4 ยาอายุวัฒนะ ของดีใกล้ตัวไม่ต้องใช้เงิน

ยาอายุวัฒนะ

“ยาอายุวัฒนะ” คำที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกถึงสุขภาพกายที่แข็งแรง มีชีวิตยืนยาว สามารถคืนความเป็นหนุ่มสาวให้กับเราอีกครั้ง หลายคนเสาะหายาอายุวัฒนะจากที่ต่าง ๆ ที่ไกลตัว แต่รู้ว่าหรือไม่ว่า ยาอายุวัฒนะ แท้ที่จริงไม่ได้อยู่ไหนไกลตัวเราเลย... งั้นมาดูกันดีกว่า 4 ยาอายุวัฒนะ ที่อยู่ใกล้ตัวเรา และไม่ต้องใช้เงินด้วย จะมีอะไรบ้าง

4 ยาอายุวัฒนะ ของดีใกล้ตัวไม่ต้องใช้เงิน มีอะไรบ้าง

1. น้ำ

น้ำถือเป็น 1 ในยาอายุวัฒนะที่สำคัญที่สุด โดยน้ำถือเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตของสรรพสัตว์ และพืชพรรณทั้งหลาย และรู้หรือไม่ว่า คนเรามีชีวิตอยู่โดยขาดน้ำได้ไม่เกิน 3 วัน! และร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า น้ำนี่แหละ คือฮีโร่ที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้ โดยปกติคนเราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว / วัน และควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น ไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรือน้ำที่ใส่น้ำแข็ง

โดยประโยชน์ของการดื่มน้ำนั้นมีมากมาย ดังนี้

  1. ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
  2. ทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง
  3. ช่วยให้ผิวนุ่มแลดูอ่อนเยาว์ลง ชะลอความแก่
  4. ช่วยย่อยอาหาร
  5. บรรเทา อาการท้องผูก
  6. บรรเทา อาการเจ็บคอ
  7. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลในร่างกาย
  8. น้ำช่วยให้สมองทำงานได้ไวและดียิ่งขึ้น
  9. ช่วยลดอาการปวดข้อต่าง ๆ และช่วยให้ข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไต
  11. ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีประสิทธิภาพ
  12. น้ำมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักตัว
  13. ช่วยลดอาการเครียด
  14. ช่วยกระตุ้นการนอนหลับ

ยาอายุวัฒนะ

ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี

1. การดื่มนั้นที่ถูกต้องนั้น ควรดื่มอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือวันละ 14 แก้ว หรือโดยเฉลี่ยแล้วควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับน้ำหนักตัวของคุณ เช่น ถ้าคุณมีน้ำหนัก 60 kg. ก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 10 แก้วนั่นเอง (กรณีนี้ให้นับรวมปริมาณอื่น ๆ ด้วย เช่น น้ำจากผักผลไม้ แกง และก๋วยเตี๋ยวต่าง ๆ)

2. น้ำที่ดื่มถ้าจะให้ดีต้องเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนมากหรือเย็นจัด

3. ควรดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนแปรงฟัน เพราะน้ำอุ่นจะช่วยในการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น ลำไส้ก็จะสะอาดมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

4. ในระหว่างวันควรดื่มน้ำ 1 แก้วทั้งก่อน และหลังมื้ออาหารทุก ๆ มื้อ และในระหว่างช่วงสาย บ่าย เย็น ก็ควรดื่มน้ำอีกครั้งละ 1 แก้ว

ข้อห้ามในการดื่มน้ำ

1. ไม่ควรดื่มรวดเดียวหลาย ๆ แก้ว อาจทำให้เกิดภาวะ "น้ำเป็นพิษได้"

2. ในระหว่างรับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำตลอดเวลา เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ทำให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่ดี

3. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นและน้ำอัดลม เพราะน้ำเย็นจะไปดึงความร้อนในร่างกายมาทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิเท่ากับร่างกายจึงจะดูดซึมได้ ทำให้ร่างกายเสียเวลาในการปรับสมดุล และสูญเสียพลังงาน

4. ช่วงที่มีประจำเดือนควรงดดื่มน้ำเย็น เพราะน้ำเย็นจะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น


2. การนอน

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ เพราะว่าการนอน คือ ช่วงเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และปรับสมดุลของสารเคมีต่าง ๆ รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่สมอง ได้ทำการเรียบเรียงข้อมูลต่าง ๆ ที่รับมาระหว่างวัน แล้วนำไปเรียบเรียงจัดเก็บให้เป็นหมวดหมู่ ทําให้คุณมีความจําที่ดี และเรียนรู้ได้ดีขึ้นด้วย

ยาอายุวัฒนะ

เคล็ดลับหลับสบาย กับ การนอนเพื่อสุขภาพ

- ควรตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน เพื่อให้วงจรการนอนหลับสมดุล และไม่ควรตื่นนอนหลัง 8 โมงเช้า เพราะนาฬิกาของร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการนอนของคุณนั้น สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกดิน

- พยายามจัดเวลาสำหรับการพักผ่อนก่อนนอน เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ให้สมองโล่งปลอดโปร่ง เช่น ฟังเพลงบรรเลงที่ช่วยปรับให้นอนหลับได้ดีขึ้น หรือ นั่งสมาธิ สวดมนต์ ให้จิตใจสบาย อ่านหนังสือที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย

- ไม่ควรรู้สึกกังวล หรือเครียดเกินไป หากเข้านอนแล้ว 30 นาทีแต่ยังไม่หลับ ให้ลุกขึ้นมาหากิจกรรมผ่อนคลายทำ จนกว่าจะรู้สึกง่วงนอน แล้วจึงกลับเข้าไปนอนอีกครั้ง

- อย่าวิตกกังวล แล้วดูนาฬิกาบ่อย ๆ เพราะเป็นการกดดันตัวเอง ทำให้เครียด และนอนไม่หลับในที่สุด

- เมื่อเอนตัวลงนอนแล้ว ให้หยุดคิดเรื่องที่เครียด ไม่สบายใจ ก่อนนอน อาจเขียนหรือจดบันทึก ถึงสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจลงไปบนกระดาษ การเขียนที่ชัดเจน จะทำให้สมองโล่งขึ้น และจิตใจจะสบายขึ้น

- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง

- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนก่อนเข้านอน อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือช็อกโกแลต

ยาอายุวัฒนะ

ผลเสียของการอดนอน ที่ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง คือ

  1. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง
  2. ระบบจัดเก็บความทรงจำ หรือระบบประสาท มีประสิทธิภาพลดลง
  3. รู้สึกเครียด มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย
  4. ระบบย่อยอาหารผิดปกติ
  5. อ้วนง่าย
  6. สูญเสียโอกาสที่ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน

3. การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และทำให้ร่างกายเราแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคที่ดีได้ และบุคคลตัวอย่างที่เราจะพึงเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของปวงชนชาวไทยนั่นเอง โดยในหลวง ร.๙ จะมีพระดำรัสถึงพสกนิกรชาวไทยถึงความสำคัญของการออกกำลังกายอยู่เสมอครั้ง ดังเช่น

“ ...ร่างกายของคนเรานั้นธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉย ๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะเจริญคล่องแคล่ว อดทน ยั่งยืน ถ้าไม่ใช้แรงเลย หรือไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญแข็งแรงไปไม่ได้ แต่จะค่อย ๆ หมดแรงลง และหมดสภาพไปก่อนเวลาอันควร

 

ดังนั้นผู้ที่ปกติมีการทำงานโดยไม่ใช้กำลัง หรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังให้พอเพียง ต่อความต้องการตามธรรมชาติเสมอทุกวัน มิฉะนั้นจะเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เขาจะใช้สติปัญญา ความสามารถของเขา ทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง และแก่ส่วนรวมได้น้อยเกินไป เพราะร่างกายอันกลับอ่อนแอลงนั้น จะไม่อำนวยโอกาสให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ... ”

พระราชดำรัสในโอกาสประชุมสัมมนาเรื่อง การออกกำลังเพื่อสุขภาพ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2523

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระราชดำรัสถึงความจำเป็น ความสำคัญ และหลักของการออกกำลังกายว่า

“ ... การออกกำลังกาย ถ้าทำน้อยไป ร่างกายและจิตใจก็จะเฉา แต่ถ้าทำมากไป ร่างกายและจิตใจก็จะช้ำ การออกกำลังแบบมีระบบ ทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา... ”

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า การออกำลังกายเป็นยาวิเศษ ถือเป็นสูตรเด็ดพิชิตโรคเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ต้องเสียเงินเลย และยังสามารถทำได้ที่บ้าน เช่น การทำความสะอาดบ้าน การเดิน การได้ขยับตัวอยู่บ่อย ๆ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายแล้ว ฉะนั้นจงอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และอายุที่ยืนยาว

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลด...

  • ลดการเสียชีวิตและความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหน้าอกซ้ำซ้อนได้ถึงร้อยละ 50
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 60
  • ลดการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงได้ถึงร้อยละ 40
  • ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้ร้อยละ 27
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 58
  • ช่วยให้การรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 มีประสิทธิภาพถึง 2 เท่า เทียบกับการได้รับอินซูลินแบบมาตรฐาน
  • ลดภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการบำบัดด้วยยาและพฤติกรรม
  • ผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้นมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับต่ำถึงร้อยละ 20 และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยกว่าถึงร้อยละ 33

4. การทำสมาธิ

คนทำงานมากมายต่างก็ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับความเครียด นอกจากจิตใจจะไม่เป็นสุขแล้ว บ่อยครั้งยังทำให้สุขภาพแย่ลงตามไปด้วย การทำ สมาธิ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยอดเยี่ยม! เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำจิตใจให้สงบ นอกจากนี้การทำสมาธิ ยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เพราะมีงานวิจัยในต่างประเทศได้พิสูจน์แล้วว่า การทำสมาธิ สามารถช่วยในการรักษาโรค ต่าง ๆ ได้ดีทีเดียว

ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการทำ สมาธิ

การทำ สมาธิ ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจแจ่มใส
เนื่องจากการทำสมาธิเป็นการช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนินในร่างกาย และกระตุ้นให้สมองยับยั้งการทำงานของสมองส่วนกลาง ที่ทำหน้าที่สร้างอารมณ์ด้านลบ คนที่ทำสมาธิเป็นประจำ จึงมีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์ที่มั่นคงกว่าคนที่ไม่ค่อยนั่งสมาธิ หรือไม่เคยนั่งสมาธิเลย

รู้สึกกระฉับกระเฉง ไม่อ่อนล้า
ขณะทำสมาธิ ระบบไหลเวียนโลหิต และการเผาผลาญอาหารในร่างกายจะทำงานดีขึ้น ทำให้สร้างพลังงานได้เต็มที่ มีเรี่ยวแรงกระฉับกระเฉง ไม่เหนื่อยง่าย มีอารมณ์แจ่มใส

สมองไบร์ทขึ้น
หลายงานวิจัยที่มีความเห็นตรงกันว่า การทำสมาธิติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ ส่งผลดีต่อสุขภาพสมอง ช่วยให้มีความจำที่ดีขึ้น สามารถจัดการกับอารมณ์ด้านลบได้ดีขึ้น ซึ่งอารมณ์ด้านลบเหล่านี้ คือสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพสมองให้ถดถอยลงเรื่อย ๆ

ช่วยลดความดันโลหิต
การทำสมาธิ สามารถช่วยให้ความดันโลหิตลดลงได้ หลาย ๆ โรงพยาบาลในต่างประเทศ เริ่มมีการปรับใช้การทำสมาธิรวมเข้ากับการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันสูง เพื่อช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ

ช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น
ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจของสุขภาพหัวใจ เพราะทุก ๆ ครั้งที่เรารู้สึกเครียด ความดันโลหิต ในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้น และทำให้สุขภาพหัวใจแย่ลงตามไปด้วย ผลการวิจัยของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกายังเผยด้วยว่า การทำสมาธิสามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายได้ และยังส่งผลโดยตรงต่อการลดความดันโลหิต ซึ่งช่วยให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักขึ้นนั่นเอง

ช่วยลดอาการวัยทอง
การทำสมาธิสามารถช่วยลดอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัยทองได้ เช่น ช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น มีอารมณ์ที่มั่นคงขึ้น และยังสามารถช่วยลดความเจ็บปวดกล้ามเนื้อ และข้อต่อได้อีกด้วย

ช่วยลดความเจ็บปวดของผู้ที่เจ็บป่วย
ผู้ป่วยจำนวนมากต้องพบกับความเจ็บปวดจากโรคของตนเอง มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งบ่งชี้ว่า การทำสมาธิสามารถช่วยลดความทรมานในผู้ที่ป่วยเป็นโรคลำไส้แปรปรวนได้ แม้ว่าจะไม่มากนักก็ตาม

วิธีทำสมาธิแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ฝึกใหม่

1. จับลมหายใจ เข้า – ออก หายใจเข้าให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกให้รู้ว่าหายใจออก

2. อย่าฝืนลมหายใจ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

3. ถ้ารู้สึกฟุ้งซ่าน เผลอไปคิดเรื่องอื่น ให้รู้ตัวเองแล้วดึงอารมณ์กลับมารู้ลมหายใจแบบข้อ 1 ใหม่

4. ควรทำสมาธิตอนตื่นนอนใหม่ ๆ เพราะร่างกายยังสดชื่นอยู่ ส่วนก่อนนอน ลองฝึกรู้ลมหายใจ จนหลับไป จะทำให้นอนหลับได้ลึก และผ่อนคลายได้ดีทีเดียว


นอกจาก 4 ยาอายุวัฒนะ ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว การรับประทานอาหารแต่พอควร ลดแป้ง น้ำตาล ของทอด ของมัน ทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างยอดเยี่ยมเลยนะ!

อ้างอิง
1. ประโยชน์ และวิธีดื่มน้ำ - http://www.kasemrad.co.thhttps://medthai.com/
2. การนอน - https://www.gedgoodlife.com/
3. การออกกำลังกาย - https://www.hsri.or.th
4. การทำสมาธิ - https://www.gedgoodlife.com

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่...

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ