อาการปวดท้อง ปวดแบบไหน ที่ต้องรีบไปหาหมอด่วน!!

อาการปวดท้อง

อาการปวดท้อง อาจเป็นแค่อาการเบสิก แต่อย่านึกว่าเป็นแล้วก็หายไม่อันตราย เพราะ บางรายปวดท้องเป็นประจำแต่ละเลยสุขภาพ  ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาการปวดท้อง อาจเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายที่ควรจะไปพบแพทย์ได้แล้ว

อาการปวดท้อง

สาเหตุของอาการปวดท้อง

ปวดท้อง อาจแค่ปวดไม่มากเดี๋ยวเดียวก็หาย หรือปวดมาก และรุนแรงมาก อาการปวดมักจะไม่จำเพาะเจาะจง อาจจะสัมพันธ์กับอวัยวะในช่องท้องโดยตรง เช่น กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ อาการปวดท้องทั่วไป เกิดจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหารผิดปกติ  เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ลักษณะของอาการปวดท้องตำแหน่งที่ปวด ความรุนแรงของอาการปวดท้อง และช่วงเวลาที่เกิด

อาการปวดท้อง

มาดูกันค่ะ ว่าอาการปวดท้องบอกโรคอะไร และเมื่อไรควรจะต้องไปพบแพทย์

1. ชายโครงขวา เป็นจุดของตับ และถุงน้ำดี หากกดแล้วเจอก้อนแข็ง ๆ บวกกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หมายถึง ความบกพร่องของตับ หรือถุงน้ำดี หากปวดมากควรพบแพทย์

2. ใต้ลิ้นปี่ หรือกลางตัวเรา ตรงซี่โครงซี่ล่างสุด (กลางตัว) กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่
- ลองสังเกตตัวเองหากปวดเป็นประจำเวลาหิว หรืออิ่ม อาจเกี่ยวกับโรคกระเพาะ หากปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นตับอ่อนอักเสบ
- หากคลำเจอก้อนเนื้อขนาดใหญ่และค่อนข้างแข็ง อาจหมายถึงตับโต
- หากคลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็ก ๆ อาจเป็นกระดูกลิ้นปี่ ควรพบแพทย์

3. ปวดชายโครงขวา จะตรงกับตำแหน่งของม้าม ไม่ต้องรีรอ ไปปรึกษาแพทย์ทันที

4. ปวดบั้นเอวขวา ตรงตำแหน่งของท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่
- อาการปวดมาก : ลำไส้ใหญ่อักเสบ
- อาการปวดร้าวถึงต้นขา  : เริ่มต้นเป็นนิ่วในท่อไต
- อาการปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น : กรวยไตอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์
- เมื่อคลำเจอก้อนเนื้อ : ควรรีบไปพบแพทย์

5. ปวดรอบสะดือตรงกับตำแหน่งลำไส้เล็ก หากกดแล้วปวดมาก คืออาการไส้ติ่ง ปวดมากจนทนไม่ได้ควรพบแพทย์ หากปวดแบบมีลมในท้องด้วย  อาจแค่กระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ

6. ปวดบั้นนเอวซ้าย เป็นตำแหน่งท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่
- ปวดมาก : ลำไส้ใหญ่อักเสบ
- ปวดร้าวถึงต้นขา : อาจเป็นนิ่วในท่อไต
- ปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่นด้วย ปัสสาวะขุ่น : กรวยไตอักเสบ ให้รีบไปพบแพทย์
- คลำเจอก้อนเนื้อ : ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบพบแพทย์

7. ปวดท้องน้อยขวา เป็นตำแหน่ง ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก
- หากปวดเกร็งเป็นระยะ ๆ แล้วร้าวมาที่ต้นขา : กรวยไตอักเสบ ควรพบแพทย์
- ปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก : ไส้ติ่งอักเสบ
- ปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว  : ปีกมดลูกอักเสบ
- คลำแล้วเจอก้อนเนื้อ : ก้อนไส้ติ่ง หรือรังไข่ผิดปกติ

8. ปวดท้องน้อย ตรงตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ และมดลูก
- ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ หรือถ่ายกะปริบกะปรอย : กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- ปวดเกร็งเวลามีประจำเดือน ผู้หญิงที่แต่งงาน ไม่มีลูกแล้วมีอาการปวดเรื้อรัง : อาการมดลูกผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์

9. ปวดท้องน้อยซ้าย ตำแหน่ง ปีกมดลูก และท่อไต
- ปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา : นิ่วในท่อไต
- ปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว : มดลูกอักเสบ
- ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ : ลำไส้ใหญ่อักเสบ
- คลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ : เนื้องอกในลำไส้

อาการปวดท้อง

ขอบคุณภาพอินโฟกราฟิกจาก Khonkaenram

อาการปวดท้องที่ควรไปพบแพทย์ทันที

1. ปวดนานมากกว่า 6 ชั่วโมงแล้วอาการเป็นมากขึ้น
2. ปวดจนกินอาหารไม่ได้
3. ปวดท้องและอาเจียนอย่างมาก มากกว่า 3-4 ครั้ง
4. ปวดท้องมากขึ้นเมื่อขยับตัว
5. ปวดท้องที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา
6. ปวดท้องรุนแรง นอนไม่ได้
7. ปวดร่วมกับเลือดออกจากช่องคลอด
8. ปวดท้องมีไข้ร่วมด้วย

คำแนะนำ
1. กินยาตามแพทย์สั่ง
2. เลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย งดนม อาหารรสจัด น้ำผลไม้
3. หากยังมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องน้อยด้านขวามากขึ้น หลังทานยาแก้ปวดไปแล้ว 2 ชม. ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
4. ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง

อาการปวดท้อง ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แม้ว่าจะปวดนิดเดียว ก็ไม่ควรละเลย รักสุขภาพ รักตัวเอง ต้องคอยหมั่นสังเกตร่างกายของเราอยู่เสมอ หากเกิดอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์  ถ้าปล่อยเรื้อรังอาจจะสายเกินแก้ได้นะคะ

ถามหมอออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่...

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ