ไอ มีเสมหะ กระแอมบ่อย เสลดเยอะ… เกิดจากสาเหตุใด เสี่ยงโรคร้ายแรงไหม?

ไอ มีเสมหะ

แค่ก ๆ ไอ เพราะมีเสลดติดคออีกแล้ว น่ารำคาญมาก ๆ แต่ อาการไอ หรือกระแอมบ่อย ๆ ที่ดูเหมือนแค่น่ารำคาญนี้ สามารถเป็นตัวบ่งชี้ว่า คุณอาจจะกำลังป่วย ด้วยโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้นได้ โดยจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้คุณไอด้วย ส่วนที่ว่า ไอ มีเสมหะ เกิดจากอะไรได้บ้าง และจะป่วยเป็นอะไรได้บ้าง วันนี้เราได้รวบรวมมาบอกกันแล้ว

อาการ ไอ 7 แบบ ที่คุณควรสังเกต

  1. ไอ มีเสมหะ - สาเหตุทั่วไปคือ เกิดการอักเสบที่หลอดลม จนทำให้ทางเดินหายใจบวม และทำให้เกิดเสมหะ มักเกี่ยวข้องกับไวรัส และอาจมีอาการหนักขึ้น หากคุณ มีไข้
  2. ไอเพราะสูบบุหรี่ - สัญญาณของโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยจะมีปัญหาเรื่องการหายใจ เนื่องจากทางเดินหายใจอุดตัน อาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หอบถี่
  3. ไอ และมีรสเปรี้ยวในปาก - หากคุณไอติดต่อกันนานกว่าสองสัปดาห์ พร้อมกับมีรสเปรี้ยวในปาก นั่นคือสัญญาณของโรคกรดไหลย้อน อาการนี้มักเกิดขึ้น เมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลกลับขึ้นไปในลำคอ
  4. ไอแห้ง - การไอตอนกลางคืนโดยไม่มีเสมหะ เป็นสัญญาณของ โรคหอบหืด อาการที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปคือ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และหอบถี่
  5. ไอเป็นเลือด - อาจไอออกมาจากปอด หรือทางเดินหายใจ หากคุณไอเป็นเลือด ก็เป็นไปได้ว่า นี่คือสัญญาณของโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น มะเร็งปอด
  6. ไอ เพราะเป็นหวัด - เมื่อคุณป่วย เป็นหวัด เพราะอากาศเปลี่ยน คุณก็จะ ไอ มีเสมหะ คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดตามร่างกาย รวมถึงอาจมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย
  7. ไอ แบบ มีเสมหะ และเป็นไข้ - หากคุณทั้ง ไอ มีเสมหะ และมีไข้ไปพร้อม ๆ กัน ก็อาจเป็นไปได้ว่า นี่คือสัญญาณของโรคปอดบวม มักมีอาการร่วมกับ เป็นไข้ หนาวสั่น และหายใจถี่ โดยเสมหะอาจมีสีเขียว เหลือง หรือมีเลือดปน

ไอ มีเสมหะ

ไอ มีเสมหะ เป็นโรคอะไรได้บ้าง?

อาการไอ มีเสมหะ ในลำคอ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมที่ใช้เสียงผิดวิธี ลำคอเกิดภาวะแห้งและเย็น จนร่างกายต้องปรับตัว เพื่อให้ลำคอมีความชุ่มชื้น ด้วยการสร้างเสมหะมากขึ้น หรือเป็นอาการร่วมเมื่อ เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งโดยปกติแล้ว เสมหะที่เกิดขึ้นจากสาเหตุเหล่านี้ จะหายไปภายในไม่กี่วัน และไม่ได้เป็นเรื้อรัง แต่ถึงอย่างนั้น การ มีเสมหะ ก็เป็นอาการบ่งชี้ถึงโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น

  1. โรคจมูกอักเสบ ชนิดภูมิแพ้

ผู้ที่เป็นโรคนี้ จะมีเสมหะในลำคอตลอดเวลา เนื่องจากมีเยื่อบุจมูกที่ค่อนข้างไวต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อสัมผัสกับสารที่ทำให้แพ้ หรือสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง ก็จะกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในจมูก ทำให้มี น้ำมูกไหลลงคอ และกลายเป็นเสมหะ โดยเสมหะมักจะมีสีขาวใส หรือขาวขุ่น  ยกเว้นตอนเช้าหลังตื่นนอน ที่เสมหะอาจจะมีสีเหลืองขุ่น เนื่องจากน้ำมูกหรือเสมหะ ค้างอยู่ในจมูกและลำคอเป็นเวลานาน นอกจากมีเสมหะตลอดเวลาแล้ว อาการอื่น ๆ ของโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ ที่เห็นได้ชัดคือ คันจมูก คัดจมูก จามติดกันหลายครั้ง และมีน้ำมูกใส แต่ไม่มีไข้ อาจมีอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและดั้งจมูก หรือหูอื้อร่วมด้วย

  1. โรคจมูกอักเสบ ชนิดไม่แพ้

ทั้งโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ และโรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ ต่างก็มีเสมหะสะสมได้เหมือนกัน ต่างกันที่โรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ จะเกิดจากการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม ทำให้มี น้ำมูกไหลลงคอ จนเป็นเสมหะ โดยไม่มีอาการภูมิแพ้ร่วมด้วย มีอาการ คัดจมูก แต่มักไม่พบอาการ คันจมูก หรือ จาม โดยอาการที่เกิดขึ้น อาจไม่สามารถหาสาเหตุได้ชัดเจน อาจเกิดได้จากอารมณ์ที่เปลี่ยนไป อากาศเปลี่ยนแปลง ฝุ่น ควัน กลิ่น หรือการทานอาหารเผ็ดจัด จึงมักจะรักษาตามอาการ

  1. โรคไซนัสอักเสบ

เกิดจากการที่โพรงไซนัสและเยื่อบุจมูกอักเสบ และไปกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูก ทำให้มีสารคัดหลั่งไหลออกจากโพรงไซนัส ส่งผลให้มีน้ำมูกจำนวนมาก ทำให้ น้ำมูกไหลลงคอ และเกิดเป็นเสมหะเรื้อรังได้ เสมหะมักมีสีเขียวหรือเหลือง ซึ่งเป็นสีของเสมหะที่สื่อว่าติดเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ มักจะมีอาการระคายคอจากเสมหะ จนต้องกระแอมมากขึ้นช่วงที่ล้มตัวลงนอน หรือตอนตื่นนอน แต่มักไม่มีอาการในช่วงระหว่างวัน

ไอ มีเสมหะ

  1. โรคหืด

เป็นโรคที่เกิดจากอาการอักเสบเรื้อรัง ที่เยื่อบุหลอดลม ส่งผลให้เยื่อบุหลอดลม ไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือภูมิแพ้ จะไปกระตุ้นต่อมผลิตเสมหะในเยื่อบุหลอดลม ให้สร้างเสมะหะเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเสมหะค้างอยู่ในลำคอตลอดเวลา มักมีอาการร่วมคือ แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก

  1. โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

ผู้ป่วยโรคนี้ มักมีอาการไอแบบมีเสมหะเรื้อรังอย่างหนัก บางรายอาจไอเป็นเลือด เป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง พร้อมกับการปรับสภาพร่างกายให้สมดุล หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้หลอดลมระคายเคือง พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นหวัดง่าย

  1. ภาวะติดเชื้อเรื้อรังบริเวณคอ

หากมีเสมหะในคอ นานเกินปกติ นั่นก็แปลว่าคุณอาจมีอาการติดเชื้อเรื้อรัง ทั้งจากเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อซิฟิลิส หรือเชื้อวัณโรคได้ เมื่อเชื้อเหล่านี้เข้าสู่ลำคอของเรา ก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบ และไปกระตุ้นให้ต่อมสร้างเสมหะทำงานมากขึ้น จนส่งผลให้มีเสมหะเรื้อรัง

  1. ภาวะระคายเคือง หรือบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ

อีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการเสมหะเรื้อรัง คือ การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ไอหนัก อาเจียนบ่อย มีแผลในลำคอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็นเป็นเวลานาน ๆ รวมถึงได้รับสารเคมี และมลพิษ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะทำให้เรามีอาการระคายเคือง หรือบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ และกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในคอ ทำให้ผลิตเสมหะออกมามากกว่าปกติ

ไอ มีเสมหะ

  1. โรคกรดไหลย้อน

แม้แต่ กรดไหลย้อน ก็ทำให้คุณมีเสมหะเรื้อนรังได้ เนื่องจากผู้ป่วยกรดไหลย้อน มักจะมีกรดจากหลอดอาหาร ไหลย้อนขึ้นมาที่คอหอย ซึ่งเป็นการกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในลำคอ ให้ทำงานมากขึ้น ทำให้มีเสมหะในลำคอตลอดเวลา นอกจากนี้ กรดไหลย้อนที่ไหลขึ้นมาที่คลำอ ยังสามารถทำให้เยื่อบุลำคออักเสบ จนทำให้กลไกในการกำจัดเสมหะของเยื่อบุลำคอผิดปกติไป ส่งผลให้มีเสมหะค้างอยู่บริเวณลำคอ และก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

  1. แพ้อาหาร

การแพ้อาหาร ก็ทำให้เกิดเสมหะได้เช่นกัน เพราะเมื่อเราทานอาหารที่แพ้เข้าไป อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุลำคอ และกระตุ้นให้ต่อมสร้างเสมหะมากขึ้นได้ โดยเฉพาะอาการแพ้อาหาร ประเภทผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม โยเกิร์ต ชีส ไข่ ข้าว นมถั่วเหลือง ปลากะตัก อะโวคาโด เห็ด รวมถึงอาหารประเภทอบแห้ง หรืออาหารปิ้งย่าง ที่อาจมีสารฮีสตามีน หรือสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้แฝงอยู่

Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ