คุณภาพชีวิตที่สูญไป… “หูตึง” สาเหตุ อาการ ทางแก้ไข

หูตึง

เคยทะเลาะกับคนรอบข้างเพราะเรื่อง “ไม่ได้ยิน” บ้างมั้ยคะ? เรียกแล้วทำเป็นไม่สนใจ หรือดูเหมือนไม่ตั้งใจฟังในสิ่งที่กำลังพูดอยู่... บางทีคน ๆ นั้นอาจจะไม่ได้ยิน เพราะมีอาการ หูตึง อยู่ก็ได้นะ

ระดับความผิดปกติของการสูญเสียการได้ยิน

หูตึง (Hearing loss) นั้นมีอยู่หลายระดับ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ตามความสามารถในการรับฟัง คือ

  • หูตึงน้อย ไม่ได้ยินเสียงพูดเบาๆ แต่ได้ยินเสียงพูดปกติ อาจต้องใช้เครื่องช่วยฟังในบางครั้ง
  • หูตึงปานกลาง ต้องพูดดังกว่าปกติจึงจะได้ยิน จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังขณะพูดคุยกับผผู้อื่น
  • หูตึงมาก ไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังมาก ต้องใช้เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา
  • หูตึงรุนแรง ต้องตะโกน หรือใช้เครื่องขยายเสียงจึงจะได้ยิน แต่ก็ยังได้ยินไม่ชัดเจน
  • หูหนวก ไม่ได้ยินที่ผู้อื่นพูดเลย แม้จะตะโกนหรือใช้เครื่องขยายเสียงแล้วก็ตาม

 

แบบไหนถึงเรียกว่า หูตึง

ผู้ที่มีอาการ หูตึง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบชั่วคราว และถาวร โดยอาจมีอาการต่อไปนี้

  • มักขอให้ผู้อื่นพูดซ้ำ ๆ ช้า ๆ และดัง ๆ คิดว่าคนอื่นพูดเบาเกินไป หรือพูดไม่ชัดเจน
  • มีปัญหาด้านการได้ยิน โดยเฉพาะเวลาที่มีเสียงแทรกรบกวน หรือเมื่ออยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมาก
  • ได้ยินเสียงพยัญชนะต่าง ๆ ไม่ชัดเจน
  • มักเอามือป้องหูขณะฟังคนอื่นพูด ต้องหันหน้าไปหาผู้พูด หรือโน้มตัวไปใกล้ ๆ จึงจะได้ยิน
  • เร่งเสียงโทรทัศน์ วิทยุ หรือฟังเพลงด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ
  • รู้สึกวิงเวียน ได้ยินเสียงกริ่ง หรือเสียงหึ่ง ๆ อยู่ในหู
  • อยากหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้อื่น ๆ เพราะมีปัญหาด้านการได้ยิน
  • ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฟังคนอื่นพูด จนอาจทำให้รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยได้

สาเหตุของหูตึง

อาการหูตึง ทั้งแบบชั่วคราว และแบบถาวร สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

หูตึง จากการฟังเสียงดัง มักเกิดจากการฟังเสียงดังนาน ๆ จนเซลล์ขนในชั้นหูชั้นใน ถูกทำลาย (ความดัง มากกว่า 85 เดซิเบลขึ้นไป) โดยอาจเป็นอาการหูตึงชั่วคราว หรือหูตึงแบบถาวรก็ได้ และไม่มีวิธีรักษา

น้ำในหูไม่เท่ากัน (มินิแอร์) โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากความดันของของเหลวในหูชั้นในสูงกว่าปกติ ทำให้เซลล์ขนของหูชั้นในถูกทำลาย โดยมีอาจอาการเหมือนประสาทหูเสื่อม มีเสียงดังรบกวนในหู และมีอาการเวียนศีรษะอาการแรกเริ่มคือ จะไม่ค่อยได้ยินเสียง โดยมีอาการแบบเป็น ๆ หาย ๆ หลัง ๆ อาจมีอาการเวียนศีรษะรุนแรงขึ้น คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย

หูตึงจากยา เกิดจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ สารประกอบจำพวกสารหนู ตะกั่ว ปรอท และยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแก้อักเสบต่าง ๆ หากหยุดยา อาการอาจดีขึ้นได้เอง

อายุที่เพิ่มขึ้น หรืออาการหูตึงจากวัยชรา เมื่ออายุเกิน 50 ปี เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอยลง เซลล์ขนในหูชั้นในเอง ก็อาจค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามกาลเวลาได้เช่นกัน

เนื้องอกที่เส้นประสาทหู จะมีอาการหูตึงเพียงข้างเดียว โดยอาการจะเริ่มจากมีเสียงดังรบกวนในหู ฟังไม่ค่อยชัด จับใจความหรือจับคำพูดไม่ค่อยได้ และค่อย ๆ มีความรุนแรงมากขึ้น หากเนื้องอกโตมาก อาจกดทับประสาทจนทำให้มีปัญหาด้านการมองเห็น หน้าเบี้ยว และเริ่มทรงตัวไม่ค่อยดี

หูตึงเฉียบพลัน หรือ หูดับ เกิดจากการติดเชื้อของหูชั้นใน ทำให้มีเลือดมาหล่อเลี้ยงหูชั้นในไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากเนื้องอกกดทับเส้นประสาทหู มากดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน อันตรายมาก

เกิดอุบัติเหตุในหูชั้นใน เกิดจากหูถูกกระทบกระแทก ถูกตีที่กกหู หรือถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังศีรษะ จนทำให้กระดูกหูชั้นในแตกหรือร้าว โดยอาจมีอาการหูตึงเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงหูหนวก ขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะ ชาบริเวณใบหน้าส่วนที่ใกล้เคียงกับหูข้างที่มีปัญหา

หูตึง

การรักษา

การรักษาอาการหูตึง จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ดังนี้

กำจัดขี้หูที่อุดตัน หากอาการหูตึงเกิดขึ้นจากมีขี้หูอุดตัน ก็สามารถรักษาได้โดยการล้างหู ใช้ยาหยอดหู หรือใช้อุปกรณ์สุญญากาศดูดขี้หูออกมา

ใส่เครื่องช่วยฟัง เป็นการใส่อุปกรณ์สำหรับช่วยฟังขนาดพอดีกับหู เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้น มักนำไปใช้กับผู้ป่วยที่หูตึง เนื่องจากหูชั้นในได้รับความเสียหาย

ฝังประสาทหูเทียม เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่เครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปที่หูชั้นใน ประสาทหูเทียมจะทำหน้าที่แทนหูชั้นในที่ได้รับความเสียหาย วิธีนี้จะใช้กับผู้ป่วยหูตึง ที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณประสาทรับเสียงเท่านั้น

ผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด หากอาการหูตึงเกิดจากบางสาเหตุ เช่น การติดเชื้อในหูซ้ำๆ บาดเจ็บที่หูอย่างรุนแรง หรือโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

วิธีป้องกันหูตึงหูหนวก

หลีกเลี่ยงการได้ยินเสียงดังมาก ๆ เป็นเวลานาน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมเครื่องป้องกันขณะอยู่ในที่ทำงาน และไปพบแพทย์เพื่อทำการทดสอบการได้ยินเป็นระยะ ๆ

หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีพิษต่อประสาทหู ไม่ซื้อยามาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถ้าได้รับยาจากแพทย์แล้วมีอาการหูตึง ให้รีบกลับไปพบแพทย์ทันที

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ