อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ต้องการความใส่ใจมากกว่าที่คิด

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ต้องการความใส่ใจมากกว่าที่คิด

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ทุกครั้งที่เกิดอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนใหญ่แล้ว เราก็เลือกที่จะหายามากินบรรเทาอาการกันง่าย ๆ น้อยคนนักที่จะไปหาหมอเพื่อรักษาอาการป่วยแบบนิด ๆ หน่อย ๆเหล่านี้ แต่ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องนั้น บางครั้งก็หมายถึงโรค หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่นได้ด้วยนะ

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คืออะไร?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (Office of the Royal Society) ให้ความหมายของ อาการท้องอืดท้องเฟ้อ (Flatulence) ไว้ดังนี้

ท้องอืด – เป็นอาการที่มีลมในกระเพาะ และลำไส้มากเพราะอาหารไม่ย่อย ทำให้รู้สึกอึดอัดมาก และอาจมีอาการปวดท้องด้วย

ท้องเฟ้อ – เป็นอาการที่มีลมในกระเพาะอาหาร เพราะอาหารไม่ย่อย หรือ อาหารเป็นพิษ เมื่อเรอมักจะมีกลิ่นเหม็น จึงใช้ว่า ท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยว

หรือจะสรุปง่าย ๆ ได้ว่า ท้องอืด ท้องเฟ้อ คืออาการที่มีก๊าซในท้องมากกว่าปกตินั่นเอง

ข้อมูลจากสมาคมโรคทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยพบว่า…

  • คนไทยมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อยถึงร้อยละ 25 โดยพบได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยรุ่นวัยทำงาน จนถึงวัยสูงอายุ
  • ช่วงอายุที่พบบ่อยมาก คือ อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มคนในวัยดังกล่าวมีการทำงานของระบบการย่อยอาหารที่เสื่อมถอยลงตามวัย

สาเหตุที่พบได้บ่อยของ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

– มีลมในทางเดินอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะในกระเพาะอาหาร เกิดจากการอักเสบ มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเนื้องอกเนื้อร้ายซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร อาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียแฝงที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Helicobacter Pylori (เอช.ไพโรไล)

– ปัญหาจากลำไส้เล็ก จากการย่อยที่ไม่สมบูรณ์ เกิดจากน้ำย่อยจากลำไส้เล็ก ตับ หรือ ตับอ่อน ทำงานได้น้อย จำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์มีปริมาณมาก หรือน้อยไป หรือเกิดจากสภาวะการบีบตัวที่ผิดปกติ

– ลำไส้มีการอุดตัน ทำให้ลม หรือแก๊สไม่สามารถผ่านไปยังลำไส้ใหญ่ เช่น ไส้เลื่อนที่อุดตัน ผังผืดในท้องรัดลำไส้ ในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการผ่าตัดหน้าท้อง หรือจากก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่อุดตันลำไส้ เป็นต้น ผู้ที่มีโรคดังกล่าว จะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด อาเจียนร่วมด้วย

– ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคระบบประสาท และกล้ามเนื้อ

– ผู้ป่วยที่มีลำไส้ไวต่อการกระตุ้น แม้ว่าลม หรือ แก๊สในลำไส้อาจจไม่มาก แต่ผู้ป่วยจะมีอาการอืดแน่นท้องได้

– มีนิสัยชอบกินอาหารเร็ว ๆ หรือดื่มเร็วจนไม่มีเวลาย่อย หรือบุคคลที่ต้องพูดทั้งวัน จนรู้สึกคอแห้งต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ

– ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีการอัดก๊าซไว้ เช่น น้ำอัดลม เบียร์ ทำให้เกิดก๊าซหรือลมในท้อง

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ


อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง?

1. แพ้อาหาร

เมื่อคุณดื่มนม หรือกินอาหารประเภทนมเข้าไป ก็มักจะมีอาการอึดอัดแน่นท้องทุกครั้งใช่รึเปล่า ? เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการที่ร่างกายของคุณมีปัญหาในการย่อยแล็กโตสจากนม จนทำให้รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง และมีอาการคล้ายอาหารไม่ย่อยก็ได้นะ

2. โรคลำไส้แปรปรวน

โรคลำไส้แปรปรวน เป็นโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต มักเป็น ๆ หาย ๆ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในท้องมาก ปวดท้อง โดยอาการมักจะดีขึ้นหลังขับถ่าย แล้วก็กลับมาปวดท้องใหม่

มักมีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อกินอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มบางชนิด เช่น นม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต ผักผลไม้บางชนิด และเมื่อกินอาหารในปริมาณมาก การรักษาทำได้เพียงรักษาตามอาการ เช่น เมื่อท้องอืด ก็กินยาลดกรด เป็นต้น

3. กรดไหลย้อน

อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เนื่องจากมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารมากเกินไป และความรู้สึกแสบร้อนกลางอก เนื่องจากอาหารที่ทานเข้าไป ไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหาร ต่างก็เป็นอาการที่เด่นชัดมากที่สุดของโรคกรดไหลย้อน ในเบื้องต้นสามารถใช้ยาลดกรดทั่วไปบรรเทาอาการได้ทันที โดยยาลดกรดชนิดน้ำ จะออกฤทธิ์บรรเทาอาการได้เร็วกว่ายาชนิดเม็ดที่ต้องเคี้ยว


ยาขับลม ฮีโร่กำจัดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ!

ใครที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อยู่บ่อย ๆ อย่าลืมพกยาขับลมติดตัวไว้ เพราะยาที่มีสรรพคุณในการขับลม จะช่วยลดอาการอึดอัดแน่นท้อง ลดแรงตึงผิวของฟองแก๊สที่เกิดขึ้น (decreases surface tension) จึงช่วยให้ฟองแก๊สขนาดเล็กที่เคลือบอยู่บนผิวทางเดินอาหารสามารถมารวมตัวกัน และถูกขจัดออกได้อย่างง่ายดาย

นอกจากจะใช้ยาขับลมโดยตรงแล้ว บางครั้งอาจต้องกินยาประเภทดูดซับก๊าซ (charcoal activated) และ ยาช่วยย่อย (digestant) ร่วมด้วย ทั้งนี้ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ ก่อนเลือกใช้ยา


ข้อแนะนำให้การปฏิบัติเวลากินอาหาร

– กินอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีไขมันปนมากนัก
– ลดการดื่มพวกเครื่องดื่มที่มีก๊าซมาก เช่น น้ำอัดลม เบียร์ กินพอประมาณ
– อย่ารีบร้อนกินอาหารจนเกินไป เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
– หลังกินอาหารแล้ว ควรเดินเล่นเสียบ้าง เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น

เพียงเท่านี้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ก็จะไม่มารบกวนเราไปอีกนาน แล้วอย่าลืมออกกำลังกายอยู่เสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพองค์รวมที่ดีด้วยนะ

อ้างอิง :
1. http://www.royin.go.th
2. www.synphaet.co.th
3. www.doctor.or.th
4. bangkokhatyai.com

ถามหมอออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

คุณสนใจเรื่องสุขภาพ อะไรบ้าง?

บทความที่เกี่ยวข้อง

Subscription

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.
Ask the Expert Close