัญญาจะกอดให้หายคิดถึงเลย! ส่วนตอนนี้ GedGoodLife ขอส่งความห่วงใย ด้วยเพลง ห่างกำลังดี feat. STICKYRICEKILLAH ส่งให้คนที่เรารัก เราห่วงใย มาฝึกร้อง ฝึกเต้น ไปพร้อม ๆ กันได้เลยนะ Song : ห่างกำลังดี feat. STICKYRICEKILLAH Artist : KANDIKEV X GED Lyrics : STICKYRICEKILLAH Music Produced : Kevin Inthawong (Kandikev) Choreography : Takayuki Issarangkul Na Ayuthaya Performer : KONGFIREFOOT & CREW       เนื้อเพลง – ห่างกำลังดี feat. STICKYRICEKILLAH ไม่ได้อยากจะใกล้ชิด ไม่อยากจะแพร่เชื้อ ไม่อยากเป็นตัวการ มาฝึกร้องเพลง ห่างกำลังดี feat. STICKYRICEKILLAH พร้อมแอพฯทำเพลง coverลงมือถือเราเอง!

อาหารเด็ก 1 ขวบ กินอะไรได้บ้าง กินแค่ไหนถึงจะพอดี ?

  เด็กช่วงอายุ 1 ขวบเป็นต้นไป เป็นวัยที่เริ่มกินยาก ไม่ค่อยสนใจอาหาร และไม่เจริญอาหารเหมือนเด็กเล็ก ๆ เพราะจะเริ่มวุ่นวายกับการเล่น ห่วงเล่น หรือทำอย่างอื่น มากกว่า นอกจากนี้เด็กยังเริ่มเลือกกินอาหารในสิ่งที่ตนเองชอบ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองควรสร้างสุขนิสัยที่ดีในการกิน อาหารเด็ก 1 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาสมอง ความต้องการสารอาหารของเด็ก 1 ขวบ เด็กวัยก่อนเรียนควรได้รับสารอาหารต่าง ๆ ที่มีคุณภาพดีและมีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายเจริญเติบโต เพราะการเจริญเติบโตของร่างกายมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอาหารที่กินเข้าไป เด็กในวัยนี้มีความต้องการสารอาหารต่าง ๆ – อาหารที่ให้พลังงาน เด็กช่วงอายุ 1-3 ปี ควรได้พลังงานวันละ 1,300 กิโลแคลอรี หรือ ประมาณ 100 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว ซึ่งได้จากข้าว แป้ง น้ำตาล และไขมัน – โปรตีน เด็กวัยนี้ควรได้รับโปรตีนวันละ 20-25 กรัม หรือประมาณ 1.8 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำ หนักตัว อาหารเด็ก 1 ขวบ กินอะไรได้บ้าง กินแค่ไหนถึงจะพอดี ?

เช็กร่างกาย! เด็กขาดวิตามิน เมื่อไหร่ต้องเสริมวิตามิน?

  ดูเผิน ๆ อาจจะเห็นว่าลูกยังดูปกติ ไม่เจ็บป่วย แต่ใครจะรู้ว่า เด็กขาดวิตามิน สารอาหารซ่อนเร้น ที่เราไม่รู้ตัว มาเช็กร่างกายลูกดูว่าขาดวิตามิน หรือต้องการวิตามินเสริมไหม ? ภาวะขาดสารอาหารซ่อนเร้น (Hidden Hunger) จากการศึกษาของ WHO หรือองค์กรอนามัยโลก พบว่าพฤติกรรมการกินของเราในปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารซ่อนเร้น (Hidden Hunger) หรือ ภาวะของการขาดวิตามิน หรือแร่ธาตุบางชนิดที่สำคัญไปโดยไม่รู้ตัว และถึงแม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นขาดสารอาหาร (Malnutrition) แต่ก็ทำให้เกิดความผิดปกติ ได้ โดยเฉพาะในเด็ก ๆ วัยกำลังเจริญเติบโต เด็กขาดวิตามิน จะทำให้ร่างกายไม่เติบโต พัฒนาการถดถอย ภาวะขาดสารอาหารซ่อนเร้น (Hidden Hunger) คือ การขาดสารอาหารบางตัวที่ร่างกายต้องการน้อย แต่จำเป็นต้องมี เช่น วิตามิน เกลือแร่ ทุกชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ไอโอดีน และวิตามินเอ ซึ่งการจะรู้ว่าขาดหรือไม่ขาดต้องอาศัยการทดสอบทางคลินิก วิตามินแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่มักได้รับไม่เพียงพอ – ธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กจะช่วยแก้ปัญหาภาวะตัวเหลืองซีด โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ถือว่า เช็กร่างกาย! เด็กขาดวิตามิน เมื่อไหร่ต้องเสริมวิตามิน?

ทำอย่างไร เมื่อลูก ไอ สำลักสิ่งแปลกปลอม?

  เด็กไอ สำลักสิ่งแปลกปลอม ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะหลายครั้งที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว โดยอาการ สำลักสิ่งแปลกปลอม มักพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น หยิบคว้าของยัดใส่รูจมูก เอาเข้าปาก หรือกินอาหารแบบไม่ระวัง ไม่เคี้ยวให้ละเอียด วิ่งเล่นไปด้วย ก็ทำให้สำลักอาหารได้ อันตรายจากการ สำลักสิ่งแปลกปลอม 1. ทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ซึ่งทางเดินหายใจมีขนาดเล็กอยู่แล้ว การอุดกั้นแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เป็นอันตรายเสียชีวิตได้ 2. เกิดการอุดกั้นของหลอดลมส่วนปลาย ทำให้เกิดภาวะปอดแฟบ ปอดพอง หรือหอบหืดได้ 3. เกิดการอุดกั้นการระบายของเสมหะในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดปัญหาการอักเสบติดเชื้อตามมาเช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ เป็นต้น 4. สิ่งแปลกปลอมบางชนิดทำลายของเนื้อเยื่อ เช่น ถ่านนาฬิกา ถ่านเครื่องคิดเลข เมื่อตกค้างในทางเดินหายใจจะทำปฏิกิริยากับเสมหะ หรือสิ่งคัดหลั่งต่าง ๆ เกิดเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างเข้มข้น รั่วซึมออกจากตัวถ่าน ทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างรุนแรง จนบางครั้งเกิดการทะลุของอวัยวะภายในเข้าสู่ช่องอกเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อาการเมื่อสำลักสิ่งแปลกปลอม เด็กจะมีอาการ ไอรุนแรง ทำอย่างไร เมื่อลูก ไอ สำลักสิ่งแปลกปลอม?

“10 วิตามินคนท้อง” และสารอาหารจำเป็นเมื่อตั้งครรภ์

  เมื่อตั้งครรภ์ แม่หลายคนอาจจะมีข้ออ้างเพื่อกินได้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเลือกกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์ไม่ได้เน้นแค่ปริมาณ แต่ต้องมีคุณภาพด้วย ควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน วิตามินต้องครบ วิตามินคนท้อง อะไรบ้างที่จำเป็นเพื่อบำรุง และส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ เรามาดูกัน! 10 วิตามินคนท้อง ที่จำเป็นมีอะไรบ้าง? 1. ธาตุเหล็ก (Iron) ธาตุเหล็กเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาของตัวอ่อน และรก รวมถึงการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงของแม่ ที่ต้องสูญเสียธาตุเหล็กระหว่างตั้งครรภ์ ตอนคลอด และช่วงการให้นมลูก คุณหมอมักจะให้วิตามินเสริมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ เสริมธาตุเหล็กให้แม่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางด้วย โดยถ้าแม่ตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก ควรที่จะได้รับการเสริมธาตุเหล็ก 30 – 120 มิลลิกรัม/วัน จนกระทั่งความเข้มข้นของเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ธาตุเหล็ก พบได้ใน ตับ เนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นต้น 2. แคลเซียม (Calcium) ช่วยในการเจริญของระบบกระดูกของทารก แต่ต้องการในปริมาณไม่สูงมาก ดังนั้นหากแม่ตั้งครรภ์สุขภาพแข็งแรง ปกติดี การรับประทานอาหารแต่ละวัน จะได้แคลเซียมที่เพียงพออยู่แล้ว โดยปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันของหญิงตั้งครรภ์ช่วงอายุ 19 “10 วิตามินคนท้อง” และสารอาหารจำเป็นเมื่อตั้งครรภ์

เลือกวิตามินที่ใช่ให้ลูกรัก! วิตามินสำหรับเด็ก 3 ขวบ เลือกอย่างไรดี?

  เด็กอายุ 3 ปี มีความต้องการสารอาหารต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปในช่วงอายุนี้ เด็กจะมีอัตราการเพิ่มน้ําหนัก 2-3 กิโลกรัมต่อปี และส่วนสูงเพิ่ม 5-8 เซนติเมตรต่อปี เป็นวัยที่กำลังชอบวิ่งเล่น ทำกิจกรรม เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ซึ่งทําให้ร่างกายต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น มาดูว่า วิตามินสำหรับเด็ก 3 ขวบ มีอะไรบ้าง ที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตพัฒนาการดี ฉลาดสมวัย เลือกวิตามินที่ใช่! วิตามินสำหรับเด็ก 3 ขวบ วิตามินเอ : ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์ และระบบภูมิคุ้มกันโรค ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ทำให้เม็ดเลือดขาวที่ช่วยต้านเชื้อโรค และมะเร็งทำงานได้ดี วิตามินเอ มีความสำคัญต่อการมองเห็น ช่วยให้สุขภาพตาดีขึ้น หากขาดวิตามินเอ ทำให้มองไม่เห็นในแสงสลัว ๆ ส่งผลต่อการมองเห็น วิตามินบี 12 : เร่งการเผาผลาญ เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง เส้นประสาท เพิ่มสมาธิ ความจำ ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง อาการอ่อนเพลีย วิตามินซี เลือกวิตามินที่ใช่ให้ลูกรัก! วิตามินสำหรับเด็ก 3 ขวบ เลือกอย่างไรดี?

คุมเข้มอู่ฮั่น! “ไวรัสโคโรนา” สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน

  เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามีการระบาดของโรคปอดอักเสบลึกลับ ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยไวรัสลึกลับ ซึ่งทำให้มีคนเจ็บป่วยจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต ในที่สุดทางการจีนก็พบว่า ไวรัสลึกลับที่ว่านี้ คือ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ Novel coronavirus 2019 ชื่อย่อ คือ 2019-nCoV การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) เริ่มขึ้นที่ตลาดค้าสัตว์ ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการค้าสัตว์หลายชนิด หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตลาดได้ถูกสั่งปิด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แพร่ระบาด ติดต่อกันระหว่างสัตว์ ได้แก่ หมู วัว ควาย แมว สุนัข อูฐ ค้างคาว และหนู รวมทั้งติดต่อจากสัตว์มายังคนด้วย แต่ยังไม่ได้มีการติดต่อจากคนสู่คน จนกระทั่งล่าสุด มีการยืนยันจากทางการจีนว่า เชื้อไวรัสสามารถติดต่อจาก “คนสู่คน” ได้แล้ว ยิ่งเพิ่มสถานการณ์ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น คุมเข้มอู่ฮั่น! “ไวรัสโคโรนา” สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน

เช็กสัญญาณอาการไอของลูก เมื่อไหร่ต้องใช้ “ยาพ่น” ?

  พาลูกไปพ่นยาทีไร แรก ๆ คนเป็นพ่อแม่คงใจจะขาด เวลาเห็นลูกร้อง แต่การใช้ “ยาพ่น” เป็นวิธีการช่วยลูกได้อย่างรวดเร็ว และได้ผล เมื่อไหร่ที่เราต้องใช้ยาพ่นกับเด็ก แล้วจะพ่นยาเองที่บ้านได้ไหม ? รู้จัก “การพ่นยา” การบำบัดรักษาด้วยฝอยละออง (Aerosol therapy) ที่เรียกกันว่า ยาพ่น หรือ การพ่นยา คือ การใช้ออกซิเจนพ่นน้ำยาให้แตกตัวเป็นละอองเล็ก ๆ เหมือนควันเพื่อให้สามารถสูดดมเข้าไปในทางเดินหายใจได้ง่าย เป็นการให้ยาเข้าไปรักษาโรคระบบหายใจโดยตรง ซึ่งจะได้ผลรวดเร็วกว่า และมีผลข้างเคียงต่อระบบอื่นของร่างกายน้อยกว่า การให้ยารับประทาน หรือ ยาฉีด เช็กสัญญาณอาการลูก เมื่อไหร่ต้องพ่นยา ? เด็กหายใจเร็ว มีเสียงวี๊ดในทรวงอก มีอาการไอมาก เสมหะเหนียวข้น ไม่สามารถไอเอาเสมหะออกมาได้เอง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหลอดลมตีบ จากหลอดลมอักเสบ ปวดบวม ส่วนในกรณีที่ต้องใช้ยาพ่นแบบควบคุมแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจ และวางแผนการรักษาให้ เช่น กรณีที่ไอเรื้อรังต้องใช้ยาขยายหลอดลมบ่อย ๆ มีอาการเหนื่อยหอบ ชอบไอตอนกลางคืน ไอหลังออกกำลังกาย ทำไมถึงควรใช้ ยาพ่น ทำให้อาการไอ หรือ เช็กสัญญาณอาการไอของลูก เมื่อไหร่ต้องใช้ “ยาพ่น” ?

เด็กกินยาก ขาดวิตามิน สารอาหาร อาการเป็นอย่างไร ?

  เมื่อลูกกินยาก เป็นปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่หลายคนกังวล เพราะอาจทำให้ลูกน้อยมีอาการ ขาดวิตามิน ขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก ที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต การได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ช่วยให้พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ขาดวิตามิน ขาดสารอาหารในเด็ก เกิดได้อย่างไร ? 1. กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เด็กควรได้รับอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน เด็กบางคนกินเยอะ กินครบ 3 มื้อก็จริง แต่อาหารที่กินไม่มีประโยชน์ เป็นอาหารขยะ (Junk Food) หรือ กินแต่ขนม น้ำหวาน กินไม่สมดุลกันทั้ง 5 หมู่ ร่างกายก็อาจขาดสารอาหาร ขาดวิตามินได้ 2. เลือกกิน เป็นเด็กกินยาก ปัญหาโลกแตกของเด็กปัจจุบันหลายคน ที่กลายเป็นเด็กกินยาก เลือกกิน ผักไม่กิน ข้าวไม่กิน โน่นนั่นนี่ไม่กิน ถ้าเป็นเด็กกินยาก อาจทำให้ขาดสารอาหาร ได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายไม่ครบ 3. กินอาหารเดิมซ้ำ ๆ เด็กกินยาก ขาดวิตามิน สารอาหาร อาการเป็นอย่างไร ?

ธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง ต้องกินตอนไหน กินเท่าไหร่ดี ?

  ธาตุเหล็ก (Iron) เป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับคนท้อง คนท้องจะต้องการธาตุเหล็กเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติ แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่า ตัวเองได้รับธาตุเหล็กเพียงพอไหม ?​ ธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง จะเริ่มเตรียมตัวเสริมได้เมื่อไหร่ เพราะได้รับมากไป น้อยไปก็อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง ดีต่อลูกมีประโยชน์กับแม่ เพื่อช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงในขณะตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะโลหิตจางของคนท้อง ระหว่างตั้งครรภ์ จำเป็นในการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์ และรก ปริมาณธาตุเหล็ก สำหรับแม่ตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ความต้องการธาตุเหล็กจะมีเพิ่มมากขึ้น โดยคนท้องต้องการธาตุเหล็ก ตลอดการตั้งครรภ์ ประมาณ 1,000 มิลลิกรัม ใช้ในการสร้างเม็ดเลือดของแม่ 500 มิลลิกรัม สูญเสียไปในระบบขับถ่ายตามปกติ 200 มิลลิกรัม ส่งไปให้ทารก และรกในครรภ์ 300 มิลลิกรัม ดังนั้น คนท้องต้องการธาตุเหล็กในปริมาณ 6-7 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในอาหารที่รับประทานทุกวัน มีปริมาณเพียง 1-2 มิลลิกรัมเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ คนท้อง หญิงตั้งครรภ์ จึงอาจจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กเพิ่มในรูปของ ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง กินเท่าไหร่ดี ? เมื่อไปฝากครรภ์ ธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง ต้องกินตอนไหน กินเท่าไหร่ดี ?

คัดจมูกในหน้าฝน มีสาเหตุ และวิธีรักษาอย่างไร?

  ในหน้าฝน มักทำให้ป่วยได้ง่าย ยิ่งในรายที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง! และหากปล่อยให้อาการคัดจมูกเรื้อรัง ก็อาจก่อให้เกิดภาวะอื่น ๆ ตามมา เช่น นอนกรน นอนไม่พอ หูอื้อ หูอักเสบ เป็นต้น มาดูกันว่าอาการ คัดจมูกในหน้าฝน จะมีสาเหตุ และวิธีรักษาอย่างไร 9 วิธีป้องกันหวัดและภูมิแพ้ไร้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ฉบับชาวออฟฟิศ รู้มั้ย ยาลอราทาดีน คืออะไร รักษาอาการอะไรได้บ้าง? กินยาแก้แพ้เป็นประจำ อันตรายไหม? แบบกินแล้วง่วง กับไม่ง่วง เลือกแบบไหนดีกว่ากัน? อาการคัดจมูก เกิดจากอะไร? คัดจมูก แน่นจมูก หรือ อาการจมูกคั่ง (Nasal congestion / Stuffy nose) – เกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุจมูก หรือมีปริมาณน้ำมูกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ช่องจมูกเกิดการอุดกั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก เพราะลมผ่านเข้า-ออกจมูกน้อยกว่าปกติ เมื่อผู้ป่วยคัดจมูกมากทําให้ต้องหายใจทางปาก อาจทําให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเรื้อรัง, คอแห้ง หรือระคายคอได้ง่าย อาการคัดจมูกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คัดจมูกในหน้าฝน มีสาเหตุ และวิธีรักษาอย่างไร?

ระวัง! 8 โรคแทรกซ้อนจากภูมิแพ้อากาศ อันตรายของคนเป็นภูมิแพ้

  ในปัจจุบัน “โรคภูมิแพ้อากาศ” ถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และมีแนวโน้มว่าคนไทยจะเป็นกันมากขึ้นในอนาคต ด้วยเพราะว่ามลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษมากขึ้น เช่น ฝุ่นพิษ PM2.5 ที่กำลังเป็นสาเหตุหลักก่อให้เกิดภูมิแพ้เพิ่มขึ้น และถ้าผู้ป่วยภูมิแพ้ไม่ได้ดูแลอาการแพ้อย่างถูกต้อง หรือละเลยไป ก็อาจก่อให้เกิด “โรคแทรกซ้อนจากภูมิแพ้อากาศ” จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว! จะมีโรคอะไรบ้าง มาติดตามกัน โรคภูมิแพ้คืออะไร ภูมิแพ้ รักษาอย่างไร? และสาระภูมิแพ้จากหมอกอล์ฟ ภูมิแพ้อากาศ และฝุ่น รักษายังไง กินยาอะไรได้บ้างครับ? Checklist! อาการภูมิแพ้อากาศ โรคภูมิแพ้อากาศ มีสาเหตุ และอาการอย่างไร? โรคภูมิแพ้อากาศ หรือ ภูมิแพ้จมูก ทางการแพทย์เรียกว่า “โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ – Allergic rhinitis” คือ โรคที่ร่างกายเราตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ (Allergens) ที่เราหายใจเข้าไป แล้วเกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก โดยภูมิแพ้อากาศเป็นโรคภูมิแพ้อันดับ 1 ในไทย และทั่วโลก สามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย ทุกช่วงอายุเลยทีเดียว สารก่อภูมิแพ้ยอดฮิตที่ทำให้เกิดภูมิแพ้อากาศ ได้แก่ ไรฝุ่นในห้องนอน ฝุ่นมลพิษต่าง ๆ เช่น ฝุ่นPM2.5, ควันธูป, ควันบุหรี่ เชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้, หญ้า ระวัง! 8 โรคแทรกซ้อนจากภูมิแพ้อากาศ อันตรายของคนเป็นภูมิแพ้

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save