6 อาหารต้องห้าม-ต้องกิน เมื่อมีอาการ ปวดประจำเดือน

ปวดประจำเดือน

ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ความทรมานรายเดือนที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ ใครโชคดีหน่อยก็ปวดน้อย แค่ให้พอรู้สึก แต่สำหรับคนที่ปวดมาก ปวดระดับรุนแรงนั้น ก็แทบจะลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้นเลยทีเดียว อาหารที่คุณกินเข้าไป ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลได้ว่า คุณจะ ปวดท้องประจำเดือน มากขึ้นหรือน้อยลง มาดูกันดีกว่า อาหารชนิดใดที่กินแล้วช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ และอะไร ที่กินแล้วทำให้ปวดท้องมากขึ้นกว่าเดิม!

ประจำเดือน (Menstruation หรือ Period) คืออะไร?

มาเกริ่นกันก่อนเข้าเรื่องอาหาร... ภาวะประจำเดือน คือ ภาวะที่เนื้อเยื่อภายในมดลูกหลุดลอกออกมาพร้อมกับเลือดบางส่วน เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง (โดยเป็นผลมาจากการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ในทุก ๆ รอบเดือนของร่างกาย เมื่อไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ร่างกายจึงปรับสภาพกลับเข้าสู่ภาวะปกติ) ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นทุกเดือน จึงถูกเรียกว่า ประจำเดือนนั่นเอง

อ่านบทความ อาการปวดท้องน้อย ที่นี่

อ่านบทความ ปวดท้องแบบไหนต้องรีบหาหมอด่วน ที่นี่

"อาหารต้องห้าม" เมื่อมีอาการ ปวดประจำเดือน

ปวดประจำเดือน

1. เนื้อสัตว์ติดมัน

ไขมัน เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน การทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ติดมัน อาจทำให้อาการปวดท้องของคุณรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ นอกจากนี้ อาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง อย่างเช่น เนย หรือกะทิ ก็กระตุ้นให้อาการ ปวดท้อง กำเริบ ได้เช่นกัน ช่วงก่อน หรือช่วงมีประจำเดือน จึงควรงดทานอาหารประเภทนี้ไปก่อน

2. กาแฟ และเครื่องดื่มคาเฟอีนต่าง ๆ

คาเฟอีน ที่พบได้มากใน ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม เป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น และยังทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ทำให้อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น รู้สึกหงุดหงิด โมโหง่าย กระวนกระวายใจ ดังนั้น ช่วงที่มีประจำเดือน จึงควรงดเครื่องดื่มคาเฟอีนทุกชนิด หรือหากจำเป็น ก็ควรดื่มให้น้อยที่สุด หรือเจือจางให้มากที่สุด

3. ไอศกรีม และของหวาน

ถึงแม้ว่า ช่วงมีประจำเดือน คุณอาจจะรู้สึกอยากทานของหวานมาก แต่น้ำตาล ก็จะทำให้อาการปวดท้องย่ำแย่ลงกว่าเดิมได้ ยิ่งเป็นไอศกรีมด้วยแล้ว ก็ลืมไปได้เลย เพราะนอกจากจะมีน้ำตาลแล้ว ไอศกรีมยังเต็มไปด้วยไขมันจากนมอีกด้วย แต่หากรู้สึกอยากทานของหวานจริง ๆ ให้เลือกทานของหวานจากผลไม้จะดีกว่า

"อาหารต้องกิน" เมื่อมี ประจำเดือน

ปวดประจำเดือน

1. น้ำเต้าหู้

ในน้ำเต้าหู้ มีฮอร์โมนเพศหญิง ที่สามารถบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และช่วยลดการเกิดอาการ ปวดประจำเดือน ได้เป็นอย่างดี หากต้องการให้เกิดผลดีที่สุด ควรกินก่อนประจำเดือนมาประมาณ 1 สัปดาห์

2. ผักผลไม้

ผักผลไม้ที่มีกากใยสูง มีส่วนช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะนอกจากกากใยในผักผลไม้ จะทำหน้าที่ดักจับฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกิน และกำจัดทิ้งไป ทำให้มดลูกไม่หดตัวมากเกินไปแล้ว ผักผลไม้ที่มีแมกนีเซียม และวิตามินซีสูง ยังช่วยบรรเทาอาการปวดเกร็งท้องได้ดีด้วย หรืออาจกินสมุนไพรอย่าง ตังกุย ที่มีสรรพคุณในการช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดลดการบีบตัว และลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูกได้เช่นกัน

ควรระวัง: ถั่วเหลือง และ สับปะรด มีสารที่กระตุ้นฮอร์โมนที่ให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และ เหมาะสำหรับทานช่วงก่อนเป็นประจำเดือน จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ สำหรับผู้ที่ประจำเดือนมากระปริบกระปรอย หรือผู้ที่มีอาการปวดท้อง จากประจำเดือนมาน้อย ก็สามารถทานเพื่อกระตุ้นให้ประจำเดือนมามากขึ้นได้

3. ปลาทะเลน้ำลึก

ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลากระพง ปลาทู ปลาแซลมอน  เป็นต้น เป็นปลาที่อุดมไปด้วยกรด EPA และ DHA ที่มีคุณสมบัติการในการ ช่วยลดอาการปวดเกร็งในช่องท้องได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และยังช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงได้

4. ขิง

ขิง เป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการปวด และอาการต่าง ๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยดีในช่วงที่มีประจำเดือน แถมยังช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ในวันแดงเดือดอีกด้วย

แม้ว่า อาการปวดประจำเดือน แทบจะเป็นสิ่งที่มาคู่กับผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ทุกคน แต่ช่วงที่มีประจำเดือน ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ทั้งอึดอัด และทรมานร่างกาย และจิตใจสำหรับผู้หญิงไม่น้อยเลย นอกจาก ใช้อาหารเป็นตัวช่วยแล้ว การใช้ ยาแก้ปวดท้อง เพื่อระงับอาการปวด ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่สาว ๆ มักทำกัน

Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ