คัดจมูกในหน้าฝน มีสาเหตุ และวิธีรักษาอย่างไร?

ในหน้าฝน มักทำให้ป่วยได้ง่าย ยิ่งในรายที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง! และหากปล่อยให้อาการคัดจมูกเรื้อรัง ก็อาจก่อให้เกิดภาวะอื่น ๆ ตามมา เช่น นอนกรน นอนไม่พอ หูอื้อ หูอักเสบ เป็นต้น มาดูกันว่าอาการ คัดจมูกในหน้าฝน จะมีสาเหตุ และวิธีรักษาอย่างไร
- 9 วิธีป้องกันหวัดและภูมิแพ้ไร้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ฉบับชาวออฟฟิศ
- รู้มั้ย ยาลอราทาดีน คืออะไร รักษาอาการอะไรได้บ้าง?
- กินยาแก้แพ้เป็นประจำ อันตรายไหม? แบบกินแล้วง่วง กับไม่ง่วง เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

อาการคัดจมูก เกิดจากอะไร?
คัดจมูก แน่นจมูก หรือ อาการจมูกคั่ง (Nasal congestion / Stuffy nose) – เกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุจมูก หรือมีปริมาณน้ำมูกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ช่องจมูกเกิดการอุดกั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก เพราะลมผ่านเข้า-ออกจมูกน้อยกว่าปกติ เมื่อผู้ป่วยคัดจมูกมากทําให้ต้องหายใจทางปาก อาจทําให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเรื้อรัง, คอแห้ง หรือระคายคอได้ง่าย
อาการคัดจมูกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อโรคหวัด ริดสีดวงจมูก เยื่อจมูกอักเสบเรื้อรัง มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในจมูก เช่น ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
ทั้งนี้สาเหตุหลักของอาการคัดจมูกในหน้าฝนมักเกิดจาก “ภูมิแพ้อากาศ” ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน และพบได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝน
ทำไมหน้าฝน ถึงมีอาการคัดจมูกบ่อยกว่าฤดูกาลอื่น?
ในหน้าฝนมีสารก่อภูมิแพ้เยอะเนื่องจากความชื้น โดยเฉพาะไรฝุ่นในบ้านที่ชอบอากาศชื้น นอกจากนี้ยังมี เชื้อรา ที่สามารถพบได้เป็นกลุ่ม ๆ ในบริเวณที่มีความอับชื้น หรือน้ำท่วมขัง เช่น ฝ้า ผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ ใต้พรม เครื่องนอน เครื่องปรับอากาศ หากสปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหลได้
ส่วนใครที่เป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ และ โรคหอบหืด ก็ต้องระวังให้ดีในช่วงหน้าฝนนี้ เพราะจะมีพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ละอองเกสรถูกพายุพัดปกคลุมพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่ผู้ป่วยอาศัย หรือเดินทางผ่านเป็นประจำ ทำให้เกิดอาการเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจได้
“ภูมิแพ้อากาศ” สาเหตุหลักทำให้เกิดอาการ คัดจมูกในหน้าฝน
ภูมิแพ้อากาศ หรือทางการแพทย์เรียกว่า โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) – เป็นโรคที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน เกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว
ทั้งนี้อาการภูมิแพ้อากาศ กับ อาการไข้หวัด แม้จะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ ดังนี้
- อาการที่เกิดจากภูมิแพ้อากาศจะไม่มีไข้ และมีสาเหตุจากสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ
- อาการหวัดในหน้าฝน จะมีไข้ร่วมด้วย ที่เรียกว่า โรคไข้หวัด (Common Cold) และมักมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม -> โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อากาศ สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

คัดจมูกในหน้าฝน มักมีอาการแสดงอย่างไร?
ผู้ป่วยมักจะมีอาการคัดจมูกทั้งสองข้าง เป็น ๆ หาย ๆ โดยตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือ ตอนค่ำก่อนนอนซึ่งเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ แต่ถ้ามีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นสองข้าง มักเกิดจากเนื้องอกในช่องจมูกทั้งสองข้างที่มีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ริดสีดวงจมูก หรือเกิดจากเยื่อบุจมูกบวมมากขึ้น
ส่วนอาการอื่น ๆ ของภูมิแพ้หน้าฝนที่พบได้ มีดังนี้
- คันจมูก คันตา
- น้ำมูกไหล น้ำตาไหล
- ไอ จาม
- เจ็บคอ ไอมีเสมหะ
- อาจมีอาการผื่นแพ้ผิวหนังร่วมด้วย
ระวัง! ปล่อยให้คัดจมูกเรื้อรัง ทำระบบในร่างกายพังได้!
รู้หรือไม่ว่าผู้ป่วยภูมิแพ้ที่มีอาการ คัดจมูก หายใจลำบากจนเกิดเป็นอาการเรื้อรัง หากไม่รักษาอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแค่บั่นทอนการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลเสียต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกายอีกด้วย
อาการคัดจมูกเรื้อรังกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนี้
- ระบบทางเดินหายใจ
อาการคัดจมูกทำให้ผู้ป่วยหายใจทางจมูกลำบากกว่าปกติ จึงเลือกหายใจทางปากแทน โดยอากาศที่มีความเย็น และความชื้นต่ำที่ผ่านเข้าทางปากทำให้ ระบบหายใจส่วนล่าง (lower respiratory tract) ประกอบด้วย กล่องเสียง, หลอดคอ, หลอดลมใหญ่ และปอด ทำงานหนักขึ้น โอกาสเกิดการอักเสบ หรือระคายเคืองก็มีมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหืด หรือผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบหรือภูมิแพ้
- หลอดเลือดหัวใจ
หากผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรังได้ลองสังเกตตัวเอง ก็จะพบว่าตัวเองมีอาการ นอนกรน เป็นประจำ นั่นก็เพราะว่าอาการคัดจมูกทำให้เกิดการอุดกั้นในทางเดินหายใจส่วนบน และอาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ได้เลยทีเดียว
- หลอดเลือดสมอง
อาการคัดจมูกทำให้หายใจไม่สะดวก และส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอตอนนอนหลับ ส่งผลให้นอนไม่เพียงพอ นอนไม่สนิท ทำให้เกิดอาการง่วง และเพลียระหว่างวัน ขี้ลืม หลับ ๆ ตื่น ๆ รวมไปถึงเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ได้
- ประสาทหู
อาการคัดจมูก มีผลกระทบต่อหูเช่นกัน โดยเฉพาะหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูกจะมีท่อที่เชื่อมต่อกันอยู่ เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน (eustachian tube) เวลาที่เราเป็นหวัด คัดจมูก เยื่อบุต่าง ๆ รวมถึงเยื่อบุในท่อนี้จะเกิดการบวมจนตีบตัน ทำให้ไม่สามารถระบายความดันอากาศในช่องหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอกได้ ผู้ป่วยจึงรู้สึกว่ามีอาการปวดหู หูอื้อ หูอักเสบ หรือหูน้ำหนวกได้
- ท่อน้ำตาอุดตัน
เยื่อบุโพรงจมูกที่บวมจากอาการคัดจมูก จะส่งผลให้น้ำตาไม่สามารถไหลลงไปได้ และอาจทำให้ท่อน้ำตาอุดตัน หากปล่อยไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดการติดเชื้อในถุงน้ำตากลายเป็น ถุงน้ำตาอักเสบ ได้
- การรับกลิ่น
อาการคัดจมูกทำให้อากาศเข้าสู่เซลล์ประสาทที่รับกลิ่นด้านบนของโพรงจมูกน้อยลง ส่งผลให้ผู้ป่วยรับกลิ่นได้น้อย หรือไม่ได้กลิ่นเลย
อาการคัดจมูก ควรรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี?
- ใช้น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อให้โพรงจมูกชุ่มชื้น และยังช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอม รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ได้ด้วย จมูกโล่งแน่นอน
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในหน้าฝน เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อราในบ้าน
- สูดไอน้ำร้อน จากหม้อน้ำร้อน เพื่อให้จมูกโล่ง หายใจได้สะดวกขึ้น รักษาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่ควรโหมงานหนัก ไม่เครียดเกินไป
- ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สัมผัสอากาศเย็นโดยตรง โดยเฉพาะเวลากลางคืนควรห่มผ้าให้อบอุ่น
- ไม่เปิดแอร์ หรือเปิดพัดลมจ่อตัวเกินไป เพราะจะทำให้โพรงจมูกแห้ง เกิดอาการคัดจมูกตามมาได้ รวมถึงฝุ่นจะฟุ้งเข้าจมูกเราด้วย
คัดจมูกแบบไหน ควรพบแพทย์?
หากผู้ป่วยมีอาการคัดจมูกข้างเดียว คัดจมูกเป็นมากขึ้นเรื่อย มีน้ำมูกไหลเรื้อรังไม่หาย ปวดจมูก จมูกมีกลิ่นเหม็น มีเลือดกำเดาไหล ตามัวลง มองเห็นภาพซ้อน ปวดศีรษะเรื้อรัง ควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินส่องตรวจโพรงจมูก
อ้างอิง : 1. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 1/2 2. รพ. พญาไท 3. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

