บอสถูกใจสิ่งนี้! “9 วิธีแก้ง่วง” ในที่ทำงาน

วิธีแก้ง่วง

เคยมั้ย นั่งทำงานอยู่ดีดี แล้วเกิดง่วงขึ้นมาจนหาวไม่หยุด หรือหนักเข้า ก็แทบจะเอาหัวโขกโต๊ะเลยทีเดียว หลายคนคงเคยง่วงนอนในที่ทำงานกันบ้างละ จนต้องหาสารพัด วิธีแก้ง่วง มาช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น และวันนี้ GedGoodLife ก็มีวิธีแก้ง่วง ในที่ทำงาน มาฝากชาวออฟฟิศ กัน

ทำไมเราถึงง่วงนอนในที่ทำงาน

การที่เราง่วงนอนใช่วงกลางวัน ซึ่งมักเป็นเวลาทำงานของคนส่วนใหญ่นั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น...

• นอนไม่เป็นเวลา ทำให้ปรับนาฬิการวน เมลาโทนิน สารก่อให้เกิดความง่วงที่ทำงานตามเวลากลางวันกลางคืน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้คุณนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนในเวลากลางวัน

• นอนหลับไม่เพียงพอ ความต้องการในการนอนหลับของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่เวลาโดยเฉลี่ยที่ร่างกายต้องการสำหรับการพักผ่อนอย่างเพียงพอต่อ 1 คืน คือราว 8 ชั่วโมงครึ่ง แต่บางคนอาจต้องการนอนมาก หรือน้อย หรือมากกว่านั้น จึงจะไม่ทำให้รู้สึกง่วง

• เป็นโรคที่เกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคลมหลับ และโรคนอนไม่หลับ ซึ่งทำให้มีปัญหาในการนอนหลับ และเกิดความง่วงระหว่างวันได้ง่าย

• โรคประจำตัวบางชนิด สามารถรบกวนการนอนหลับ จนส่งผลให้เกิดความง่วงในระหว่างวันได้ เช่น โรคหืด ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถรบกวนการนอนหลับในเวลากลางคืนได้ และทำให้เกิดความง่วงในระหว่างวัน

• เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง การบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพื่อแก้ง่วง อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้การนอนของคุณผิดปกติ และลดคุณภาพในการนอนหลับลงจนทำให้คุณง่วงนอนระหว่างวันได้

วิธีแก้ง่วง ในที่ทำงาน

ง่วงแต่นอนไม่ได้ หรือไม่ควรนอน เราจึงต้องใช้ วิธีแก้ง่วง เหล่านี้มาช่วยลดความอยากหลับลง

1. ลุกขึ้นเดินเปลี่ยนอิริยาบถ
การเดินสามารถเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น และลดอาการอ่อนล้าได้ ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเข้าสู่สมอง หลอดเลือดและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นการช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและสดชื่นขึ้น

2. ให้หูทำงานเพิ่มขึ้น
การฟังเพลงขณะทำงาน จะช่วยให้รู้สึกตื่นตัวมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มสมาธิได้อีกด้วย ลองพิจารณาดูสิว่า เพลงประเภทไหน หรือเพลงของศิลปินคนไหน ที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเพลงที่มีผลเช่นนี้ จะแตกต่างออกไปในแต่ละคน และแม้แต่ในคนเดียวกัน ก็อาจชอบเพลงต่างกัน ขึ้นอยู่กับงานที่กำลังทำงานอยู่ได้ด้วย

3. พักสายตาบ้าง
วิธีพักสายตาที่ดีที่สุด ก็คือการเดินไปที่หน้าต่าง และมองออกไปด้านนอกไกลๆ การละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้าง จะทำให้คุณลดปัญหาเรื่องอาการปวดศีรษะ ล้า และแสบตาน้อยลงได้ ดวงตาของคุณจะรู้สึกสบายขึ้น และการมองภาพวิวภายนอก จะทำให้คุณรู้สึกสบายตา และสบายใจขึ้นด้วย

4. ยกแขนขึ้นยืดเส้นยืดสาย
การนั่งติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันจะทำให้เกิดอาการปวดคอ จนอาจรู้สึกว่าคอแข็ง ขยับคอได้ลำบาก การยืดเส้นยืดสายร่างกายเสียบ้าง จะช่วยทำให้ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้ามากเกินไป โดยคุณอาจค่อย ๆ ยกไหล่ขึ้นลง เพื่อลดอาการไหล่แข็งเกร็ง ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงานของคุณเอง

5. ดื่มน้ำมาก ๆ
เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ จะทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลียและง่วงนอน การดื่มน้ำมาก ๆ และกินอาหารที่มีน้ำอยู่ในปริมาณมาก เช่น ผัก และผลไม้ จะช่วยลดความอ่อนเพลียเหล่านี้ลงได้

6. กินขนมขบเคี้ยว (ที่มีประโยชน์)
การกินอาหารมื้อใหญ่ อาจทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน การลดปริมาณอาหารของมื้อหลักให้น้อยลง และกินขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์มากขึ้น จะทำให้เกิดพลังงานในร่างกายอย่างเพียงพอ และไม่มีพลังงานส่วนเกินที่จะมาทำให้ง่วงนอน

7. เอาน้ำเย็นเข้าช่วย
เมื่อรู้สึกง่วง การใช้น้ำเย็นล้างหน้าและดื่มน้ำเย็น เป็นหนึ่งในวิธีการลบความง่วงงุนออกได้ที่ได้ผลดีที่สุด และคุณควรดื่มน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะจะทำให้ระดับออกซิเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น และยังทำให้สมองของคุณสดชื่น คิดเรื่องงานและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างฉับไวขึ้นด้วย

8. ปรับสภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อม หรือความสว่างในห้อง ก็มีผลต่อความง่วงของคุณเช่นกัน ในห้องที่มีแสงไฟสลัว จะทำให้คนรู้สึกง่วง และอ่อนเพลียได้ง่าย หากคุณไม่อยากเอะอะก็ง่วงนอนแล้วละก็ ปรับสภาพโต๊ะทำงาน หรือเพิ่มแสงในห้องทำงานของคุณให้สว่างขึ้นกว่าเดิมดีกว่านะ

9. งีบหลับแก้ง่วง
ถ้าง่วงมากนักก็หลับไปเลย การงีบหลับครั้งละ 5-25 นาที สามารถช่วยคลายง่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว แต่ต้องเลือกช่วงเวลาในการงับหลับให้ดี เช่น ช่วงพักเบรกหรือพักเที่ยง อย่าไปหลับในเวลางานให้โดนตำหนิเสียละ อ้อ และต้องทำให้แน่ใจด้วยว่า คุณจะตื่นขึ้นมาทันเวลาทำงานนะ

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ