อากาศร้อนชื้น ส่งผลกระทบสุขภาพอะไรบ้าง แล้วควรกินอะไรดี?

อากาศร้อนชื้น ในประเทศไทย คือ ช่วงที่อยู่ในฤดูฝน ประมาณพฤษภาคม ถึง ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งก่อนฝนตก จะมีอากาศร้อนอบอ้าว ถ้าเราไม่ป้องกันให้ดี ร่างกายก็จะอ่อนแอ ความร้อนชื้นจะเข้าไปสู่ร่างกาย ทำให้มีผลต่อสุขภาพได้

อากาศร้อนชื้น ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

สภาพอากาศร้อนชื้น เปรียบเสมือน "ผ้าเปียกห่อหุ้มหลอดไฟ" ทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทันและ สำหรับผู้ที่ทำงานกลางแดดนาน ๆ อาจเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ ตามปกติอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์เฉลี่ยอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส

เมื่อความร้อนชื้นเข้าไปสู่ร่างกาย ทำให้มีผลต่อ...

  • โรคหอบหืด และ ภูมิแพ้ เพราะ เชื้อโรค เชื้อรา จุลินทรีย์ ที่เรามองไม่เห็น เติบโตได้ดีในสภาพอากาศชื้น
  • ผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร เช่น ตับ ม้าม กระเพาะอาหาร เป็นต้น
  • ผิวหนังอักเสบ มีผื่นคัน โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ขาหนีบ เพราะ อากาศร้อนชื้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ต่อมเหงื่ออุดตันจนร่างกายไม่สามารถขับเหงื่อออกมาทางผิวหนังได้ตามปกติ
  • เกิดอาการผิดปกติของตับได้ อากาศร้อนชื้นทำให้ระบบการขับระบายของตับ และการขับน้ำดีผิดปกติ

อากาศร้อนชื้น

ควรทานอะไรดี เมื่อต้องเผชิญกับอากาศร้อนชื้น?

เมื่อภายในร่างกายร้อน เหงื่อออกง่าย เป็นร้อนใน ฝีอักเสบ เป็นต้น ควรกินอาหารฤทธิ์เย็น เพื่อลดความร้อน และบำรุงน้ำในร่างกาย โดยกินผัก และ ผลไม้ที่มีน้ำในตัว เช่น

  • ผัก : ผักกาดแก้ว แตงกวา ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ บรอกโคลี่ แครอตต้ม
  • ผลไม้ : แตงโม ส้ม ฝรั่ง มังคุด สาลี่ มะละกอ มะพร้าว สับปะรด

ในช่วงที่ฝนตกหนัก ๆ ร่างกายจะเย็น จึงควรทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน หรือ รสเผ็ดร้อน เพื่อระบายความชื้นออกจากร่างกาย ควรสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย อาหารที่ควรทาน ได้แก่ หมูผัดพริกไทยดำ ปลาผัดพริก ซุปร้อน ๆ น้ำต้มเก๋ากี้ เป็นต้น

อาหารต้องห้าม ไม่ควรกินเมื่ออากาศร้อนชื้น

อากาศร้อนชื้น

เมื่อร่างกายสะสมความร้อนชื้นอย่างต่อเนื่อง ควรงดกิน ของมัน ของหวานต่าง ๆ เหล้า แอลกอฮอล์ และควรปรับพฤติกรรม อย่านอนดึก หรือ กินอาหารมื้อดึก เป็นต้น

เคล็ดลับควรรู้ : การนำแท่งอบเชยมาแช่ในน้ำมันยูคาลิปตัส ตั้งไว้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น จะช่วยป้องกันไวรัสได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่เป็นหวัดบ่อยนะ

วิธีดูแลสุขภาพในหน้าฝน

ฤดูฝน เป็นฤดูที่เดี๋ยวก็ร้อนมาก เดี๋ยวก็ฝนตกหนักมาก (เอาใจยากจริง ๆ) เพราะฉะนั้น ควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสภาพต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ และเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรค ไข้หวัด และสำหรับผู้ที่เป็น โรคภูมิแพ้ ควรต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่น

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่นการเต้นแอโรบิค การเดินเร็ว ๆ วิ่งจ๊อคกิ้ง ขี่จักรยาน หรือการเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง  สัปดาห์ละ 5 วัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที
  • ต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ที่สำคัญ อย่าดื่มน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง งดการดื่มแอลกอฮอล์
  • การรับประทานอาหาร ควรเน้นการรับประทานผัก และ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ องุ่น สัปปะรด มะละกอ เป็นต้น เพราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • กินร้อน ช้อนกลาง ทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยเสมอ เพราะในหน้าฝน เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่ายมาก โอกาสเป็น ไข้หวัด ไอ จาม ท้องเสีย เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าฤดูอื่น ๆ
  • ไข้เลือดออก มักมากับหน้าฝน ให้ระวังยุงลายไว้ดี ๆ โดยเจ้าโรคอันตรายถึงตายได้!

ดังนั้น หากเราดูแลสุขภาพตน เองได้ตามข้อปฏิบัติดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้มีสุขภาพดีในช่วงหน้าฝนเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลต่อการมีสุขภาพดีในระยะยาวด้วย

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ