gedgoodlife

เช้าแสบจมูก ตอนเย็นเพลีย ตกดึกน้ำมูกไหล… นี่เรา “เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้อากาศ” กันแน่นะ!?

  กลับมาพบกันอีกครั้ง กับช่วงถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพกับ Ask Expert วันนี้เราขอหยิบคำถามยอดฮิตที่ถูกถามเข้ามาเป็นประจำ โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการ น้ำมูกไหล ไอ จาม คลับคล้ายจะมีไข้… เลยสงสัยว่า “เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้อากาศ ครับ/คะ คุณหมอ? “… บางคนหนักหน่อย คิดว่าตัวเองติด Covid-19 ไปเลยก็มี!! อย่าปล่อยให้ค้างคาใจกันนาน มาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างกันเลยดีกว่า!! สำหรับใครที่มีปัญหาด้านสุขภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัด ไอ ปวดท้อง กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ภูมิแพ้ต่าง ๆ ก็สามารถสอบถาม พูดคุยกันเข้ามาได้ที่บอร์ด AskExpert ถามได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด ไม่ต้องโหลดแอพฯให้ยุ่งยาก —> คลิกถามเลย ที่นี่ Ask Expert : อยากทราบว่า เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้อากาศ ? รบกวนสอบถาม พอดีรู้สึก แสบจมูก แสบคอ เหมือนอากาศแห้ง ๆ เช้าแสบจมูก ตอนเย็นเพลีย ตกดึกน้ำมูกไหล… นี่เรา “เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้อากาศ” กันแน่นะ!?

อาการปวดหัวข้างขวา ปวดหัวข้างเดียว เกิดจากอะไร ใช่ไมเกรนมั้ย รักษายังไงดี?

  ปวดหัว ปวดศีรษะ อาการทั่วไปที่ทุกคนต้องเคยเจอกันบ้าง อาการแสดงในแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป บางคนปวดจี๊ด ๆ แปล้บ ๆ เป็นพัก ๆ บางคนก็ปวดหนัก ปวดตุบ ๆ กันเลยทีเดียว! วันนี้ GedGoodLife จะขอพูดถึง อาการปวดหัวข้างขวา ที่หลายคนเป็นกัน ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และควรรักษายังไงดี มาติดตามกันเลย! ปวดหัวหลังตื่นนอน มีสาเหตุจากอะไร และวิธีป้องกันอย่างได้ผล! เมื่อมีอาการ ปวดหัวไมเกรน คลื่นไส้ อาเจียน ควรทำอย่างไรดี? ก้มตัวแล้ว ปวดศีรษะ เวียนหัว เหมือนบ้านหมุน เกิดจากอะไร?! อาการปวดหัวข้างขวา เกิดจากอะไร? อาการปวดหัวข้างขวา อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้ ไลฟ์สไตล์ / การใช้ชีวิตประจำวัน (Lifestyle) เครียดจากการทำงาน เรื่องส่วนตัว ความเหนื่อยล้า นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การอดอาหาร / ข้ามมื้ออาหาร / กินอาหารไม่เป็นเวลา อาการปวดหัวข้างขวา ปวดหัวข้างเดียว เกิดจากอะไร ใช่ไมเกรนมั้ย รักษายังไงดี?

ช่วงโควิด กินอาหารอุ่นเวฟบ่อย อันตรายมั้ย? พร้อมข้อควรรู้ต่าง ๆ เรื่องการใช้ เตาไมโครเวฟ

  ในช่วงที่โควิดระบาด ต้องทำงานกักตัวอยู่แต่ในบ้าน (quarantine) หลายคนก็หันมาใช้ เตาไมโครเวฟ ในการทำอาหาร อุ่นอาหาร กันมากขึ้น บางคนก็ใช้เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม… ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กันว่า การใช้เตาไมโครเวฟปรุง หรืออุ่นอาหารบ่อย ๆ จะมีรังสีตกค้าง หรืออาจมีสารเคมีปนเปื้อนในอาหารจนทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่? วันนี้ GedGoodLife มีคำตอบเรื่องนี้มาฝากให้หายกังวลใจกันแล้ว มาติดตามกันเลย! มาทำความรู้จักกับ ไมโครเวฟ กันก่อนดีกว่า ไมโครเวฟ คืออะไร? บทความจาก “สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย” ได้กล่าวถึงไมโครเวฟ ไว้ดังนี้… ไมโครเวฟเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่นเดียวกับแสงสว่าง โดยอยู่ในช่วงของคลื่นวิทยุความถี่สูง (high frequency radio wave) เมื่อรังสีมีความถี่สูงขึ้น ความยาวคลื่นจะลดลง คลื่นที่มีความถี่สูงมาก ความยาวคลื่นจึงสั้นมาก ดังนั้น คลื่นชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า “ไมโครเวฟ” ซึ่งแปลว่าคลื่นสั้นมาก ไมโครเวฟที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลาง อาจจะทะลุผ่านไป เกิดการสะท้อนหรือถูกดูดกลืน วัตถุที่เป็นโลหะจะสะท้อนไมโครเวฟทั้งหมดที่ตกกระทบ (จึงเป็นเหตุห้ามใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของโลหะ เข้าไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เตาไมโครเวฟ เสียหายได้) เตาไมโครเวฟ ทำงานอย่างไร ช่วงโควิด กินอาหารอุ่นเวฟบ่อย อันตรายมั้ย? พร้อมข้อควรรู้ต่าง ๆ เรื่องการใช้ เตาไมโครเวฟ

คุมกำเนิดอย่างไร ให้ปลอดภัย ได้ผลดี? พร้อมเผย 5 วิธีคุมกำเนิด ยอดแย่ เสี่ยงท้อง!

  ปัญหาเรื่องการคุมกำเนิด เรียกได้ว่าเป็นปัญหายอดฮิตที่มีคนทางบ้านถามเข้ามาบ่อย ๆ ในบอร์ด GED : Ask Expert วันนี้ GedGoodLife จึงขอเสริมความรู้เรื่องการคุมกำเนิด พร้อมแนะนำ “วิธีคุมกำเนิด” ที่ได้ผลดี และปลอดภัย มาฝาก ใครที่มีแผนคุมกำเนิดอยู่ตอนนี้ ไม่อยาก “ท้องไม่พร้อม” ต้องอ่านบทความนี้แล้วล่ะ! การคุมกำเนิด การคุมกำเนิด คือ การป้องกันไม่ให้เชื้ออสุจิ (Sperm) ของเพศชายผสมกับรังไข่ (Ovary) ของเพศหญิง หรือหากผสมก็ป้องกันไม่ให้ไข่นั้นฝังตัวที่มดลูก โดย ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้แบ่งวิธีการคุมกำเนิด ไว้ 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ 1. การคุมกำเนิดแบบถาวร เป็นการคุมกำเนิดเมื่อไม่ต้องการบุตรอย่างถาวร 1.1 การทำหมันหญิง คือ การผูก-ตัดท่อนำไข่ผ่านทางแผลเล็ก ๆ ที่ช่องท้อง 1.2 การทำหมันชาย คือ การตัด และผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ ที่มาจากลูกอัณฑะทั้งสองข้าง การทำหมันสามารถทำได้ง่าย และไม่มีผลข้างเคียงระยะยาว อัตราการทำหมันล้มเหลว คุมกำเนิดอย่างไร ให้ปลอดภัย ได้ผลดี? พร้อมเผย 5 วิธีคุมกำเนิด ยอดแย่ เสี่ยงท้อง!

หมอแนะนำ “เคล็ดลับดูแลระบบย่อยอาหาร” ช่วยขับถ่ายคล่อง ห่างไกลโรคร้าย!

  ระบบย่อยอาหาร เป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับ และตับอ่อน ล้วนมีผลต่อสุขภาพของเราทั้งนั้น… วันนี้ GedGoodLife จึงขอแนะนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับ “ระบบย่อยอาหาร” และ “เคล็ดลับดูแลระบบย่อยอาหาร” ให้สุขภาพดี ห่างไกลโรคร้ายต่าง ๆ จะมีอะไรบ้างนั้น… มาดูคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลย! ระบบย่อยอาหาร คืออะไร? ระบบย่อยอาหาร หรือระบบทางเดินอาหาร (Digestive System) การทำงานของระบบทางเดินอาหารนั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ที่ปาก และเรื่อยไปจนจบกระบวนการที่ทวารหนัก โดยอวัยวะที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารจะมีหลายส่วนด้วยกัน ดังนี้ ปาก (Mouth) – การเคี้ยวอาหารจะช่วยแยกอาหารออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการย่อยอาหารในลำดับต่อไป น้ำลาย (Saliva) ที่อยู่ในปากจะทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหาร เพื่อให้อาหารง่ายถูกลำเลียงไปยังระบบทางเดินอาหารส่วนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น ลำคอ (Throat) – เมื่อกลืนอาหารที่เคี้ยวลงไปแล้ว อาหารจะถูกส่งผ่านไปยังลำคอ หรือส่วนที่เรียกกันว่าคอหอย (Pharynx) และจากคอหอยอาหารจะค่อย ๆ ถูกลำเลียงเข้าสู่หลอดอาหาร หลอดอาหาร (Esophagus) หมอแนะนำ “เคล็ดลับดูแลระบบย่อยอาหาร” ช่วยขับถ่ายคล่อง ห่างไกลโรคร้าย!

อาหารต้านฝุ่นพิษ PM2.5 – กินดีเสริมภูมิ พร้อมสู้ฝุ่นร้าย!

  ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 กลับมาทำร้ายสุขภาพเราอีกแล้ว! โดยหลายจังหวัดในประเทศไทยมีค่า AQI หรือค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน ฉะนั้น นอกจากการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษแล้ว อาหารการกินก็มีส่วนช่วยต้านฝุ่นพิษได้เช่นกันนะ วันนี้ GedGoodLife จึงขอฝาก อาหารต้านฝุ่นพิษ PM2.5 กินแล้วดีต่อสุขภาพ ห่างไกลโรคร้าย… จะมีอาหารอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลย! ฝุ่น pm2.5 ทำร้ายเรายังไงบ้าง ? ระบบทางเดินหายใจ – ฝุ่น pm2.5 จะกระตุ้นให้เซลล์ปอดสร้างอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการระคายเคือง และการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง หัวใจทำงานหนักขึ้น มีอาการไอ ไอเรื้อรัง มีเสมหะ หายใจลำบาก และยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ หรือเป็น ภูมิแพ้อากาศ ระบบหลอดเลือดหัวใจ – ทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในกระแสเลือด รวมถึงลดระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในกระแสเลือด เป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดโรคทางหลอดเลือดหัวใจ และอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจวาย หัวใจวายเฉียบพลัน ภาวะหลอดเลือดสมองแตก หัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้ในที่สุด เด็กแรกเกิด – ละอองฝุ่นพิษ สามารถเข้าสู่ทารกผ่านทางกระแสเลือดในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์มารดา ทำให้ทารกที่คลอดออกมาอาจมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ และมีผลต่อการพัฒนาสมองได้ อาหารต้านฝุ่นพิษ PM2.5 – กินดีเสริมภูมิ พร้อมสู้ฝุ่นร้าย!

3 สิ่งควรรู้ ก่อนการหาคลินิก “ทำฟันปลอมในกรุงเทพ”

  การดูแลรักษาเรื่องสุขภาพปาก และฟันนั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยเสริมให้สุขภาพปากมีความแข็งแรง หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ซึ่งรวมถึงผู้ที่ใส่ฟันปลอมเช่นกัน ซึ่งต้องใส่ใจและดูแลให้มากเป็นพิเศษ และหากใครที่กำลังมองหาสถานที่ ทำฟันปลอมในกรุงเทพ อยู่ด้วยล่ะก็ ต้องบอกเลยว่า ควรเลือกสถานทันตกรรมที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานเพื่อคุณได้ฟันสวยพร้อมมีสุขภาพช่องปากที่ดีในทุกวัน สำหรับผู้ที่ใส่ฟันปลอม อาจต้องมีการดูแลที่แตกต่าง เพราะต้องใส่ใจสุขภาพช่องปากให้ถูกวิธี ถ้าจะให้ดีแล้วเราควรไปเรียนรู้ถึงการดูแลรักษาฟันปลอม หรือฟันเทียมกันก่อน เพื่อจะได้สร้างมั่นใจ อีกทั้งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ทำฟันปลอมในกรุงเทพอยู่ ก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานด้วยนั่นเอง 1. ขณะนอนหลับควรถอดฟันปลอม สำหรับผู้ที่กำลังมองหาร้านหมอฟันสำหรับทำฟันปลอมในกรุงเทพนั้น อาจจะต้องรู้เพิ่มเติมกันก่อนการทำฟันปลอม เพราะในเรื่องของการดูแลรักษานั้นจะช่วยทำให้เราสามารถใส่ฟันปลอมได้อย่างยาวนาน แต่สำหรับมือใหม่เพิ่งเริ่มใส่ฟันปลอมแล้ว ควรรู้เอาไว้ว่าขณะนอนหลับในช่วงกลางคืนไม่ควรใส่ฟันปลอม เพราะอาจทำให้ฟันปลอมหรือฟันเทียมเกิดการสะสมของเชื้อรา จนทำให้เกิดอาการอักเสบของเนื้อเยื่อบุภายในปากได้ สิ่งที่ควรทำคือควรถอด และทำความสะอาดฟันปลอมให้ดี และแช่น้ำเปล่าเอาไว้ก่อนนอนทุกวัน 2. หลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดทำความสะอาด สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกคลินิกสำหรับทำฟันปลอมในกรุงเทพอยู่ การรู้ถึงการรักษาฟันปลอมเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งอีกหนึ่งข้อที่ควรรู้ก็คือ ในการทำความสะอาดฟันปลอมนั้น ไม่ควรใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดทำความสะอาดฟันปลอม เพราะอาจจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน ซึ่งอาจส่งผลให้ฟันเทียมเกิดความสึกหรอ เสื่อมสภาพ และติดสีง่าย อีกทั้งยังอาจทำให้เป็นที่สะสมของเหล่าเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งการดูแลที่ถูกต้อง คือ สามารถใช้น้ำสบู่ในการทำความสะอาดฟันปลอม ก็ถือว่าสะอาดแล้ว 3. ตรวจเช็กสุขภาพช่องปากเป็นประจำ อีกหนึ่งสิ่งที่เหล่าผู้กำลังมองหาสถานที่ทำฟันปลอมในกรุงเทพควรรู้เอาไว้ นั่นคือ หลังจากคุณได้ใส่ฟันปลอมแล้วใช้ในชีวิตประจำวันอย่างคุ้นเคยแล้ว ก็ควรที่จะได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ 3 สิ่งควรรู้ ก่อนการหาคลินิก “ทำฟันปลอมในกรุงเทพ”

ฝุ่น PM2.5 คืออะไร ทำร้ายสุขภาพเรายังไงบ้าง? สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน

  ตื่นเช้ามา เห็นหมอกหนาทึบ ปกคลุมท้องฟ้า นึกว่าอากาศหนาว แต่ที่ไหนได้… มันกลับเป็น มลพิษร้าย PM 2.5 ที่แวะเวียนกลับมาเยือนเราทุกต้นปี! ฉะนั้นวันนี้ GedGoodLife จึงขอเล่าถึง ความร้ายกาจของเจ้า ฝุ่น PM2.5 นี้ให้หายสงสัยกัน ว่ามีสาเหตุจากอะไร ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเรายังไง มีผลต่อการติดเชื้อไวรัส Covid-19 หรือไม่ มีวิธีป้องกันได้อย่างไรบ้าง? มาติดตามกันเลย! ค่าฝุ่นPM2.5 ระดับไหน อันตรายต่อสุขภาพ? เตือนภัยฝุ่นPM2.5 !! ทำป่วยแล้วกว่าแสนราย ใส่หน้ากาก พกยาแก้แพ้ไว้เลย! ภูมิแพ้อากาศ และฝุ่น รักษายังไง กินยาอะไรได้บ้างครับ? ฝุ่น PM2.5 คืออะไร? ตามคําจํากัดความของสํานักป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (Environmental Protection Agency ; US.EPA) ระบุว่า PM2.5 หมายถึง ฝุ่นละเอียด เป็นอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ เราจึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ถ้าฝุ่นนี้มีปริมาณสูงมาก ฝุ่น PM2.5 คืออะไร ทำร้ายสุขภาพเรายังไงบ้าง? สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน

9 ผลไม้น้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ ห่างไกลเบาหวาน และความอ้วน

  ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพ ที่ชอบกินผลไม้เป็นประจำ หรือ จะเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องควบคุมน้ำตาล ต้องไม่พลาดติดตามบทความนี้ เพราะวันนี้ GedGoodLife จะขอแนะนำ ผลไม้น้ำตาลน้อย 9 ชนิด รับประทานได้เป็นประจำทุกวัน ไม่อ้วน ช่วยเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และยังห่างไกลเบาหวานอีกด้วย อย่ารอช้า! มาติดตามกันได้เลย รู้หรือไม่… เราควรบริโภคน้ำตาลกี่กรัม ต่อวัน? องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ปริมาณน้ำตาลที่เติมในอาหาร ไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานทั้งหมดที่ได้รับในแต่ละวัน โดยปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมต่อวันของแต่ละช่วงอายุ (จากกองโภชนาการ, กรมอนามัย) มีดังนี้ * น้ำตาล 1 ช้อนชา เท่ากับประมาณ 4 กรัม และน้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี – ในเด็กและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 16 กรัม ต่อวัน หรือเทียบได้กับน้ำตาล 4 ช้อนชา – 9 ผลไม้น้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ ห่างไกลเบาหวาน และความอ้วน

ยับยั้งก่อนสาย! โควิด-19 กลายพันธุ์ น่ากลัวแค่ไหน วัคซีนเอาอยู่หรือไม่!?

  ณ ขณะนี้ มีหลายประเทศรายงานว่า พบ โควิด-19 กลายพันธุ์ ซึ่งติดต่อกันได้ง่ายกว่าเดิม! กระจายรวดเร็วกว่าเดิม! การกลายพันธุ์ของไวรัสร้ายนี้ จะน่ากลัวแค่ไหน วัคซีนเอาอยู่หรือไม่ มาค้นหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลย! โควิด-19 กลายพันธุ์ : ต้นกำเนิด และสาเหตุการกลายพันธุ์ โควิด-19 ที่กลายพันธุ์ชนิดใหม่ มีชื่อว่า VUI-202012/01 หรือ “B.1.1.7” เกิดขึ้นใน ลอนดอน ประเทศอังกฤษ พบครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2563 และอีกสามเดือนถัดมา ลอนดอนก็กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษ บอริส จอห์นสัน ระบุว่าเชื้อชนิดนี้อาจสามารถแพร่สู่กันได้ง่ายขึ้นถึง 70% ส่วนสาเหตุการกลายพันธุ์คาดว่า เกิดจากคนไข้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ จึงทำให้ร่างกายของคนไข้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์นั่นเอง นอกจากในอังกฤษที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 พันธุ์กลายนี้นับพันรายแล้ว ปัจจุบัน หลายสิบประเทศก็พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 พันธุ์กลาย B.1.1.7 แล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ยับยั้งก่อนสาย! โควิด-19 กลายพันธุ์ น่ากลัวแค่ไหน วัคซีนเอาอยู่หรือไม่!?

จริงหรือไม่!? ป่วยโควิดห้ามกินยา แอสไพริน I • สรรพคุณ • วิธีใช้ • และผลข้างเคียง

  แอสไพริน (aspirin) ชื่อยาที่คุ้นหูกันดีว่าเป็นยาสามัญประจำบ้าน รักษาได้หลายโรคเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่า ยาตัวนี้ถึงแม้จะมีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์เช่นกัน ถ้าใช้รักษาโรคผิด ๆ !! งั้นเรามาดู สรรพคุณ วิธีใช้ ผลข้างเคียง และค้นหาคำตอบกันว่าจะรักษาโรคโควิด-19 ได้หรือไม่!? มาติดตามกันเลย! แอสไพริน คือยาอะไร? สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. – FDA Thai) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาแอสไพริน ไว้ดังนี้ แอสไพริน คือสารสังเคราะห์ที่ชื่อว่า อะซีติลซาลิไซลิค (Acetylsalicylic acid) เป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (non-steroidal antiinflammatory drugs หรือ NSAIDs – เอนเสด) เป็นยาที่มีหลายขนาด ตั้งแต่ 75 – 300 มิลลิกรัม ขึ้นไป แยกขนาดได้ดังนี้ แอสไพริน 75, 81, 300, 325 มิลลิกรัม ชนิดเม็ด จริงหรือไม่!? ป่วยโควิดห้ามกินยา แอสไพริน I • สรรพคุณ • วิธีใช้ • และผลข้างเคียง

10 วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย พร้อมแบบทดสอบอาการง่วงนอน

  ตกบ่ายทีไรเป็นต้องง่วงจนตาปรือทุกที ทั้งที่ช่วงพักเที่ยงยังรู้สึกคึกคักดีอยู่เลย! พอง่วงแล้วเนี่ยสมาธิทำงานก็ไม่มี คิดงานก็ไม่ออก หรือถ้ายังเป็นนักเรียนอยู่ ก็เรียนไม่รู้เรื่อง ฟังครูสอนไม่ทันอี๊กก เจอแบบนี้คงต้องงัด “10 วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย” มาใช้กันแล้วล่ะ! แล้วอย่าลืมทำแบบทดสอบอาการง่วงนอน ท้ายบทความกันด้วยนะ อาการง่วงนอนตอนบ่าย เกิดจากอะไร? ธรรมชาติร่างกายของคนเรามักจะง่วงนอนอยู่ 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงระหว่างเที่ยงคืน ถึง 7 โมงเช้า และบ่ายโมง ถึง 4 โมงเย็น ใครที่ต้องทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีโอกาสสูงที่จะง่วงนอนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอ ส่วนสาเหตุของการ ง่วงนอนตอนบ่าย นั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ● นอนดึก หรือนอนน้อย คือตัวการหลักของอาการ ง่วงนอนตอนบ่าย เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายของเราต้องพักผ่อนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน (อาจจะมาก หรือน้อยกว่านี้ตามแต่ละบุคคล) ● ปัญหาสุขภาพจิต เช่น การเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิต โดยสาเหตุของอาการง่วงนอนส่วนใหญ่มักมาจากอาการเบื่อหน่าย ขณะที่ภาวะซึมเศร้าก็ส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลีย จนเป็นสาเหตุของอาการง่วงเหงาหาวนอน ● สภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม เช่น 10 วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย พร้อมแบบทดสอบอาการง่วงนอน

เช็กอาการ 4 โรคยอดฮิต ! โควิด-19 VS ไข้หวัด VS ไข้หวัดใหญ่ VS ภูมิแพ้ แตกต่างกันอย่างไร?

  ทุกวันนี้ ใคร ๆ ก็จะพูดถึงอาการของโควิด-19 แต่ยังมีอีก 3 โรค ที่คนเรามักจะป่วยกันเยอะเช่นกัน นั่นก็คือ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และภูมิแพ้ นั่นเอง… ฉะนั้น อย่าได้ประมาทไป ตามมาเช็กอาการ 4 โรคยอดฮิต ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า ว่าจะมีอาการอะไรบ้าง… โรคโควิด-19 โควิด-19 คือโรคติดต่อซึ่งเกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไวรัส และโรคอุบัติใหม่นี้ไม่เป็นที่รู้จักเลย ก่อนที่จะมีการระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนในเดือนธันวาคมปี 2019 ขณะนี้โรคโควิด 19 มีการระบาดใหญ่ไปทั่ว ส่งผลกระทบแก่หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย อาการของโรคโควิด-19 (COVID-19) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก – WHO ได้ระบุ อาการโควิด-19 ไว้อย่างละเอียดดังนี้ อาการทั่วไปมีดังนี้ มีไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย อาการที่พบไม่บ่อยนักมีดังนี้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง ปวดศีรษะ เช็กอาการ 4 โรคยอดฮิต ! โควิด-19 VS ไข้หวัด VS ไข้หวัดใหญ่ VS ภูมิแพ้ แตกต่างกันอย่างไร?

เชื้อโควิด-19 แฝงในกายเรา ตรงไหนบ้าง? พร้อมบอก อาการโควิด-19 อย่างละเอียด

  สถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยช่วงนี้ ต้องเรียกว่าน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว มีคนติดรายวันนับร้อยคน ซึ่งแต่ละคนที่ติดเชื้อนี้จะมีอาการเด่น คือ มีไข้สูง และไอ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการโควิด-19 นี้ยังมีอีกมายเลยทีเดียว เช่น เจ็บคอ อ่อนเพลีย ตาแดง หายใจลำบาก เป็นต้น! งั้นเรามาทำความรู้จัก “อาการโควิด-19” อย่างละเอียดกันดีกว่า แล้วเชื้อไวรัสร้ายนี้ สามารถแฝงอยู่ในกายเรา ตรงไหนได้บ้าง… ตามมาดูกันเลย! อาการโควิด-19 มีอะไรบ้าง?  ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก – WHO ได้ระบุ อาการโควิด-19 (Covid-19 symptoms) ไว้อย่างละเอียด ดังนี้ อาการทั่วไป (Most common symptoms) มีไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย อาการที่พบไม่บ่อย (Less common symptoms) ปวดเมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง ปวดศีรษะ สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่น เชื้อโควิด-19 แฝงในกายเรา ตรงไหนบ้าง? พร้อมบอก อาการโควิด-19 อย่างละเอียด

รอบรู้ สู้โควิด-19! ถาม-ตอบ ประเด็นร้อน Covid-19 : ตอบโดย WHO , Thai FDA

  โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม 2563 นี้! วันนี้ GedGoodLife จึงขอรวบรวมคำถามสำคัญเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ประชาชนคนไทยควรรู้ โดยเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้จาก องค์การอนามัยโลก, สาธารณสุขไทย, และนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด เช่น นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ เป็นต้น… อย่ารอช้า มา “รอบรู้ สู้โควิด-19” ไปพร้อม ๆ กันเลย! * ท่านสามารถทำ “แบบประเมินความเสี่ยงโรคโควิด-19” ได้ที่ท้ายบทความ รอบรู้ สู้โควิด-19  : โดยกระทรวงสาธารณสุข 1. อาหารทะเลกินได้หรือไม่? อาหารทะเลสามารถรับประทานได้ตามปกติ การป้องกันโรคที่สำคัญคือ ปรุงสุก ร้อน สะอาด เพราะสามารถฆ่าเชื้อได้ รวมถึงเชื้อก่อโรคโควิด 19 2. สถานที่ในจังหวัดสมุทรสาคร มีสถานที่ใดบ้างที่มีคำสั่งปิดชั่วคราว? มาตรการควบคุมโรค COVID-19 ในจังหวัด สมุทรสาคร ช่วงวันที่ 19 ธ.ค. 63 – 3 รอบรู้ สู้โควิด-19! ถาม-ตอบ ประเด็นร้อน Covid-19 : ตอบโดย WHO , Thai FDA

วิธีป้องกัน “ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว” ฉลองปีใหม่ ทิ้งความโศกเศร้าไปให้สิ้น!

  ไหนใครเป็นบ้าง… ตื่นเต้นที่จะได้หยุดยาวในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ มีความสุข พร้อมลั้ลลามาก ๆ ยิ่งตอนได้เดินทางไปถึงที่เที่ยวแล้ว ก็อยากจะอยู่ที่นั่นนาน ๆ ไม่อยากจะกลับเลย! แต่พอต้องกลับมาทำงาน แค่นึกถึงโต๊ะที่เต็มไปด้วยงาน ก็ทำให้รู้สึกหดหู่ เบื่อหน่าย เศร้าสุดๆ รู้หรือไม่ว่า อาการเฉา ๆ เหล่านี้เรียกว่า “ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว” นั่นเอง จะมีวิธีแก้ยังไงได้บ้าง มาติดตามกันเลย! ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว คืออะไร เป็นโรคหรือไม่ ? ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว Post-vacation blues / post-travel depression (PTD) ถึงจะมีคำว่า “ซึมเศร้า” อยู่ในชื่อ แต่ ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว ไม่ถือว่าเป็นอาการทางจิตเวชที่ต้องรักษา มักจะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง และสามารถหายเองได้หลังผ่านไประยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อเราปรับตัวได้ หลังจากกลับมาเริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง โดยอาการมักจะเกิดขึ้น หลังจากที่เราเพิ่งพ้นช่วงที่ได้หยุดพักจากการทำงานไปนาน ๆ และต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง ทำให้รู้สึกเบื่อ เซ็ง ไม่อยากทำงาน และอาจทำให้เกิดความเครียดได้ หากมีอาการเช่นนี้ ให้บอกตัวเองว่า ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ให้เปลี่ยนความรู้สึกเฉาเศร้าไปเป็นพลัง และมุ่งหน้าตั้งใจทำงานให้เต็มที่ แต่ถ้าหากว่า เวลาผ่านไปนานสัปดาห์ วิธีป้องกัน “ซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว” ฉลองปีใหม่ ทิ้งความโศกเศร้าไปให้สิ้น!

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save