gedgoodlife

“ปัสสาวะเล็ด” ปัญหาน่ารำคาญใจของสาว ๆ

  สาวๆ หลายคนอาจเคยมี หรือกำลังประสบปัญหา ปัสสาวะเล็ด ออกมาขณะไอ จาม หัวเราะ หรือเวลาขยับตัวลุกนั่งทำเอาเดือดร้อนทุกที แถมบางครั้งไปเข้าห้องน้ำก็ยังต้องรอคิวที่ห้องน้ำอีก! บางคนอาจเล็ดนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งก็ถือว่าแย่พอแล้ว แต่บางคนถึงขั้นต้องใส่แผ่นซับปัสสาวะกันเลยทีเดียว อาการปัสสาวะเล็ด นั้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่า อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่พยุงท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน ซึ่งเป็นได้จากสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดตัวช่วยพยุงท่อปัสสาวะ เมื่อไอหรือจามแล้วท่อปัสสาวะเปิด จึงทำให้ปัสสาวะเล็ด การคลอดบุตร อายุมาก อ้วน ไอเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปก็เป็นได้   วิธีรักษา ปัสสาวะเล็ด – ดื่มน้ำตามเวลา เพื่อการถ่ายปัสสาวะเป็นเวลา ซึ่งจะได้ผลกับผู้ที่มีอาการไม่มากนัก วิธีนี้สามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ได้ เช่น การใช้ยาจากแพทย์ร่วมด้วย จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น – ฝึกขมิบช่องคลอด การขมิบจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบช่องคลอดกระชับแข็งแรงขึ้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอนาน 3 – 6 เดือน หากหยุดฝึกก็มีโอกาสกลับไปเป็นซ้ำอีกได้ – ฉีดสารลดขนาดท่อปัสสาวะ โดยฉีดสารในการรักษาบางชนิดบริเวณด้านนอกท่อปัสสาวะ จะช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงจนถึงไม่เล็ดเลย “ปัสสาวะเล็ด” ปัญหาน่ารำคาญใจของสาว ๆ

6 อาการเตือนภูมิแพ้ฤดูฝน | Ged Good Life ชีวิตดีดี

  1. จามบ่อยหลังตื่นนอน 2. ตาบวม คันตา น้ำตาไหล 3. มีผื่นแดง คันตามร่างกาย 4. คัดจมูก น้ำมูกใส แต่ไม่มีไข้ 5. แน่นจมูก หายใจลำบาก 6. หอบหืดกำเริบ ไซนัสอักเสบ                       ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : gedgoodlife Nutroplex : nutroplexclub Twitter      : @gedgoodlife Line          : @gedgoodlife Youtube   : gedgoodlife ชีวิตดีดี TikTok    6 อาการเตือนภูมิแพ้ฤดูฝน | Ged Good Life ชีวิตดีดี

กินมื้อดึก ระวังปัญหาสุขภาพให้ดี! พร้อมอาหารที่ควรเลี่ยง และ ควรเลือกกินยามดึก

  มื้อดึก เป็นมื้อที่หลายคนพลาดไม่ได้ ต้องกินทุกวัน แต่รู้หรือไม่ว่า เราไม่ควรรับประทานอาหารก่อนเข้านอนเป็นเวลา 4 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันน้ำหนักส่วนเกิน และโรคต่าง ๆ เช่น กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ เป็นต้น งั้นมาดูกันว่า กินมื้อดึก ส่งผลกระทบสุขภาพยังไงบ้าง แล้วถ้าหิวยามดึกขึ้นมา ควรกินอะไรดี ไม่ให้ทำลายสุขภาพจนเกินไป!   กินมื้อดึก อาจเป็นสัญญาญโรค ดังต่อไปนี้ 1. ละเมอกิน กินในเวลาที่ไม่ควรกิน ละเมอกินตอนนอน ห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อกินบ่อย และหนักเข้าจะกลายเป็นโรคติดกินดึก (Night eating syndrome) บางรายถึงขั้นต้องลงมาค้นของในตู้เย็นกลางดึกบ่อย ๆ ห้ามตัวเองไม่ได้ มีความอยากอาหารตอนดึกสูงมาก พอกินไปแล้วก็จะรู้สึกผิดซ้ำซ้อน และไม่ยอมกินตอนเช้า แคลอรี่ที่กินไปจะอยู่ที่มื้อดึก 2. นอนไม่หลับ ป่วยใจ แบกความเครียด กระเพาะอาหารทำงานย่อยในตอนกลางคืน กระเพาะจะบีบตัวเพื่อจัดการกับอาหารนั้น ทำให้อึดอัด นอนไม่หลับ 3. โรคอ้วน หากกินอาหารที่ให้ “พลังงานสูง” แต่ กินมื้อดึก ระวังปัญหาสุขภาพให้ดี! พร้อมอาหารที่ควรเลี่ยง และ ควรเลือกกินยามดึก

อาการปวดท้องแบบไหน ที่ควรรีบพบแพทย์!

  1. ปวดท้องนานเกิน 6 ชั่วโมง และมีไข้ร่วมด้วย! (มีไข้เรื้อรัง 37.5 – 38 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา) 2. ปวดท้องจนกินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ! 3. ปวดท้องร่วมกับอาเจียนหนัก มากกว่า 3-4 ครั้ง (อาจมีอาเจียนเป็นเลือดได้) 4. ปวดท้องมากขึ้นเมื่อขยับตัว 5. ปวดร่วมกับเลือดออกมาจากช่องคลอด 6. ปวดบริเวณท้องน้อยฝั่งขวา (เป็นตำแหน่ง ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก) อ่านเพิ่มเติม -> 6 อาการปวดท้อง ที่ต้องรีบพบแพทย์ พร้อมชี้! สาเหตุ และวิธีป้องกัน ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook อาการปวดท้องแบบไหน ที่ควรรีบพบแพทย์!

6 สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน ต้อนรับปีใหม่!

  ช่วงใกล้สิ้นปี เข้าสู่ปีใหม่แบบนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการพบปะสังสรรค์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายพบลูกค้าเพื่อสวัสดีปีใหม่ งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงฉลองปีใหม่ทั้งแบบส่วนตัวในหมู่เพื่อน ๆ และงานของบริษัท ต่างก็มาสุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้เอง สาว ๆ ส่วนใหญ่จึงต้องแต่งตัวสวยกันบ่อยเป็นพิเศษ แน่นอนว่า พื้นฐานของความสวยนั้นมาจากรูปร่างที่ดี วันนี้เราจึงขอแนะนำ 6 สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน ที่ช่วยให้คุณผอมสวยรับปีใหม่แบบง่าย ๆ แต่ไม่ทำลายสุขภาพมาฝากกัน!   6 สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 1. ดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น! คนเราทุกวันนี้อ้วนขึ้น เพราะบริโภคน้ำหวานกันเกินความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำปั่นเมนูดังต่าง ๆ ตามโลกโซเชี่ยล หรือเมนูยอดฮิตอย่าง ชาเชียว ที่มีให้เลือกซื้อทุกมุมถนน โดยเมนูเหล่านี้ ล้วนแต่ให้พลังงานสูงไม่ต่ำกว่า 2-300 แคลลอรี่ทั้งนั้น การตัดเครื่องดื่มพวกนี้ออกจากชีวิตของคุณในช่วงลดน้ำหนักเร่งด่วนนี้ แล้วดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว แต่ถ้าการดื่มน้ำเปล่ามันน่าเบื่อเกินไป คุณก็สามารถหยดน้ำมะนาว หรือใส่ใบมินต์เติมลงไปเพื่อเพิ่มความสดชื่อได้ 2. ดื่มกาแฟดำก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง แน่นอนว่าต้องเป็นกาแฟดำ หรืออย่างน้อยก็เป็นกาแฟที่แคลอรี่ต่ำไร้ไซรัป คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร ทั้งนี้ ไขมันจะถูกนำออกมาใช้ต่อเมื่อมีการออกกำลังกายต่อเนื่องนานเกินครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป 3. นอนหลับนานขึ้นคืนละ 30 นาที ไม่ว่าคุณจะนอนวันละกี่ชั่วโมงก็ตาม เวลา 6 สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน ต้อนรับปีใหม่!

มีเสมหะเยอะ ต้องลองนี่เลย! 6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น

  1. กระเทียม (Garlic) 2. ขิง (Ginger) 3. พริก (Chili pepper) 4. น้ำผึ้งมะนาว (Honey lemon) 5. สับปะรด (Pineapple) 6. หัวหอม (Onion) อ่านเพิ่มเติม -> 6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น บรรเทาไอ ที่แพทย์แนะนำ!   ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่                       ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook มีเสมหะเยอะ ต้องลองนี่เลย! 6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น

3 ข้อสงสัยยอดฮิตในหน้าฝน ที่คนมักเข้าใจกันผิดๆ!

  3 ข้อสงสัยยอดฮิตในหน้าฝน ที่คนมักเข้าใจกันผิดๆ! 1. ตากฝนทำให้เป็นหวัด? การตากฝนไม่ทำให้เป็นหวัด แต่เชื้อไวรัสที่มากับฝน คือตัวการทำให้เป็นหวัด 2. กินยาดักเมื่อโดนฝน? ไม่ควร! และอาจอันตรายต่อสุขภาพได้ ควรกินยาบรรเทาหวัด ลดไข้ เมื่อมีอาการแล้ว 3. กินยาปฏิชีวนะ รักษาหวัด? ไม่ควรกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาไข้หวัด! เพราะไข้หวัดส่วนใหญ่แล้วเกิดจากเชื้อไวรัส ควรกินยาบรรเทาหวัด ลดไข้ ดีกว่า 4 วิธีรับมือกับหน้าฝน เพื่อสุขภาพดีดีห่างไกลหวัด และโรคร้าย 1. ไม่ตากฝน หรือลุยน้ำท่วม 2. พกร่ม และเสื้อกันฝน 3. ระวัง! อย่าให้โดนยุงกัด 4. กินยาบรรเทาหวัด ลดไข้ เมื่อมีอาการ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

7 วิธี รับมือ “แห้ง แตก ลอก” ปัญหาผิวสุดฮิตในหน้าหนาว

  อากาศหนาวแม้จะดีต่อใจ แต่ไม่ดีต่อผิวของคุณเลย เมื่อลมหนาวมาเยือน ความชื้นในอากาศก็จะลดลงไปด้วย ทำให้ผิวของคุณ แห้ง แตก ลอก และหากไม่มีการดูแลที่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ ปัญหาผิว หน้าหนาวเหล่านี้ แม้ว่าการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จะช่วยได้ แต่หากคุณต้องการให้ผิวของคุณดูเนียนนุ่มเปล่งปลั่งด้วยแล้วละก็ ยังมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่านั้นอีก   7 วิธี รับมือ “แห้ง แตก ลอก” ปัญหาผิวสุดฮิตในหน้าหนาว 1. อย่าอาบน้ำร้อน การอาบน้ำร้อน ในวันที่อากาศหนาวนั้นให้ความรู้สึกที่ดีมาก แต่มันก็เป็นการชำระล้างน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติของคุณออกไปด้วย ใช้น้ำอุ่นนิด ๆ ก็พอแล้ว 2. ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ หลังอาบน้ำเสร็จควรทาเบบี้ออยล์ก่อน แล้วลูบให้ทั่วตัวยกเว้นหน้า จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง แล้วชโลมครีมทาผิวให้ทั่วทั้งตัว วิธีนี้จะทำให้รู้สึกสดชื่นที่ผิวมาก และยังสร้างความชุ่มชื้นได้ดีมากเช่นกัน 3. เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับผิวของคุณ ราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญ และแบรนด์ชื่อดังก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีที่สุดสำหรับผิวคุณเสมอไป เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผิวของคุณตอบสนองได้ดีที่สุดจะดีกว่า โดย 4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวมากขึ้นไปอีก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณใช้ได้ดีในฤดูอื่น อาจไม่ชุ่มชื้นเพียงพอในฤดูหนาว เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมวัตถุดิบจากธรรมชาติ และให้เลือกแบบผสมน้ำมันแทนแบบผสมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวยิ่งขึ้นไปอีก แต่ต้องเลือกอย่างระมัดระวังด้วยนะ 7 วิธี รับมือ “แห้ง แตก ลอก” ปัญหาผิวสุดฮิตในหน้าหนาว

เมื่อมีอาการ “ภูมิแพ้กำเริบหน้าฝน” ควรดูแลตัวเองยังไงดี?

  อาการภูมิแพ้กำเริบในหน้าฝน จามบ่อยเมื่อฝนตก คัดแน่นจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา น้ำตาไหล มีผื่นคันตามผิวหนัง อาจมีโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคไซนัส นอนกรน เป็นต้น วิธีดูแล – รักษาอาการภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงการตากฝน และสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ ไม่เปิดแอร์เย็นจนเกินไป กินยาแก้แพ้ ที่มีตัวยาลอราทาดีน ไม่ทำให้ง่วงนอน (หรือง่วงน้อยในผู้ป่วยบางราย) อ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิแพ้ในหน้าฝน คลิก! ระวัง! เชื้อราหน้าฝน ทำป่วยภูมิแพ้และโรคผิวหนังได้ พร้อมแนะ! เคล็ดลับกำจัดเชื้อราในบ้าน เผย! 10 เคล็ดลับห่างไกลภูมิแพ้ในหน้าฝน 4 อาการแพ้ที่มักมากับสายฝน พร้อมวิธีการดูแลแบบผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ เมื่อมีอาการ “ภูมิแพ้กำเริบหน้าฝน” ควรดูแลตัวเองยังไงดี?

“โรคไอกรน” โรคที่พ่อแม่ต้องรู้ อันตรายถึงชีวิตลูกน้อย!

  โรคไอกรน (Pertussis , whooping cough) ชื่อโรคที่ฟังดูเหมือนอาการนอนหลับธรรมดานี้ แท้จริงแล้วเป็นโรคที่มีความเสี่ยงและอันตรายเป็นที่สุด โดยเฉพาะในเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 7 ปี ซึ่งหากรักษาไม่ทันหรือเกิดโรคแทรกซ้อน อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ทีเดียว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม วันนี้เราจึงได้นำลักษณะอาการและการป้องกันโรคไอกรน เบื้องต้นมาฝากกัน ไอกรน คือโรคอะไร? ไอกรน คือ โรคที่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เยื้อบุทางเดินหายใจอักเสบ และเกิดอาการไอ สามารถติดต่อได้ทาง การหายใจ น้ำมูก และน้ำลาย ลักษณะของโรคนั้นแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ • ระยะน้ำมูกไหล อาการแรกเริ่มคล้ายกับโรคหวัด คือ มีน้ำมูกไหล จาม เบื่ออาหาร อาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย ระยะนี้จะกินเวลา 10-14 วัน • ระยะไอติดต่อกันเป็นพัก ๆ เป็นระยะที่ต่อเนื่องจากน้ำมูกไหล คือ มีการไอถี่ ๆ ประมาณ 5-15 ครั้ง ต่อเนื่องกันเป็นชุด จนผู้ป่วยหายใจเข้าไม่ทัน จึงตามมาด้วยการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดัง “วี๊ด” ซึ่งหากเกิดในเด็กเล็กอาจหายใจไม่ทันจนเกิดอาการหน้าเขียวได้ ในระยะนี้กินเวลาประมาณ 10-14 “โรคไอกรน” โรคที่พ่อแม่ต้องรู้ อันตรายถึงชีวิตลูกน้อย!

เช็กอาการ! ผู้ป่วยโควิด 3 สี เขียว เหลือง แดง แตกต่างกันยังไงบ้าง?

  ผู้ป่วยสีเขียว อุณหภูมิ 37.5 องศาขึ้นไป เจ็บคอ ไม่ได้กลิ่น-ไม่รู้รส ไอ มีน้ำมูก มีผื่น ถ่ายเหลว ตาแดง ผู้ป่วยสีเหลือง แน่นหน้าอก เวียนหัว อ่อนเพลีย หายใจลำบาก ไอแล้วเหนื่อย ปอดอักเสบ ถ่ายเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า อาการแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว ผู้ป่วยสีแดง หอบเหนื่อยหนัก แน่นหน้าอก หายใจเจ็บ อ่อนเพลีย ตอบสนองช้า ไม่รู้สึกตัว อ้างอิง : กรมควบคุมโรค #อินโฟกราฟิก #อินโฟกราฟิกเพื่อสุขภาพ #อินโฟกราฟิกโควิด #อินโฟโควิด #อินโฟสุขภาพ #อินโฟกราฟิกไข้หวัด #อินโฟ #infographic #healthinfographic ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น เช็กอาการ! ผู้ป่วยโควิด 3 สี เขียว เหลือง แดง แตกต่างกันยังไงบ้าง?

555 หัวเราะลั่น ๆ ช่วยล้างโรค เคล็ดลับสร้างภูมิคุ้ม I GED good life

  จากคำกล่าวที่ว่า “หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส” คงไม่ใช่แค่คำโม้ซะแล้ว เพราะ การหัวเราะนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกายและใจ ถ้าไม่อยากป่วยละก็ ต้องหันมา หัวเราะ ให้บ่อยขึ้นแล้วล่ะ หัวเราะ ยาอายุวัฒนะที่ถูกที่สุดในโลก นอกจากเสียงหัวเราะจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นแล้ว การหัวเรายังช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ด้วย ถือเป็นวิธีดูแลทั้งร่างกาย และจิตใจที่ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่คุณหัวเราะร่างกายทุกส่วนก็จะทำงานดีขึ้น อย่างที่ยาตัวไหนในโลกก็ให้คุณไม่ได้   • สมอง ฮอร์โมนแห่งความสุขอย่างเอ็นดอร์ฟิน ที่ร่างกายปล่อยออกมาเมื่อคุณหัวเราะเป็น ‘เพชฌฆาตความเจ็บปวด’ ซึ่งส่งผลให้คุณอารมณ์ดี และสมองก็จะถูกกระตุ้นให้มองโลกในแง่ดี คิดอะไรในเชิงบวกและสร้างสรรค์ จึงทำให้ความเครียด ไมเกรน หรือโรคซึมเศร้าหายไป แถมความทรงจำยังดีขึ้นด้วย • การหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ระหว่างที่หัวเราะ ร่างกายจะมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหายใจออก จึงทำให้เราห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ นอกจากนี้ เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น อาการปวดหัว เวียนหัว เหนื่อยง่าย และใจสั่นก็จะกลายเป็นเรื่องไกลตัว • ระบบย่อยและขับถ่าย เวลาหัวเราะ อวัยวะในช่องท้องอย่างลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ตับ ไต ไส้ กระเพาะ จะมีการเคลื่อนไหว จึงทำให้การย่อยอาหารและการขับถ่ายดีขึ้น จึงช่วยป้องกันโรคอ้วน บูลิเมีย ท้องผูก เบื่ออาหาร แถมยังเป็นการกระชับหน้าท้องไปในตัวด้วย 555 หัวเราะลั่น ๆ ช่วยล้างโรค เคล็ดลับสร้างภูมิคุ้ม I GED good life

ฤดูหนาวเข้ามาเยือน แพทย์เตือนต้องระวังโรค… ไข้หวัดใหญ่

  ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) อาการเจ็บป่วยที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย และเป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงอากาศหนาว เพราะเป็นช่วงที่ไวรัสเติบโตได้ดีที่สุด อาการโดยทั่วไปอาจจะคล้าย ๆ กับไข้หวัดธรรมดา แต่ขอบอกเลยว่าไข้หวัดใหญ่นั้นร้ายกว่ามาก สังเกตได้จากอาการที่มักเกิดขึ้นทันทีทันใด ต่างจากไข้หวัดธรรมดามักจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป อาการสำคัญของไข้หวัดใหญ่ผู้ป่วยมักมีไข้สูงติดกันหลายวันโดยเฉพาะในเด็กจะมีไข้สูงลอยเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 3-4 วัน เรียกว่าพอถึงช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด ทีมแพทย์กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมรับมือ และให้คำแนะนำกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้นมาเรียนรู้ถึงอาการป่วย การดูแลตัวเอง เพื่อให้ปลอดภัยจาก โรคไข้หวัดใหญ่ กันดีกว่า สาเหตุของ โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจ มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาด้วย การติดต่อของไข้หวัดใหญ่ เชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายโดยทางเดินหายใจ วิธีการติดต่อได้แก่ ติดต่อโดยการไอหรือจาม เชื้อจะเข้าทางเยื่อบุตา และปาก สัมผัสเสมหะของผู้ป่วยทางแก้วน้ำ ผ้า จูบ สัมผัสทางมือที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ระยะติดต่อหมายถึงระยะเวลาที่เชื้อสามารถติดต่อไปยังผู้อื่น ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วัน ก่อนเกิดอาการ ห้าวันหลังจากมีอาการ ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้นาน 10 วัน การวินิจฉัยและการรักษา การป้องกันไข้หวัด ฤดูหนาวเข้ามาเยือน แพทย์เตือนต้องระวังโรค… ไข้หวัดใหญ่

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้น เมื่อติดโควิด-19 โดยกรมอนามัย

  ไข้ขึ้นสูง (มากกว่า 37.5 °C) – พักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน – ดื่มน้ำมาก ๆ แนะนำว่าควรดื่มน้ำเรื่อย ๆ เมื่อสังเกต สีของปัสสาวะ จะเป็นสีเหลืองอ่อน – กินยาพาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมง ครั้งละ 1 เม็ด – เช็ดตัวบริเวณคอ หรือข้อพับต่าง ๆ เพื่อลดความร้อน อาการไอ – หลีกเลี่ยงการนอนราบ ให้นอนตะแคง หรือนอนหมอนสูง – กินยาแก้ไอ หรือยาอมบรรเทาอาการไอ – จิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น (ห้ามให้กับเด็ก อายุต่ำกว่า 12 เดือนเด็ดขาด) ท้องเสีย อาเจียน – งดอาหารประเภทนม โยเกิร์ต ผลไม้สด และอาหาร ย่อยยาก – ชงเกลือแร่ ORS วิธีดูแลตนเองเบื้องต้น เมื่อติดโควิด-19 โดยกรมอนามัย

“มะเร็งเต้านม” เรื่องสำคัญสุดๆ! ที่ผู้หญิงทุกคนควรใส่ใจ

  มะเร็งเต้านม (Breast cancer) หนึ่งในโรคร้ายที่พบมากในผู้หญิง โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก คือ ผู้หญิงช่วงอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป แต่ถึงแม้ว่าอายุจะยังไม่อยู่ในช่วงวัยที่มีความเสี่ยง ผู้หญิงทุกคนก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องของมะเร็งร้ายนี้ไป และวันนี้เราจึงได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่ผู้หญิงควรเอาใจใส่มาฝากกัน มะเร็งเต้านมคืออะไร? เป็นโรคมะเร็งที่พัฒนาจากเนื้อเยื่อเต้านม อาจมีอาการแสดง ได้แก่ มีก้อนในเต้านม มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของเต้านม ผิวหนังมีรอยบุ๋ม มีสารน้ำไหลจากหัวนม หรือมีปื้นผิวหนังมีเกล็ดแดง ในผู้ที่มีการแพร่ของโรคไปไกล อาจมีปวดกระดูก ปุ่มน้ำเหลืองโต หายใจลำบาก มะเร็งเต้านมทั่วโลกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิง โดยคิดเป็น 25% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด ในปี 2555 โรคนี้มีผู้ป่วย 1.68 ล้านคน และผู้เสียชีวิต 522,000 คน พบมากกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว และพบในหญิงมากกว่าชาย 100 เท่า ใครบ้างเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม? ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้ และผู้ชายเองก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าปกติ ได้แก่ ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี คนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือเคยมีประวัติได้รับการผ่าตัดเต้านม และมีชิ้นเนื้อผิดปกติ ผู้ที่มีเต้านมใหญ่ “มะเร็งเต้านม” เรื่องสำคัญสุดๆ! ที่ผู้หญิงทุกคนควรใส่ใจ

4 ท่านอน เมื่อป่วยโควิด-19 แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหายใจลำบาก ออกซิเจนตก เหนื่อย-หอบ ง่าย จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนท่านอนใหม่ ด้วย “4 ท่านอน เมื่อป่วยโควิด-19” เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น และงดนอนหงายไปก่อนในขณะที่ยังหายใจลำบากอยู่ แต่สำหรับผู้ป่วยโควิด ที่สามารถหายใจได้ปกติ ไม่เหนื่อย ไม่หอบ ออกซิเจนยังปกติ (มากกว่า 95 ขึ้นไป) ก็สามารถนอนหงาย หรือนอนท่าปกติที่เคยนอนอยู่ประจำได้เลย พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความรู้เรื่อง การนอนเมื่อป่วยโควิด-19 ไว้ดังนี้ … การนอนคว่ำทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น เนื่องจากเนื้อปอดมีการขยายตัวขึ้น และหัวใจตกไปอยู่ด้านล่างของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ถุงลมขยายตัวได้เต็มที่ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องออกซิเจนต่ำ และเกิดอาการปอดอักเสบทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตามหากเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย และออกซิเจนไม่ต่ำ ยังสามารถนอนท่าที่ถนัดได้ตามปกติ หากเป็นผู้ติดเชื้อด้วยโรคโควิด-19 จะเกิดการอักเสบของปอดทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน เพราะฉะนั้นการนอนคว่ำจะเป็นกระบวนการที่ดีที่สุด แต่หากบางคนเกิดอาการปอดอักเสบข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งพบได้น้อย แพทย์จะแนะนำให้นอนตะแคงในข้างที่ไม่ได้เกิดการอักเสบของปอด การนอนคว่ำจะเกิดประโยชน์ในกรณีที่ออกซิเจนต่ำ โดยคนปกติจะมีออกซิเจนจะอยู่ที่ 98-100 ถ้าออกซิเจนต่ำกว่านั้น การนอนคว่ำจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น และช่วยลดภาวะอาการเหนื่อยหอบได้ ผู้ป่วยโควิด-19 ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่เหมาะสม 4 ท่านอน เมื่อป่วยโควิด-19 แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

Save