โรคกรดไหลย้อนเป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไรดี?
รศ.พญ.กนกวรรณ ภิญโญพรพาณิชย์ อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ
โรคกรดไหลย้อน คือภาวะที่เกิดจากการมีสารจากกระเพาะอาหารย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารส่งผลทำให้เกิดอาการ โดยอาการที่จำเพาะต่อโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ อาการแสบร้อนกลางอก หรือเรอเปรี้ยวเป็นอาการเด่น โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อย และมีอุบัติการณ์สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ โรคนี้พบได้ร้อยละ 7.4 ของประชากรทั่วไปในประเทศไทย และพบได้สูงถึงร้อยละ 37.5 ของกลุ่มประชากรที่มีโรคหอบหืด ซึ่งโรคนี้มีอาจมีอาการเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ โดยพบว่าผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 รายเกิดอาการกลับเป็นซ้ำหลังหยุดยายับยั้งการหลั่งกรดใน 1 ปี ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น
แนวทางในการรักษาภาวะกรดไหลย้อน
การดูแลรักษาในผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่ การปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการใช้ยารักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกลืนอาหารติด กลืนเจ็บ กลืนลำบาก มีภาวะซีด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด อาเจียนเรื้อรัง หรือน้ำหนักลด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร
การปรับพฤติกรรม
แนะนำให้ทำการลดน้ำหนักในกรณีผู้ป่วยมีน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน หรือในผู้ที่อาการกรดไหลย้อนกำเริบหลังน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หยุดสูบบุหรี่ หยุดดื่มสุรา สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่ กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม อาหารรสเผ็ด หรือเปรี้ยว ซึ่งอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการนี้อาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย หากมีอาการกำเริบหลังรับประทานอาหารชนิดใดแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารนั้น แนะนำให้ยกหัวเตียงสูง และงดทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหลังเข้านอน
การใช้ยารักษา
แนะนำให้ใช้ยาลดกรดตามความถี่ และความรุนแรงของอาการ โดยยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่
- ยาลดกรดในกลุ่ม antacids ได้แก่ แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate), เกลือแมกนีเซียม (magnesium salts) และอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (aluminium hydroxide) หรือยากลุ่มแอลจิเนต (alginates) แนะนำให้ใช้เมื่อเกิดอาการ ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง มีอาการน้อยกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และไม่มีแผลในหลอดอาหาร ซึ่งยาในกลุ่ม antacids นี้ออกฤทธิ์เร็ว ภายใน 5-10 นาที แต่ออกฤทธิ์สั้น 30-60 นาที ส่วนยาในกลุ่มแอลจิเนตออกฤทธิ์ภายใน 1 ชั่วโมง จึงใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการอย่างรวดเร็วได้
- ยายับยั้งการหลั่งกรดชนิด H2 receptor antagonists (H2RAs) แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง และใช้ในระยะสั้น เนื่องจากการใช้ระยะยาวยาในกลุ่มนี้จะเกิดความชินยารวดเร็ว tachyphylaxis หลังใช้ยา 2 สัปดาห์ จึงอาจทำให้การรักษาระยะยาวไม่ได้ประสิทธิภาพ
- ยายับยั้งการหลั่งกรด ได้แก่ ยาลดกรดชนิด Proton Pump Inhibitors (PPIs) หรือ ชนิด Potassium-Competitive Acid blockers (PCABs) แนะนำใช้เป็นยาหลักในการรักษาในผู้ที่มีอาการที่รบกวนชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ หรือในผู้ที่ตรวจพบแผลในหลอดอาหาร โดยแนะนำให้ใช้ยาในขนาดมาตรฐานเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์
แนวทางการป้องกันอาการกลับเป็นซ้ำ
ในกรณีที่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยา และการปรับพฤติกรรม การป้องกันอาการกลับเป็นซ้ำที่สำคัญ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว โดยควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ งดบุหรี่และดื่มสุรา ในในกรณีที่มีอาการรุนแรงควรรับประทานยายับยั้งการหลั่งกรดต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยลดอาการกลับเป็นซ้ำได้ กรณีที่อาการกลับเป็นซ้ำแต่ไม่รุนแรง อาจใช้ยาเป็นครั้งคราวตามอาการได้
ผู้ที่ควรได้รับการตรวจติดตามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการปรับพฤติกรรม และรับประทานยายับยั้งการหลั่งกรดต่อเนื่องเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์แล้ว ผู้ที่มีอาการกลับเป็นซ้ำรุนแรงหลังหยุดยา ผู้ที่มีแผลในหลอดอาหารซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโรคกลับเป็นซ้ำในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
- Wei-Yi Lei, Wei-Chuan Chang, Shu-Hui Wen, et al. Predicting factors of recurrence in patients with gastroesophageal reflux disease: a prospective follow-up analysis. Ther Adv Gastroenterol. 2019; Jul 24;12:1756284819864549.
- Monthira Maneerattanaporn, Rapat Pittayanon, Tanisa Patcharatrakul, et al. Thailand guideline 2020 for medical management of gastroesophageal reflux disease. J Gastroenterol Hepatol. 2022;37(4):632-643.
- Hannah R Phillips, Amrit K Kamboj, Cadman L Leggett. Diagnosis and Management of Gastroesophageal Reflux Disease: A Concise Review for Clinicians. Mayo Clinic Proceedings. 2025; 100(5):882-889.
- Khean-Lee Goh, Yeong-Yeh Lee, Somchai Leelakusolvong, et al. Consensus statements and recommendations on the management of mild-to-moderate gastroesophageal reflux disease in the Southeast Asian region. JGH Open. 2021; 5:855-863.


