“10 วิตามินคนท้อง” และสารอาหารจำเป็นเมื่อตั้งครรภ์

วิตามินคนท้อง

เมื่อตั้งครรภ์ แม่หลายคนอาจจะมีข้ออ้างเพื่อกินได้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเลือกกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์ไม่ได้เน้นแค่ปริมาณ แต่ต้องมีคุณภาพด้วย ควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน วิตามินต้องครบ วิตามินคนท้อง อะไรบ้างที่จำเป็นเพื่อบำรุง และส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ เรามาดูกัน!

10 วิตามินคนท้อง ที่จำเป็นมีอะไรบ้าง?

1. ธาตุเหล็ก (Iron) ธาตุเหล็กเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาของตัวอ่อน และรก รวมถึงการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงของแม่ ที่ต้องสูญเสียธาตุเหล็กระหว่างตั้งครรภ์ ตอนคลอด และช่วงการให้นมลูก

คุณหมอมักจะให้วิตามินเสริมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ เสริมธาตุเหล็กให้แม่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางด้วย โดยถ้าแม่ตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก ควรที่จะได้รับการเสริมธาตุเหล็ก 30 – 120 มิลลิกรัม/วัน จนกระทั่งความเข้มข้นของเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ธาตุเหล็ก พบได้ใน ตับ เนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นต้น

2. แคลเซียม (Calcium) ช่วยในการเจริญของระบบกระดูกของทารก แต่ต้องการในปริมาณไม่สูงมาก ดังนั้นหากแม่ตั้งครรภ์สุขภาพแข็งแรง ปกติดี การรับประทานอาหารแต่ละวัน จะได้แคลเซียมที่เพียงพออยู่แล้ว โดยปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันของหญิงตั้งครรภ์ช่วงอายุ 19 – 50 ปี คือ 1,000 มิลลิกรัม/วัน แต่การเสริมด้วยวิตามินแคลเซียม อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในมารดาที่มีความเสี่ยงสูง

แคลเซียม พบได้ใน นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนย โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย

3. กรดโฟลิก (Folic Acid)ป็นวิตามินสำคัญ ที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับตั้งแต่วางแผนก่อนตั้งครรภ์ โดยควรได้รับการเสริมโฟลิก 0.4 – 0.8 มิลลิกรัม/วัน เป็นเวลา 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ หรือในช่วง 3 เดือนแรกของของการตั้งครรภ์ เพื่อลดโอการการเกิดภาวะหลอดประสาทไม่ปิดของทารก ที่ทำให้ทารกมีความพิการตั้งแต่เกิด และโฟลิกยังลดความเสี่ยงการเกิดโรคอื่น ๆ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ โรคหัวใจแต่กำเนิด เป็นต้น

กรดโฟลิก พบได้ใน ผักใบเขียว ผักโขม บรอกโคลี ดอกกุ้ยช่าย มะเขือเทศ และ วิตามินรวมคนท้อง ที่คุณหมอให้ระหว่างตั้งครรภ์

4. สังกะสี (Zinc) สังกะสีนั้นช่วยให้ลูกน้อย ทารกในครรภ์เจริญเติบโตได้เป็นปกติ เพราะหากขาดสังกะสี อาจทำให้เกิดภาวะทารกเจริญเติบโตช้า

สังกะสี พบได้ใน ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดพืช เนื้อสัตว์ ตับ นม

5. ไอโอดีน (Iodine) เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของระบบประสาททารกตั้งแต่ในครรภ์ ทารกควรได้รับไอโอดีนเพื่อพัฒนาเซลล์ประสาทและสมอง เพราะหากขาดไอโอดีน อาจทำให้แท้ง เสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด หรือเกิดภาวะพิการทางสมอง ร่างกายเล็กผิดปกติ เติบโตช้าได้

ไอโอดีน พบได้ใน อาหารทะเล เกลือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง หรือ ยาเสริมธาตุไอโอดีน ที่คุณหมอจ่ายให้

6. วิตามินเอ (Vitamin A) สำคัญต่อการมองเห็น การเจริญเติบโตของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างเม็ดเลือด การเจริญพันธุ์ ปริมาณวิตามินเอที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับคือ ประมาณ 800 ไมโครกรัม/วัน

วิตามินเอ พบได้ใน เครื่องใน ตับของสัตว์ต่าง ๆ ผักที่มีสีเขียวเข้ม และสีเหลืองส้ม เช่น ตำลึง กวางตุ้ง ฟักทอง มะเขือเทศ เป็นต้น

7. วิตามินบี 1 หรือ ไทอามีน (Thiamine) แม่ตั้งครรภ์จะต้องการไทอามีนมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย หรือ 3 เดือนก่อนคลอด ไทอามีนจะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี การขาดไทอามีนในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้เป็นตะคริว เหน็บชา และครรภ์เป็นพิษได้ ในแต่ละวันของแม่ตั้งครรภ์ ต้องการไทอามีนประมาณ 1.4 มิลลิกรัม/วัน

ไทอามีน พบได้ใน เนื้อหมู ข้าวซ้อมมือ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง งา เป็นต้น

8. วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ทำให้ร่างกายเติบโตและพัฒนาอย่างเหมาะสม ช่วยส่งเสริมระบบประสาท ผิวหนัง และตา ช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ตอนตั้งครรภ์ร่างกายต้องการวิตามินบี 2 ประมาณ 1.4 มิลลิกรัม/วัน

วิตามินบี 2 พบได้ใน ตับไก่ ตับหมูไข่ เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา นม

9. วิตามินบี 6 หรือ ไพริดอกซีน (Pyridoxine) ทำหน้าที่สังเคราะห์และเผาผลาญกรดอะมิโน การสลายไกลโคเจนในกล้ามเนื้อและการสังเคราะห์กลูโคสจากกระอะมิโนในกล้ามเนื้อ สังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท เช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) ทอรีน (Taurine) โดปามี (Dopamine) ตอนตั้งครรภ์ร่างกายต้องการวิตามินบี 6 ประมาณ 1.9 มิลลิกรัม/วัน

วิตามินบี 6 พบได้ใน เนื้อสัตว์กล้วย ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่แดง เป็นต้น

10. วิตามินซี (Vitamin C) มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์คอลลาเจน คาร์นิทีน สารเหนี่ยวนำกระแสประสาท เพิ่มภูมิต้านทาน และช่วยการดูดซึมเหล็ก ถ้าตอนตั้งครรภ์ขาดวิตามินซี อาจทำให้มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อขณะคลอด คลอดก่อนกำหนด และภาวะครรเป็นพิษได้ ปริมาณวิตามินซีที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ คือ 85 ไมโครกรัม/วัน

วิตามินซี พบได้ใน ผักผลไม้ต่าง ๆ เช่น ฝรั่ง มะนาว ส้ม สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ เป็นต้น พยายามกินผักผลไม้แบบสด ๆ แทนการปรุงที่อาจทำให้สูญเสียวิตามินไปกับความร้อน

นอกจากนี้ยังมีสารอาหาร และวิตามินอื่น ๆ ที่จำเป็นอีก ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์ควรเอาใจใส่อาหารในทุก ๆ มื้อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เลือกวัตถุดิบที่มีประโยชน์ รับประทานที่ปรุงสุกใหม่ทุกวัน หากไม่มั่นใจว่าได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่ อาจเสริมด้วยวิตามินรวมสำหรับคนท้องได้ ซึ่งคุณหมอมักจะจ่าย วิตามินคนท้อง เสริมให้รับประทาน ควรรับปรทานอย่างสม่ำเสมอเพื่อ สุขภาพของตัวเอง และพัฒนาการที่สมบูรณ์แข็งแรงของลูกน้อย

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ