น้ำตาไหล ตาแดง คันตา ใช่อาการ “ภูมิแพ้ตา” หรือเปล่า?

ภูมิแพ้ตา

หากวันดีคืนดี ตื่นมาก็มีอาการน้ำตาไหล ตาแดง คันตา เรากำลังเป็นอะไรกันแน่ เพราะถ้ามีแค่อาการตาแดง อย่างเดียวก็ยังไม่ชัดว่า ติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียหรือเปล่า แต่ถ้ามีอาการคันตาร่วมด้วย ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า อาจเป็นสัญญาณของ “ภูมิแพ้ตา” ได้ แล้วอาการภูมิแพ้ตานี่เกิดจากอะไร น่ากลัวแค่ไหน จะรักษาได้อย่างไร เรามีคำตอบมาให้แล้ว

รู้จักโรคภูมิแพ้ขึ้นตา

โรคภูมิแพ้ขึ้นตา หรือ เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Conjunctivitis) คือ ภาวะที่มีอาการอักเสบ แดงของเยื่อบุตา เกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้ โดยมักเกิดการอักเสบที่บริเวณเยื่อบุตาขาว

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ขึ้นตา

- แพ้ตามฤดูกาล ละอองเกสรดอกไม้ สภาพอากาศ มักเกิดซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาเดิมของแต่ละเดือน

- แพ้สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ไรฝุ่น อาหาร เกสรดอกไม้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ขนตุ๊กตา เครื่องสำอาง ขนสัตว์ เป็นต้น

- แพ้คอนแทคเลนส์ คอนแทคเลนส์สกปรก หรือแพ้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์

โรคเยื่อบุตาขาวอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ ภูมิแพ้ตา อาจแบ่งประเภทได้ ดังนี้

ภูมิแพ้ตา

1. เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล (Seasonal and Perenial allergic conjunctivitis) อาการภูมิแพ้ตาที่มักเกิดตามฤดูกาล ซึ่งส่วนมากเกิดจากพวกเกสรดอกไม้ ดอกหญ้า สภาพอากาศในช่วงนั้น ๆ มักเกิดซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาเดิมของแต่ละเดือน หรือแต่ละปี

2. เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้เรื้อรัง (Vernal and Atopic keratoconjunctivitis) ผู้ป่วยภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดนี้จะมีอาการที่รุนแรงกว่าภูมิแพ้ขึ้นตาในชนิดแรก คนไข้จะมีอาการตลอดทั้งปี คัน เคืองตามาก บางคนมีการอักเสบรุนแรง ทำให้เกิดความผิดปกติที่กระจกตา และอาจมีอาการผื่นคันตามตัวร่วมด้วย มักพบในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีผื่นภูมิแพ้ หอบหืด

3. เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้คอนแทคเลนส์ Giant papillary conjunctivitis (GPC) เกิดในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หากทำความสะอาดเลนส์ไม่ถูกวิธี คอนแทคเลนส์สกปรก นานวันอาจมีการกระตุ้นให้เกิดอาการเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ได้เช่นกัน โดยมักเจอเม็ดขนาดใหญ่ที่บริเวณเยื่อบุตา อาจจะต้องตรวจพื้นผิวเยื่อบุตาอย่างละเอียด หรือเกิดจากแพ้สารเคมีในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้เกิดขึ้นในดวงตา

อาการของภูมิแพ้ขึ้นตา ที่พบได้บ่อย

  • อาการคันตา
  • น้ำตาไหล
  • เปลือกตาบวมแดง
  • อาจจะมีเยื่อบุตาขาวบวมแดง
  • มีขี้ตาสีขาวใส หรือลักษณะเป็นเมือกออกมา
  • ถ้าอาการเป็นมาก อาจจะมีอาการแพ้แสง ลืมตาไม่ขึ้น
  • มีอาการภูมิแพ้ที่จมูกร่วมด้วย

น้ำตาไหล ตาแดง คันตา ใช่อาการ "ภูมิแพ้ตา" หรือเปล่านะ?

อาการน้ำตาไหล ตาแดง ถือว่าเป็นอาการที่บ่งชี้ว่ามีการอักเสบที่เยื่อบุตา ซึ่งอาจยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่า เป็นอาการของเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ ภูมิแพ้ตาได้มั้ย เพราะ อาการตาแดงเป็นสัญญาณของโรคได้หลากหลาย เช่น การอักเสบจากเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย

แต่ถ้ามีอาการคันตาด้วย ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นสัญญาณของอาการภูมิแพ้ตาได้ ถ้าตาของเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ตา มักจะมีอาการตาแดง คันตา เคืองตา อาจมีขี้ตาเป็นเมือกใส ๆ หรือ ตาบวมด้วยถ้ามีอาการมาก

ภูมิแพ้ตา

ภูมิแพ้ตา รักษาได้ไหม ใช้ยาอะไรรักษา?

ภูมิแพ้ตา ก็คล้ายกับอาการภูมิแพ้อื่น ๆ ที่สามารถรักษาได้ แต่อาจไม่หายขาด เพราะเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ ก็อาจแพ้ขึ้นมาได้อีก โดยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และรักษาตามอาการ

- ใช้ยาหยอดตาประเภทแอนตี้ฮิสตามีน ซึ่งจะได้ผลดีในผู้ที่เป็นภูมิแพ้น้อย ๆ และไม่รุนแรง โดยการหยอดตาวันละ 3 - 4 ครั้ง แต่พบว่าหากผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้อื่น ๆ ร่วมด้วย อาจจะได้รับยากลุ่มแอนตี้ฮิสตามีนไปรับประทาน ซึ่งอาจทำให้อาการทางภูมิแพ้เยื่อบุตาแย่ลงได้ เนื่องจากทำให้ไปลดการสร้างน้ำตา เป็นผลให้ตาแห้งและเคืองมากขึ้น

- ยาหยอดตาประเภทป้องกันปฏิกิริยาภูมิแพ้ ตัวยาจะออกฤทธิ์ควบคุม Mast Cell ที่อยู่ในเลือดไม่ให้แตกตัว เพื่อไม่ให้เกิดอาการคัน แพทย์จะพิจารณาใช้ในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการภูมิแพ้ หากผู้ป่วยได้รับสิ่งที่แพ้ในปริมาณไม่มากนัก ยาหยอดประเภทนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการได้ ในทางกลับกันหากได้รับสิ่งที่แพ้เข้าตาในปริมาณมาก ยาจะป้องกันได้ไม่หมด ผู้ป่วยจะมีอาการคันกำเริบขึ้นอีก

3. ยาหยอดตาประเภทสเตียรอยด์ เป็นยาหยอดตาที่ให้ผลการรักษาดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ แต่มีข้อเสียที่รุนแรง คือ ทำให้ตาบอดได้ ถ้าใช้ติดต่อกันในระยะยาว ควรใช้โดยปรึกษาแพทย์เท่านั้น

- กินยาแก้แพ้ หรือ ยาต้านฮีสตามีน ในกรณีที่ไม่มีอาการของโรคหอบหืด อาจใช้ยาแอนตี้ฮิสตามีนชนิดรับประทานร่วมด้วย ถ้าหากมีอาการคันตามาก โดยยาแก้แพ้ที่ปลอดภัย ไม่ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ ลอราทาดีน (Loratadine) ที่กินวันละครั้ง เป็นยาแก้แพ้ในกลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วง จึงไม่จำเป็นต้องกินเฉพาะช่วงก่อนนอน แต่ควรปรึกษาเภสัชกร ก่อนใช้ยาทุกครั้ง

- งดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าจะหาย หากใช้คอนแทคเลนส์ ควรงดใช้ขณะที่มีอาการแพ้ก่อน จนกว่าจะหาย หรือจนกว่าหมอจะอนุญาตให้ใช้ได้

- ใช้น้ำตาเทียม หรือ ประคบเย็นที่ดวงตา การหยอดน้ำตาเทียมเย็น ๆ จะช่วยเจือจางสารก่อการแพ้ หรือ การประคบดวงตาด้วยผ้าสะอาดเย็น ๆ จะช่วยบรรเทาอาการแดง บวม และอาการคันได้

ภูมิแพ้ตาเกิดร่วมกับภูมิแพ้อื่นได้หรือไม่?

สามารถเกิดร่วมกับภูมิแพ้ที่ส่วนอื่นของร่างกายได้ ในคนที่เป็นภูมิแพ้ อาจมีอาการแสดงออกได้หลายแห่ง ตั้งแต่ที่ตา ผิวหนัง และทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการ ไอจามเรื้อรัง น้ำมูกไหล ผิวหนังอักเสบ หรือคันที่ผิวหนังร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงบางตำแหน่งของร่างกาย ในขณะที่บางรายเป็นทุกส่วนร่วมกัน

ดูแลตัวเอง ป้องกันไม่ให้เป็นภูมิแพ้ตา

ภูมิแพ้ตา

- รักษาความสะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะหากใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ ล้างมื่อทุกครั้งก่อนถอดหรือใส่คอนแทคเลนส์

- ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 12 ชั่วโมง

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความแข็งแรง

- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสารเคมี สิ่งแปลกปลอมที่รู้ว่าแพ้ และทำให้เกิดภูมิแพ้

- สำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้ตาตามฤดูกาล แพทย์อาจให้ยาป้องกันไว้ก่อน หากผ่านฤดูนั้นไป สามารถหยุดใช้ยาได้

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่  facebook nutroplex line youtube

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ