ภูมิแพ้ VS ไข้หวัด แตกต่างกันอย่างไร?

ภูมิแพ้ต่างกับไข้หวัดอย่างไร

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างนี้ พอเผลอก็ต้องมีฟึดฟัด ๆ กันบ้างล่ะ แถมยังไม่ค่อยจะหายกันง่าย ๆ ซะด้วย... แต่ว่าที่กำลังคัดจมูก น้ำมูกไหล กันอยู่เนี่ย เราเป็นหวัด หรือว่า เป็นภูมิแพ้กันแน่? และความจริงแล้ว ภูมิแพ้ต่างกับไข้หวัดอย่างไร  GedGoodLife จะเอามาเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ กันไปเลย

อาการแบบไหนเรียกว่า ภูมิแพ้ ?

ภูมิแพ้ หรือที่บางคนก็เรียกว่า หวัดภูมิแพ้ เกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่แพ้ แล้วปล่อยสาร "ฮิสตามีน" ออกมา ซึ่งสารนี้จะทำให้เกิดอาการจาม คัดจมูกหายใจไม่ออก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ มักได้แก่...
1. ฝุ่น ละอองเกสรต้นไม้ ดอกไม้ ขนสัตว์ รังแคสัตว์
2. ความเย็น เช่น อากาศเย็น น้ำเย็น นุ่นในที่นอน หมอน และสารเคมี เป็นต้น

เมื่อภูมิแพ้กำเริบ ผู้ป่วยจะมีอาการ เป็นหวัดคัดจมูก จามบ่อย น้ำมูกมีลักษณะใส มักมีอาการคันจมูก คันคอ คันตา น้ำตาไหล แสบคอ หรือ ไอแห้ง ระคายคอ ร่วมด้วย บางรายอาจปวดตื้อบริเวณหน้าผากหรือหัวคิ้ว มักมีอาการในช่วงเช้า หรือเวลาถูกอากาศเย็น ฝุ่นละออง หรือสารแพ้อื่น ๆ และหายไปเองในช่วงสาย อาจมีอาการตลอดทั้งปี หรือเป็นมากในบางฤดู

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นภูมิแพ้ ?

โดยเบื้องต้น จะสามารถสังเกตได้จากอาการแสดง ไม่ว่าจะเป็นอาการ คันคอ คันจมูก จาม น้ำมูกไหล เมื่อสัมผัสถูกสิ่งที่แพ้ ในรายที่เป็นเรื้อรัง และไม่ทราบแน่ชัดว่าแพ้อะไร อาจทำการทดสอบผิวหนังว่าแพ้สารอะไร หากสงสัยว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก หรือมะเร็งจมูก อาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อเป็นภูมิแพ้
• สังเกตว่าตนเองแพ้อะไร
แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้นั้น ๆ
• ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงเยื่อบุที่อักเสบ และกระจายเม็ดเลือดขาวกับสารก่อภูมิแพ้ให้กระจายไปทั่วร่างกาย จนเจือจาง และสลายพิษที่จมูก
• นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบาน ไม่เครียด
• ใช้ยาแก้แพ้ เมื่อรู้สึกว่ามีอาการมากจนน่ารำคาญ แต่ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งยา
• ควรไปพบแพทย์ เมื่อกินยาแก้แพ้แล้ว แต่อาการไม่ทุเลา
• ในการใช้ยาแก้แพ้ จะสามารถช่วยระงับอาการได้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหยุดยา อาการก็จะกำเริบใหม่

หากละเลยไม่รักษาโรคภูมิแพ้แล้วละก็...
• จะทำให้นอนไม่หลับ เนื่องจาก คัดจมูกมาก จนหายใจไม่ออก หรือนอนหลับไม่สนิท
• เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน ที่เกิดจากเยื่อบุจมูกบวมบ่อย ๆ เช่น ไซนัสอักเสบ
• ไม่สบายง่ายขึ้น เช่น เป็นหวัดหายใจไม่ออก ปอดบวม เนื่องจากเมื่อหายใจไม่ออก ก็จะหายใจทางปาก ทำให้ไม่มีการกรองสิ่งแปลกปลอมทางจมูก
• ไอบ่อย เนื่องจาก น้ำมูกไหลลงคอ

อาการแบบไหนเรียกว่า ไข้หวัด ?

เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ผู้ป่วยมักมีอาการตัวร้อน ปวดเมื่อย รู้สึกอ่อนเพลีย โดยเด็กจะเป็นหวัดได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 3-4 เดือนแรก หลังจากที่เริ่มไปโรงเรียน ที่อาจมีอาการได้บ่อยกว่าปกติ

หากเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการปวดเมื่อยมากกว่าเดิม รวมทั้งเบื่ออาหารด้วย โดยทั้งไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ต่างก็เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส การรักษาจึงมักเป็นการรักษาตามอาการ ให้ยาบรรเทาตามอาการ แต่ส่วนใหญ่แล้ว หากมีอาการไม่รุนแรงก็มักจะหายได้เอง

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อเป็นหวัด
• นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
• เมื่อมีไข้ ควรเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น กินยา แก้ไข้หวัด
• รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
• กินยาบรรเทาตามอาการที่มี เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้หวัด ยาคัดจมูก ยาลดน้ำมูก
• หากมีไข้สูง หรือไข้ไม่ยอมลดหลังจากเช็ดตัวแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์

แล้วสรุปว่า ภูมิแพ้ กับ ไข้หวัด ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ระหว่าง ภูมิแพ้กับไข้หวัด ก็คือ...

ภูมิแพ้ - จะไม่มีไข้ ไม่มีอาการปวดเมื่อย ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย แต่จะมีอาการจาม คันคอ คันจมูก และจะมีอาการกำเริบทุกครั้งที่สัมผัสถูกสิ่งที่แพ้

ไข้หวัด - ส่วนใหญ่จะมีไข้ร่วมด้วย และมักมีอาการเมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน

สุดท้ายนี้การรักษาร่างกายให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกาย และกินอาหารที่เป็นประโยชน์ ก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เราป่วยจาก 2 โรคนี้น้อยลง มีสุขภาพดีดีตลอดไป

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กด Like ติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีดี ทางเฟซบุ๊ก GED GOOD LIFE ได้ ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ