กินอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงสุขภาพพังยังไงบ้าง ทำให้เป็นโรคกระเพาะจริงหรือไม่?

กินอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงสุขภาพพังยังไงบ้าง ทำให้เป็นโรคกระเพาะจริงหรือไม่?

28 มิ.ย. 24

กินอาหารไม่ตรงเวลา

 

จำไว้เลยว่า เรื่องอาหารการกิน ต้องใส่ใจ หากละเลยอาจนำพาโรคมาสู่เราได้! วันนี้ Ged Good Life มีเรื่องมาเตือนสำหรับคนที่ กินอาหารไม่ตรงเวลา กินน้อยเกินไป หากทำเป็นประจำ อาจทำให้สุขภาพพังได้นะ และโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง มักจะเรื้อรัง ไม่ใช่ว่าจะรักษากันง่าย ๆ! ฉะนั้น มาดูกันว่า หากกินอาหารไม่ตรงเวลาจะเสี่ยงสุขภาพพังยังไงบ้าง พร้อมไขข้อข้องใจ กินไม่ตรงเวลาทำให้เป็นโรคกระเพาะ จริงหรือไม่..?

– 7 อาหารโรคกรดไหลย้อน ที่ควรกิน-ไม่ควรกิน มีอะไรบ้าง?
– มะเร็งกระเพาะอาหาร – สาเหตุ อาการ วิธีรักษา
– อาหารช่วยชีวิต ควรเริ่มกินตั้งแต่เด็ก อะไรควรกิน-ควรงด มาดูกัน! โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

กินอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงสุขภาพพัง เป็นโรคอะไรได้บ้าง?

1. เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวท่านหนึ่ง ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pattaraporn Suriyamanee เคยโพสต์เตือนคนที่มีพฤติกรรมกินข้าวไม่ตรงเวลาไว้ว่า

“สำหรับตัวเราเป็นคนทานน้อย ทานไม่ค่อยตรงเวลา กินตามใจปาก เวลาเครียดจะปวดท้อง เราป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่3 ตอนนี้เราได้ผ่าตัดกระเพาะอาหารออกหมดแล้ว (ไม่มีกระพาะอาหาร) “อยากให้เรื่องเราเป็นอุทาหรณ์ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ ทานอาหารให้เป็นเวลา และหากปวดท้องกระเพาะ หรือกรดไหลย้อน ควรพบแพทย์”

อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ยังมีสาเหตุสำคัญอื่น ๆ อีกด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ -> มะเร็งกระเพาะอาหาร สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

กินอาหารไม่ตรงเวลา

2. เสี่ยงกรดไหลย้อน

ในปัจจุบัน คนไทยป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อนมากขึ้น เพราะ วิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้พฤติกรรมการกินของเราเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนก็กินไม่เป็นมื้อ บางคนเลิกงานดึก กลับมาบ้านก็ กินแล้วนอน เลย พอทำแบบนี้นาน ๆ ไป ก็จะเริ่มมีอาการจุกเสียด แน่นคล้ายอาหารไม่ย่อย จุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ แสบร้อนบริเวณอกบ่อย ๆ บางครั้ง มี เรอ คลื่นไส้ อาจมีน้ำรสเปรี้ยว หรือขม ไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ อาการเหล่านี้กำลังชี้ชัดว่า คุณกำลังเป็น กรดไหลย้อน

อ่านเพิ่มเติม -> เช็กอาการ! กรดไหลย้อน 4 ระยะ มีอาการ และวิธีรักษาอย่างไร?

3. มีผลต่อน้ำตาลในเลือด

เมื่อน้ำตาลในเลือดของคุณลดลง จะทำให้ความสามารถในการคิดของคุณหยุดชะงัก สมองจะใช้กลูโคสเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าน้ำตาลไม่เพียงพอที่สมองจะใช้ ร่างกายของคุณก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ พอน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็จะทำให้รู้สึกหงุดหงิด สับสน และเหนื่อยล้า ร่างกายเริ่มผลิตคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ทำให้เราเครียด และหิวตามมา

4. มีผลต่อระบบย่อยอาหาร

การกินอาหารไม่ตรงเวลาเป็นประจำ ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เพราะขาดสารอาหารที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายตามเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้กระเพาะอาหารทำงานช้าลง เผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยลง ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายจึงทำงานผิดปกติตามไปด้วย ทำให้ปวดท้อง อืดท้อง แน่นท้อง เสี่ยงเป็นโรคลำไส้แปรปรวน โรคกระเพาะอาหาร และโรคท้องผูกเรื้อรังได้

5. เสี่ยงต่อโรคอ้วน

การกินอาหารไม่เป็นเวลา หรือปล่อยให้ร่างกายอดอาหารเป็นเวลานานจนรู้สึกหิว จะไปกระตุ้นฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อ Cortisol ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารกลุ่มที่มีน้ำตาล และไขมันสูง การกินอาหารกลุ่มนี้มาก ๆ ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการได้รับพลังงานเกินกว่าความต้องการ และเกิดโรคอ้วนได้


หากกินอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้เป็นโรคกระเพาะ จริงหรือไม่?

เชื่อว่าใครหลายคน คงคุ้นหูกับประโยคที่ว่า “กินข้าวไม่ตรงเวลา ระวังโรคกระเพาะนะ” แท้จริงแล้ว โรคกระเพาะอาหาร เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่ว่ากินอาหารไม่ตรงเวลาอย่างเดียว แล้วจะทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร

สาเหตุของโรคกระเพาะ

  • สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย “เอชไพโลไร (H.pylori)”
  • การรับประทานยากลุ่มยาต้านการอักเสบ หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เป็นต้น
  • ความเครียด ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นให้มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารได้
  • การดื่มสุรา สูบบุหรี่ และรับประทานอาหารรสจัดบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการกัดกร่อนทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็ก

จะเห็นได้ว่า โรคกระเพาะมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร และอื่น ๆ ฉะนั้น การกินอาหารไม่ตรงเวลา เป็นเพียงปัจจัยเสริมเท่านั้น ไม่ใช่ว่ากินไม่ตรงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน แล้วจะทำให้เป็นโรคกระเพาะเลยสะทีเดียว

อย่างไรก็ตาม… โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคที่ไม่ควรละเลย ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เช่นรับประทานอาหารที่สะอาด ตรงต่อเวลา รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เป็นต้น

 

อ้างอิง : 1. deccanherald 2. samitivejhospitals 3. hellokhunmor 4. vibhavadi 5. sanook

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save