“ยาคุมฉุกเฉิน” กินอย่างไรให้ถูกต้อง และไม่ท้อง!?

ตื่นเช้ามา พบว่าที่นอนอยู่ไม่ใช่เตียงที่คุ้นเคย ได้แต่ร้องเบา ๆ ว่า "งานเข้า" แล้ว ถ้าเกิดว่าพลาดมีเซ็กส์แบบไม่ได้ป้องกันไป อย่าเพิ่งกลุ้มใจ คิดวนเวียนว่า “จะท้องมั้ย​?”  รีบพุ่งตัวออกไปซื้อ “ยาคุมฉุกเฉิน” มาก่อนเลย

ยาคุมฉุกเฉิน หรือ ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pill) คือ ยาคุมกำเนิดที่ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีจำเป็น ที่ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีปกติอื่น ๆ หรือ เกิดความผิดพลาดจากการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด มีเพศสัมพันธ์ขณะมึนเมาจนไม่ได้ป้องกัน หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา

ยาคุมฉุกเฉินสามารถยับยั้ง หรือ ทําให้การตกไข่เลื่อนออกไป โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือรบกวน หรือชะลอการตกไข่ ทำให้ช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์ได้

ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉิน กินอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่ท้อง

วิธีการกินยาคุมฉุกเฉิน ที่ถูกต้องคือ กินให้เร็วที่สุด ภายหลังมีเพศสัมพันธ์แบบที่ไม่ได้ป้องกันภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน)

ตัวยาสำคัญในยาคุมฉุกเฉิน คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) มี 2 ขนาด คือ เม็ดละ 0.75 และ 1.5 มิลลิกรัม ที่นิยมใช้ในบ้านเรา เป็นชนิดความแรงเม็ดละ 0.75 มิลลิกรัม (หรือ 750 ไมโครกรัม) จำหน่ายเป็นกล่อง โดย 1 กล่องจะมี 1 แผง แต่ละแผงมียาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด

1. ยาคุมฉุกเฉินขนาด 1.5 มิลลิกรัม ให้กิน 1 เม็ดทันที หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (ยาคุมฉุกเฉิน แบบ 1 เม็ด ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย)

2. ยาคุมฉุกเฉินขนาด 0.75 มิลลิกรัม กิน 1 เม็ดทันที หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และกินอีก 1 เม็ดหลังผ่านไป 12 ชั่วโมง (ห้ามลืมกินเม็ดที่ 2) หรือ สามารถกินยาคุมฉุกเฉิน ขนาด 0.75 มิลลิกรัม พร้อมกันทีเดียว 2 เม็ด เลยก็ได้

ข้อควรรู้ เมื่อต้องกินยาคุมฉุกเฉิน

- ยิ่งเริ่มกินเร็วยิ่งป้องกันได้ดี ควรกินยาคุมฉุกเฉินให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ ร้อยละ 75 แต่ถ้ากินภายใน 24 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 85

- กิน 2 เม็ดพร้อมกันได้ ยาคุมฉุกเฉินขนาด 0.75 มิลลิกรัม สามารถกินยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียวได้

- ยาคุมฉุกเฉินลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ ได้ประมาณร้อยละ 85-95 ซึ่งประสิทธิภาพนั้นจะลดลงตามระยะเวลาที่กินยา

- ไม่ควรกินยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่องต่อเดือน

ยาคุมฉุกเฉิน

ขอขอบคุณภาพอินโฟกราฟิกจาก "กระทรวงสาธารณสุข"

- ยาคุมฉุกเฉินไม่ทำให้แท้ง ดังนั้นหากไข่ที่ผสมกับอสุจิได้ฝังตัวที่ผนังมดลูกไปแล้ว ยานี้จะทำอะไรไม่ได้

- ยาคุมฉุกเฉินป้องกันโรคติดต่อไม่ได้ ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

- ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนการคุมกำเนิด ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน เมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่หากจะวางแผนคุมกำเนินดระยะยาว ควรใช้วิธีอื่น เช่น การกินยาคุมกำเนิดแบบปกติชนิดเม็ด การใช้ถุงยางอนามัย ฝังห่วงคุมกำเนิด ฯลฯ

อันตราย ผลข้างเคียงของ ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉินชื่อก็บอกเราอยู่แล้วว่า “ฉุกเฉิน” คือ ต้องเป็นการใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อป้องกันตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินพร่ำเพรื่อ หรือใช้แทนการคุมกำเนิดระยะยาว ที่สำคัญคือ การใช้ยาคุมฉุกเฉินอาจไม่ได้ประสิทธิภาพ และยังส่งผลข้างเคียงกับร่างกายได้ หากกินเป็นประจำ ทำให้มีอาการเหล่านี้

  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • เลือดออกกะปริบกะปรอย
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ
  • เสี่ยงการตั้งครรภ์นอกมดลูก

ยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะรับประกันผลว่ากินแล้วจะไม่ท้องได้ 100 % เพราะโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ถึงแม้จะกินยาแล้วก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นไม่ควรหวังพึ่งแค่ยาคุมฉุกเฉินเพียงอย่างเดียว หากยังไม่วางแผนตั้งครรภ์ ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ เพื่อจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง! ว่าพลาดไปแล้ว เพราะอาจไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ลูกเป็นหวัดบ่อย

กดติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่  facebook ลูกเป็นหวัดบ่อย nutroplex line youtube

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ