เซ็งไหมกับสามีที่ชอบ “นอนกรน” มาดูวิธีแก้ให้หายขาดกัน

นอนกรน

บ้านไหนกำลังเจอปัญหาชวนบ้านแตกบ้าง ไม่ใช่ว่าทะเลาะกันบ้านแตก แต่เป็นสามี “นอนกรน” จนบ้านแทบแตก เสียงดังตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย กลางวันไหนจะต้องเลี้ยงลูก ไหนจะต้องทำงาน ตกกลางคืนคิดว่าจะได้นอนหลับสบาย ๆ กลับต้องมาผจญกับเสียงกรนสนั่น ถ้าคืนไหนชิงนอนหลับก่อนก็โชคดีไป

นอกจากเสียงกรนที่ทำให้คนนอนข้าง ๆ รำคาญ หลับไม่ได้แล้ว สิ่งสำคัญคือ การนอนกรนอาจจะส่งผลกระทบกับสุขภาพของตัวเองด้วย ถ้าใครที่กำลังหาวิธีจะหยุดเสียงกรนของสามี หรือแก้ปัญหานอนกรนให้ตัวเอง ต้องอ่าน!

นอนกรน เกิดจากอะไร ?

นอนกรน (Snore) คือ ความผิดปกติของการนอน ในขณะที่คนเรานอนหงาย และหลับสนิท เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนจะตกไปทางด้านหลัง เนื้อเยื่อเหล่านี้จะขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศ จึงเกิดเสียงกรนขึ้น แต่ยังไม่เป็นอันตรายมาก อาจจะแค่คนรอบข้างรำคาญเสียงกรน แต่ถ้าเนื้อเยื่อเหล่านี้หย่อนยานมากมีการขวางทางเดินหายใจจนถึงขนาดอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน อาจทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นอันตรายมาก

การนอนกรน มี 2 ชนิด คือ

1. นอนกรนชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อความรำคาญให้คนใกล้ชิดเท่านั้น

2. นอนกรนชนิดอันตราย นั่นคือ ทำให้หยุดหายใจขณะหลับ อันเนื่องมาจากมีการอุดตันของทางเดินหายใจขณะหลับ ภาวะอุดตันทางเดินหายใจส่วนบน และระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ

นอนกรน

วิธีดูแลตัวเองเพื่อรักษาอาการนอนกรน

ปรับท่านอน ลองนอนให้ศีรษะสูง ประมาณ 30 องศาจากแนวพื้นราบ จะช่วยลดบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้บ้าง และควรนอนตะแคง เพราะการนอนหงายจะทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น นอนตะแคงจะช่วยให้นอนหลับ ไม่กรนได้ ซึ่งหากนอนคนเดียวอาจจะทำได้ยาก แต่ถ้ามีคนนอนด้วย เวลากรน คนที่นอนด้วยก็อาจจะต้องจับนอนตะแคง ลองดูเสียงกรนอาจจะหาย หรือลดลง

ลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่อาการกรน มักเกิดในคนที่อ้วน มีน้ำหนักเกิน เพราะคนที่มีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่ จะมีไขมันมาพอกรอบคอ หรือทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ทำให้นอนกรน หากน้ำหนักลดลงจะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น ช่วยให้นอนกรนน้อยลง

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย จะลดความหย่อนคล้อยให้กับกล้ามเนื้อบริเวณคอหอย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบนจะหย่อนมากขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบมากขึ้น จนทำให้นอนกรนได้ การออกกำลังกายให้ได้ผล ควรเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ เตะฟุตบอล เทนนิส ฯลฯ ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3 วัน อย่างน้อยวันละ 30 นาทีต่อเนื่อง

เลิกสูบบุหรี่ เลี่ยงควันบุหรี่ เนื่องจากควันบุหรี่จะทำให้เนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนบวม ทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น นอกจากนั้นสารนิโคตินในบุหรี่ อาจกระตุ้นสมอง ทำให้หลับไม่สนิท แต่ถ้ายังเลิกไม่ได้ทันที ควรเลี่ยงสูบบุหรี่ หรือเลี่ยงควันบุหรี่ในช่วง ภายใน 4-6 ชั่วโมง ก่อนนอน

งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น เบียร์ ไวน์ วิสกี้ เหล้า โดยเฉพาะก่อนนอน เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนบนคลายตัวมากขึ้น และสมองตื่นตัวช้าลง ทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น และยิ่งใครดื่มเหล้า เบียร์มาก ๆ อาจทำให้อ้วนขึ้น น้ำหนักเกินได้ เพราะมีแคลอรี่สูง ถ้าน้ำหนักเกิน จะทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลงไปอีก

ดูแลทำความสะอาดห้องนอน เพราะหากมีอาการ ภูมิแพ้จากฝุ่น ไรฝุ่นในห้องนอน ก็อาจส่งผลให้เกิดแพ้ ระคายเคือง ในระบบทางเดินหายใจ จนเสี่ยงต่อการเกิดหอบหืด ภูมิแพ้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งให้นอนกรนได้เช่นกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม ---> มันสิงอยู่ในห้องคุณ! ภูมิแพ้ในห้องนอน ภัยร้ายแฝงตามสิ่งของ

หลีกเลี่ยงการกินยานอนหลับ เพราะยานอนหลับจะไปกดการหายใจทำให้กรนมากขึ้น และโรคนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ จะเป็นมากขึ้น หากมีอาการนอนกรน และนอนไม่หลับด้วย ควรปรึกษาแพทย์

ใช้ยาพ่นจมูก การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก พ่นวันละครั้งก่อนนอน จะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และยังจะช่วยหล่อลื่น ทำให้การสะบัดตัวของเพดานอ่อน และลิ้นไก่น้อยลง ทำให้เสียงกรนเบาลงได้

เพิ่มความชื้นในห้องนอน ในห้องนอนที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา อาจจะทำให้ห้องมีความชื้นต่ำ อากาศภายในห้องนอนแห้ง ซึ่งส่งผลทำให้เยื่อบุต่างๆในระบบทางเดินหายใจพลอยแห้งตามไปด้วย บางรายอาจเกิดอาการบวมและทางเดินหายใจตีบแคบลง จนเกิดอาการนอนกรนได้ ดังนั้นควรพยายามเปิดห้องระบายอากาศ หรือใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอน หรือใช้วิธีง่าย ๆ คือ ลองใช้ภายนะใส่น้ำวางไว้ใต้เครื่องปรับอากาศเพื่อเพิ่มความชื้นในห้องนอน

นอนกรน

นอนกรนขนาดไหน ควรไปหาหมอ

ลองสังเกตตัวเอง หรือให้คนที่นอนด้วยลองช่วยสังเกต หรืออาจจะถ่ายวิดีโอตอนตัวเองขณะหลับไว้ เพื่อดูว่าเรามีอาการเหล่านี้ไหม ? ถ้ามีอาการเหล่านี้ แสดงว่าอาจมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

- ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น อ่อนล้า อยากนอน เหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม
- หลับใน เผลอหลับบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
- กรนไม่สม่ำเสมอ กรนเสียงดังมาก
- มีอาการสำลักน้ำลาย
- สะดุ้งตื่นกลางดึก
- มีอาการหายใจหอบเหมือนอาการขาดอากาศ
- สมรรถภาพทางเพศลดลง

วิธีการรักษาอาการ “นอนกรน”

การรักษา การนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ มีหลายทางเลือก การรักษาในแต่ละรายจึงมีความเหมาะสมที่แตกต่างไม่เหมือนกัน

การใช้เครื่องอัดอากาศเพื่อช่วยหายใจขณะนอนหลับ (CPAP) เป็นวิธีการป้องกันการตีบแคบของช่องลำคอ โดยใช้แรงดันอากาศเป็นตัวถ่างไว้ ปกติเวลานอน เพดานอ่อน และลิ้นไก่ที่ยาว และโคนลิ้นที่โต จะตกลงมาบังทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ลมที่เป่าเข้าไป จะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก ช่วยให้หยุดกรนได้ การรักษาด้วยเครื่อง CPAP ถือเป็นมาตรฐานการรักษาโรคนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ เนื่องมีประสิทธิภาพสูง

การใส่ฟันยาง (Oral Appliance) การใส่ฟันยางนี้ ทันตแพทย์จะเป็นผู้ตรวจ และทำฟันยางให้ ซึ่ง จะได้ผลดีในคนที่มีอาการเพียงเล็กน้อย และ ปานกลาง แต่ถ้ามีอาการรุนแรงมักไม่ได้ผลเท่าที่ควร ฟันยางนี้ จะช่วยเปิดทางเดินหายใจส่วนต้นให้กว้างขึ้นโดยการ ยื่นขากรรไกรล่างและลิ้นมาทางด้านหน้า ปัญหาที่พบได้จากการใส่ฟันยางนี้ เช่น ปวดขากรรไกร การสบฟันเปลี่ยนไป น้ำลายไหลมาก

การผ่าตัด การผ่าตัดอาจต้องพิจารณาแล้วแต่ความเหมาะสมแต่ละคน ซึ่งอาจจะมีการผ่าตัดในแต่ละส่วนที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแพทย์ เช่น
การผ่าตัดจมูก แก้ไขจมูกคด หรือ จี้ เยื่อบุโพรงจมูกที่บวม จะช่วยลดอาการคัดจมูกหรือกรนได้บ้าง
การผ่าตัดในระดับลิ้นไก่ เพดานอ่อน ได้ผลดีในครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย
การผ่าตัดระดับโคนลิ้น

ซึ่งการผ่าตัด ในบางรายอาจจะไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนัก และการออกกำลังกาย

นอนกรน อย่าคิดว่าเป็นปัญหาเล็ก ๆ แค่ทนรำคาญแล้วปล่อยผ่านไป เพราะหากปล่อยไว้ ไม่รักษา การนอนกรนจะส่งผลให้ทำงานได้ไม่เต็มที่และมีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุ ทั้งยังมีความเสี่ยงเป็นโรคอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น โรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง และยังส่งผลกับความสัมพันธ์กับคู่ชีวิตที่ต้องนอนอยู่ด้วยกันไปอีกนานด้วย ถ้ารักกันอย่าปล่อยให้คู่ของคุณนอนกรน ไปรักษากันเถอะ!

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่  facebook nutroplex line youtube

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ