“เคล็ดลับลดพุง สร้างหุ่นสเลนเดอร์” หุ่นเป๊ะ เอวเอส ใคร ๆ ก็ทำได้!

เคล็ดลับลดพุง

เรื่องของพุง เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจมาก ๆ สำหรับสาว ๆ เพราะ นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพ ใส่เสื้อผ้าก็ต้องกังวลว่าพุงจะออก ยังบ่งบอกอีกว่าคุณเป็นคนที่กินไม่บันยะบันยัง! วันนี้GedGoodlife จึงขอเสนอ เคล็ดลับลดพุง แบบง่าย ๆ ที่จะช่วยกำจัดเจ้าก้อนไขมันที่หน้าท้องของคุณออกไปสะที!

เรื่องของพุง ที่คุณควรรู้

รู้มั้ยว่า ไม่ใช่มีแต่คนอ้วนเท่านั้นที่มีพุง เพราะคนที่ดูเหมือนจะผอม ก็สามารถมีพุงยื่นออกมาได้เช่นกัน เพราะว่าความจริงแล้ว อาการลงพุงนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

• กินอาหารจานด่วน หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสมในร่างกายมากเกินไป และไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าท้อง

• นั่งอยู่กับที่นานเกินไป ไม่ค่อยขยับตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนยาน และอาจทำให้พุงห้อยย้อยลงมาได้

• ท่านั่งไม่ถูกต้อง การนั่งหลังค่อม หลังงอ จะทำให้กล้ามเนื้อช่วงหลังและหน้าท้องไม่ถูกใช้งาน จนค่อยๆ อ่อนแรงลง และทำให้เกิดอาการพุงห้อยได้

• เครียด ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พุงยื่น โดยเฉพาะในกลุ่มคนผอมแต่มีพุง

พุงจงหายไป! ด้วย 9 เคล็ดลับลดพุง

1. เลิกดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
ท่องเอาไว้เลย น้ำตาล น้ำตาล และน้ำตาลนี่แหละ คือศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนัก พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวาน ๆ เช่น น้ำหวาน ชานมไข่มุก น้ำอัดลม เป็นต้น และหันมาดื่มน้ำเปล่าจะดีที่สุด

2. กินโปรตีนเพิ่มขึ้น
การกินโปรตีนมากขึ้น จะช่วยลดความหิวลงได้ถึง 60% และกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายได้ถึงวันละ 80-100 แคลอรี่ นอกจากนี้ โปรตีนจะไปช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ที่จะเข้ามาแทนที่ไขมัน ที่คุณกำลังพยายามกำจัดออกไปอีกด้วย

3. ลดคาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย แต่การกินมากก็ไปก็ไม่ใช่เรื่องดี มีการศึกษาพบว่า การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้ออาหารลง สามารถช่วยลดไขมันที่หน้าท้อง หรือไขมันในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักของคุณอีกด้วย

4. เลี่ยงไขมันทรานส์
ไขมันมีหลากหลายชนิด แต่ไขมันทรานส์ เป็นไขมันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และทำให้เกิดไขมันส่วนเกินในร่างกายได้มากที่สุดนั่น ยิ่งคุณกินอาหารที่มีไขมันทรานส์มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดไขมันสะสมที่หน้าท้องมากขึ้นเท่านั้น!

5. กินอาหารที่มีโปรไบโอติกส์และไฟเบอร์สูง
โปรไบโอติกส์ ถือเป็นแบคทีเรียชนิดที่ดีต่อสุขภาพ และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งโปรไบโอติกส์ และไฟเบอร์ ต่างก็ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และการลดลงของไขมันบริเวณหน้าท้องได้ดีอีกด้วย

6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเหล้าเบียร์ทั้งหลายนั้น เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่หน้าท้อง ยิ่งดื่มมาก ก็จะยิ่งทำให้ไขมันสะสมมากขึ้น แถมยังขึ้นเร็วอีกด้วย

7. ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
เมื่อเราเครียด ร่างกายก็จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น และกินเยอะขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบกินแก้เครียดแล้วละก็ บอกลาความผอมเอาไว้ได้เลย

นอกจากนี้ คุณยังต้องพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย เพราะนอกจากคุณจะมีโอกาสหิวได้มากขึ้น เมื่ออยู่ดึก ๆ แล้ว การนอนหลับ จะช่วยระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ออกกำลังกาย

เมื่ออยากผอม จะขาดการออกกำลังกายไปได้อย่างไร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และถูกวิธี จะช่วยให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้มากขึ้น ทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ก็ฟิตแอนด์เฟิร์มอีกด้วย

และเมื่อคุณอยากจะเน้นไปที่การลดพุงโดยเฉพาะ การออกกำลังกายแบบเน้นกล้ามเนื้อส่วนหน้าท้อง ก็จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งท่าที่เหมาะสำหรับการ ลดพุง ได้แก่

Sit up - ท่าสุดเบสิกของการลดพุง และหน้าท้อง ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 15-20 ครั้ง

Plank -
ท่าง่าย ๆ ที่ท้าทายความความอดทนเป็นอย่างมาก ให้นอนคว่ำ ใช้ศอกยกตัวขึ้นให้ขนานกับพื้นค้างเอาไว้ ควรทำครั้งละ 5 เซ็ต เซ็ตละ 1 นาที ระหว่างทำให้หายใจเข้าออกลึกๆ และเกร็งหน้าท้องไว้ด้วย

Bicycle crunch -
นอนราบลงกับพื้น เอามือประสานวางไว้ที่ท้ายทอย ยกตัวด้านบนขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับยกเข่าขึ้นให้แตะกับศอกอีกข้าง ทำสลับข้างไปมา

V-ups -
ยกตัวและขาขึ้นให้อยู่ในรูปของตัว V ท่านี้สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ให้ค้างอยู่ในท่านี้เซ็ตละ 1 นาที ทำทั้งหมด 5 เซ็ต

Mountain climber -
คว่ำหน้าลง เอามือยันพื้นยกตัวขึ้น แล้วขยับขาสลับไปมา เหมือนกับกำลังปีนเขาอยู่ ให้ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้ง

9. ลดน้ำหนักโดยวิธีนับแคลอรี่

ถึงเราจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแค่ไหน แต่ไม่ได้ควบคุมปริมาณอาหารที่กินเข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ พุงนั้นก็ยังคงนำนม ไม่ได้หายไปไหนอยู่ดี ฉะนั้น การควบคุมแคลอรี่ ให้เหมาะกับสัดส่วนร่างกายเรา ควบคู่กับการออกกำลังกาย ไปด้วย คือ ทางสลายพุงที่ยอดเยี่ยมและได้ผลดีที่สุดดดดดไปเลย!

ลองมาดูตัวอย่างที่ดี และ ไม่ดี กันว่าแตกต่างกันอย่างไร?

ตัวอย่างที่ดี
ทานอาหารที่มีประโยชน์ (ลดน้ำตาล แป้ง และไขมันเลว) รวมกันแล้วทานไป 1,500 กิโลแคลอรี่
พร้อมออกกำลังกายบ้าง เช่น เดิน วิ่ง เผาผลาญวันละ 300-500 แคลอรี่ ก็จะทำให้พุงยุบ หุ่นสเลนเดอร์ ได้อย่างแน่นอน

ตัวอย่างที่ไม่ดี
ใน 1 วัน ทานอาหาร น้ำ ขนม รวมกันไป 2,000 กิโลแคลอรี่
แต่กลับเดินไปเพียง 30 นาที ซึ่งเผาผลาญได้แค่ 150 กิโลแคลอรี่
แบบนี้ พุงไม่มีทางยุบ ยังไงก็ไม่มีทางผอมแน่นอน!

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กด Like ติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีดี ทางเฟซบุ๊ก GED GOOD LIFE ได้ ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ