อาการแพ้ท้อง ต้องกินอะไร ดูแลตัวเองแบบไหนดี?

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง (Morning sickness) เป็นอาการที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับแม่ท้องทุกคน แม่ท้องบางคนอาจจะแค่อยากกินของแปลก ๆ แต่หลายคนก็มีอาการแพ้ท้องรุนแรง กินอะไรไม่ได้ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เหม็นกลิ่นต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำหอม หรือบางคนโดนล้อว่า เหม็นกลิ่นผัวด้วย

รู้หรือไม่ การเกิดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนเกิดขึ้นได้ถึง 90% ของหญิงตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 8-9 สัปดาห์แรก จนถึง 12 สัปดาห์ แล้วก็จะค่อย ๆ ลดลง

อาการแพ้ท้อง มีอาการอย่างไรได้บ้าง?

  • เวียนหัว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • กินอาหารไม่ได้
  • จมูกรับกลิ่นไว
  • ซึมเศร้า
  • กระหายน้ำ
  • เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

อาการแพ้ท้อง เกิดจากอะไร?

อาการคลื่นไส้อาเจียนระหว่างตั้งครรภ์ (Morning sickness) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า แพ้ท้อง ยังไม่สามารถบอกสาเหตุได้ชัดเจน เป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่มีทฤษฎีมาอธิบายระบุได้ชัดเจน อาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้

  • กลไกป้องกันตนเองของตัวอ่อนให้ปลอดภัยจากอาหาร สารเคมีบางประเภท หรือเชื้อโรคบางอย่าง
  • การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
  • การติดเชื้อโรคบางชนิด
  • การทำงานต่าง ๆ ในร่างกายผิดปกติ เช่น ระบบย่อยของกระเพาะอาหาร ลำไส้ผิดปกติ
  • การทำงานของตับผิดปกติ
  • ระบบการรับกลิ่นที่ไวเกิน
  • การควบคุมการทรงตัวผิดปกติ

รวมทิปส์เด็ดๆ และ วิธีแก้แพ้ท้อง?

- ตื่นนอน ๆ อย่าเพิ่งรีบลุกเร็ว เนื่องจากการควบคุมการทรงตัวอาจจะทำงานผิดปกติ เวลาลุกเร็ว ๆ อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ได้ โดยเฉพาะเช้า ๆ หลังตื่นนอน ค่อย ๆ ลุกขึ้นให้ความดันโลหิตค่อย ๆ ปรับตัว เลือดไม่สูบฉีดเร็วเกินไปด้วย

- กินอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อย ๆ ถ้าอาการแพ้ท้องไม่หนักมาก อาจจะลองปรับการกินเป็นกินอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่แบ่งกินหลาย ๆ มื้อแทน

- เลี่ยงอาหารมัน ๆ มีกลิ่นฉุน พยายามเลี่ยงอาหารที่ไขมันสูง ทอด ๆ มัน ๆ อาหารมีกลิ่นฉุน ที่ทำให้เวียนหัว คลื่นไส้

- กินอาหารรสเปรี้ยว หรือ เค็ม อาหารที่มีรสเค็ม หรือ เปรี้ยวช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ ถ้ามีอาการแพ้ท้อง กินอาหารไม่ได้ ลองกินขนมบิสกิต แครกเกอร์เค็ม ๆ กรอบ ๆ หรือ ผลไม้ น้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม มะขาม

- “ขิง” ช่วยแก้แพ้ท้อง ขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และช่วยขับลมได้ จะกินแบบชงเป็นเครื่องดื่ม หรือ ผสมในอาหารก็ได้

- กินอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง วิตามินบี 6 ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ มีมากในอาหาร เช่น ถั่วชนิดต่าง ๆ และ ข้าวโพด

- ดื่มน้ำเย็น การดื่มน้ำจะช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ดื่มน้ำเย็น ๆ ยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น

- เคี้ยวน้ำแข็ง นอกจากน้ำเย็น ๆ แล้ว การเคี้ยวน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ เวลาที่ไม่อยากอาหาร กินข้าว กินน้ำไม่ได้ การเคี้ยวน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ยังช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ

- กดจุด มีการศึกษาพบว่า การกดจุดลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ตำแหน่งที่ทำการกดจุดคือ Pericardium 6 หรือบริเวณตำแหน่งเหนือข้อมือด้านใน ถัดไป 3 นิ้วมือ แต่ในการศึกษาหลัง ๆ ก็บอกว่าการกดจุดอาจจะไม่ได้ช่วยลดอาการคลื่นไส้เวลาแพ้ท้อง แต่จะลองดูก็ไม่เสียหาย

- เสริมด้วยวิตามินบี 6 หรือ ไพริดอกซีน ถ้าหากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก อาจจะปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ คุณหมออาจจะให้วิตามินบี 6 เสริม เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภได้ โดยมีการศึกษาพบว่า การให้วิตามินบี 6 ขนาด 75 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ได้เมื่อเทียบกับการให้ยาหลอก (Placebo) แต่ไม่ควรปรึกษาคุณหมอ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา หรือวิตามินเสริมทุกครั้ง

หากดูแลตัวเองให้ดี ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวได้ และอาการแพ้ท้องจะค่อย ๆ ลดลง แต่หากมีอาการแพ้ท้องหนัก กินอาหารไม่ได้ อาเจียนตลอด ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะอาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ หรือขาดสารอาหารที่จะไปเลี้ยงดูทารกในครรภ์ได้

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ