“ท้องร่วง” ถ่ายจนหมดแรง ทำไงดีนะ?

ท้องร่วง

นัดกับเพื่อน ๆ จะไปดูหนังสุดฮอตแห่งปีอย่างAvengers ทั้งที แต่ร่างกายดันไม่รักดี ท้องร่วง สะงั้น! ต้องเข้าห้องน่้ำถ่ายท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันช่างเหน็ดเหนื่อย และทรมานเสียเหลือเกิน วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับในการดูแลตัวเอง เมื่อเกิดอาการท้องร่วงมาฝากกัน

อาการแบบไหนถึงเรียกว่า ท้องร่วง

ท้องร่วง (diarrhea) หมายถึง อาการที่ถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเหลวมีเลือดปน 1 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยท้องร่วง จะมีอาการแน่นท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน และถ่ายบ่อย อาการท้องร่วงนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

1. อาการท้องร่วง ชนิดเฉียบพลัน
พบในคนส่วนใหญ่ เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และหายได้ภายใน 3 สัปดาห์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ กินอาหารที่มีไขมันสูง มีรสจัด อาหารที่มีกากหรือเมล็ดมาก ๆ หรือเป็นผลข้างเคียงมาจาก การกินยาบางชนิด ท้องร่วงเฉียบพลันในผู้ใหญ่ มักมีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย แต่ในเด็กมักเกิดจากเชื้อไวรัส

2. อาการท้องเสียชนิดเรื้อรัง
มีอาการนานกว่า 3 สัปดาห์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ และยากต่อการวินิจฉัย หากเป็นบ่อย หรือเป็นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และเข้ารับรักษาต่อไป

ท้องร่วง

ภาวะขาดน้ำ อาการสำคัญของโรคท้องร่วง

ไม่ว่าจะเป็นท้องร่วง ชนิดไหน อาการที่สำคัญที่สุด (และอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้โดยเฉพาะในเด็ก) คือ อาการจากภาวะร่างกายขาดน้ำ และสูญเสียเกลือแร่ที่ออกกับอุจจาระ เมื่อผู้ป่วยท้องร่วงเกิดอาการขาดกน้ำ ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที

อาการขาดน้ำในผู้ใหญ่
• กระหายน้ำมาก
• ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด
• ปากแห้ง ลิ้นแห้ง ผิวแห้ง เมื่อเป็นมาก ตาจะลึกโหล เพราะเนื้อเยื่อรอบ ๆ ตาขาดน้ำ
• เมื่อมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะวิงเวียน มึนงง กระสับกระส่าย และช็อกในที่สุด

อาการขาดน้ำในเด็ก
• ปาก และลิ้นแห้ง
• ไม่มีน้ำตาเวลาร้องไห้
• ไม่มีปัสสาวะมากกว่า 3 ชั่วโมง
• แก้มตอบ ท้องแฟบ ตากลวง กระหม่อมบุ๋มลึก
• ไข้สูง
• ร้องกวน ร้องโยเย
• ผิวแห้ง

การรักษา อาการท้องร่วง

สิ่งสำคัญในการรักษาอาการท้องร่วง คือรักษาสภาพไม่ให้ร่างกายเสียน้ำ และเกลือแร่ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
การงดอาหารระหว่างท้องร่วง นับว่าเป็นการรักษาวิธีหนึ่ง ถ้าร่างกายแข็งแรงดี ก็จะไม่มีผลเสียใด ๆ เพราะการงดอาหาร จะช่วยให้ลำไส้ได้พักผ่อน และการทำงานเป็นปกติดียิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากกินอาหารเข้าไปมาก อาหารเหล่านั้นกลับถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อย หรือไม่ดูดซึมเลย ทำให้ยิ่งกินมาก ก็ยิ่งทำให้เสียน้ำ และเกลือแร่ออกจากร่างกายมากไปด้วย
ไม่แนะนำการกินยาหยุดถ่าย เนื่องจากจะทำให้อาการแย่ลงได้ เพราะสารพิษยังเหลือค้างอยู่ในร่างกาย
ผู้ป่วยโรคท้องร่วง สามารถให้น้ำเกลือตนเองได้โดยการกิน ผลการรักษามีความใกล้เคียงกับการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และไม่มีอันตรายจากภาวะที่มีการให้น้ำมากเกินไป
การป้องกันการขาดน้ำที่ทำกันโดยทั่วไปคือ การดื่มน้ำเกลือแร่ ORS โดยผสมน้ำต้มสุก กับผงเกลือแร่ ORS เข้าด้วยกัน ในปริมาณตามฉลากที่กำหนดข้างซอง แล้วจิบไปเรื่อยๆ

เมื่อไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

โรค ท้องร่วง สามารถหายได้เอง โดยไม่ต้องไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา เพียงระมัดระวังเรื่องการขาดน้ำเท่านั้น แต่ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
• เมื่อมีอาการท้องร่วงนานเกิน 3 วัน
• ปวดท้องอย่างมาก
• มีไข้สูงกว่า 38.5 องศาองศาเซลเซียส
• มีเลือดในอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำ
• อุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ คล้ายกุ้งเน่า
• มีอาการขาดน้ำ
• คลื่นไส้ - อาเจียนรุนแรง
• มีไข้ อ่อนเพลียมาก และมีโรคเรื้อรังประจำตัว

ขอขอบคุณภาพInfographic จาก กรมอนามัย

การป้องกัน โรคท้องร่วง

วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด และได้ผลที่สุด คือ การป้องกันสาเหตุ และหลีกเลี่ยงสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง เช่น
รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ล้างมือทุกครั้งก่อน และหลังกินอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
ไม่กินอาหารที่ไม่สะอาด อาหารที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน หรืออาหารรสจัด
กินอาหารสุก และปรุงใหม่เสมอ ดื่มน้ำสะอาด ระวังการกินน้ำแข็ง ดื่มนมสดเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น

ท้องร่วงเป็นโรคที่โดยพื้นฐานแล้วสามารถป้องกันได้ เมื่อป้องกันได้ การป้องกันไว้ก่อนก็ย่อมดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งทรมาน เพราะความปวดท้อง แถมยังต้องวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำกันให้เหนื่อยอีก จริงมั้ยล่ะ?

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กด Like ติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีดี ทางเฟซบุ๊ก GED GOOD LIFE ได้ ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ