โรคไข้เลือดออก ระบาดหน้าฝน เตรียมลูกให้พร้อม

โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก หรือ โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) มี 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3, DENV-4

เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสเดงกีชนิดหนึ่งจะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีชนิดนั้นตลอดไป และจะมีภูมิคุ้มกัน cross protection ต่อชนิดอื่น ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 6-12 เดือน

สถิติคนป่วย โรคไข้เลือดออก เพิ่มมากขึ้น

จากสถิติพบว่าในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2562 ถึงปัจจุบัน (เดือน มิ.ย.) มีผู้ป่วยด้วยไวรัสเดงกี่ หรือ ไข้เลือดออก 28,785 ราย สูงกว่าปี 2561 ถึง 1.7 เท่า เสียชีวิตแล้ว 43 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.15 โดยคาดว่าทั้งปีจะมีผู้ป่วยไข้เลือดออก ถึง 100,000 ราย

โรคไข้เลือดออกพบได้ทุกกลุ่มอายุ ในประเทศไทยพบว่าร้อยละ 80 ของผู้ติดเชื้อที่มีอาการ อยู่ในกลุ่มอายุระหว่าง 5-34 ปี

สาเหตุที่ทำให้ไข้เลือดออกระบาดหนัก

อากาศที่ร้อนมากขึ้นในเมืองไทย ซึ่งอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้ยุงลาย ขยายพันธุ์เจริญเติบโตได้ดี และมีวงจรชีวิตเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น จากไข่จนโตเต็มวัย เคยใช้เวลา 7 วัน กลายเป็นเหลือ 5 วันเท่านั้น

เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน มีฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขัง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ให้ยุงลายวางไข่ได้มากขึ้น
มีเด็กโต ผู้ใหญ่ป่วยเป็นไข้เลือดออกมากขึ้น ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้เพิ่มขึ้น จากที่แต่ก่อนป่วยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ง่าย

โรคไข้เลือดออก

อาการและระยะของ โรคไข้เลือดออก

ระยะไข้

- มีไข้สูง เริ่มแรกอาจะพบว่ามีไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดหลังกระบอกตา ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ

- อาการเลือดออก ส่วนใหญ่จะพบที่ผิวหนัง สังเกตได้ว่าจะมีเลือดออกเป็นจ้ำตามผิวหนังทั้งที่ไม่ได้กระแทกอะไร บางคนอาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาออก ถ่ายดำเข้ม มีอาการชัก ในผู้หญิงอาจะมีประจำเดือนมามากผิดปกติ

- มีตับโต กดเจ็บ ซึ่งเกิดจากตับอักเสบรุนแรง พบได้บ้างในผู้ป่วยไข้เลือดออก

ระยะวิกฤติ - ช็อก

- มีภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หรือภาวะช็อก มีไข้มาแล้วหลายวัน อาการทั่วไปจะดูเพลียมากขึ้น อาจมีอาการปวดเมื่อยตัวมากขึ้น ในบางรายอาจมีอาการท้องอืดมากขึ้น กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น เด็กอาจกำลังเข้าสู่ระยะช็อก

- ภาวะช็อก ที่เกิดขึ้นนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษา จะมีอาการเลวร้ายลง และอาจจะทำให้เสียชีวิตภายใน 12-24 ชั่วโมง หลังเริ่มมีภาวะช็อก

ระยะฟื้นตัว

- ถ้าไม่มีอาการช็อก เมื่อไข้ลดส่วนใหญ่ก็จะดีขึ้น ส่วนหากมีอาการช็อก ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ระยะฟื้นตัว มีช่วงเวลาประมาณ 2-3 วัน จะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

โรคไข้เลือดออก

การรักษา โรคไข้เลือดออก

- โรคไข้เลือดออก ยังไม่มียา หรือวิธีรักษาโดยเฉพาะ แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ และประคับประคอง เฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะช็อก หลือภาวะเลือดออก ซึ่งแนวทางการรักษาไข้เลือดออก คือ

- ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ยาลดไข้ที่ควรใช้คือ พาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาจำพวกแอสไพริน หรือกลุ่มยาก NSAID เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายและมากขึ้น

- ให้น้ำเกลือ หรือ สารน้ำชดเชย ผู้ป่วยมักมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน ถ้าพอดื่มน้ำได้ ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ แต่ในรายที่ขาดน้ำมาก หรือมีภาวะเลือดออก อาจจะต้องแอดมิดเพื่อให้น้ำเกลือ

- เฝ้าระวังภาวะช็อก ติดตามดูอาการใกล้ชิด ถ้าผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ไม่ปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะอาจเกิดภาวะช็อก เสียชีวิตได้

เตรียมพร้อมรับมือไข้เลือดออก

- ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้ลูกป้องกันยุงกัด ทั้งในบ้าน หรือเมื่อออกนอกบ้าน อาจจะขออนุญาตคุณครูที่โรงเรียนขอให้ลูกใส่กางเกงขายาวในช่วงมีการระบาดของไข้เลือดออก ยุงลายมักกัดในเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน

- ให้ลูกอยู่ในห้องมุ้งลวด หรือห้องปรับอากาศ

- ใช้ยาทากันยุง หรือใช้แผ่นแปะกันยุงที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ติดตามตัวให้ลูกเป็นประจำ

- ขจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หรือแหล่งน้ำขังในบ้าน ฉีดพ่นยากันยุงเป็นประจำ แต่ต้องทำในช่วงที่ไม่มีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน

- ตัดแต่งต้นไม้ ตัดหญ้าในสวนที่บ้านไม่ให้รก เพราะฤดูฝนต้นไม้โตเร็ว รกง่าย และจะเป็นที่หลบซ่อนของยุง

- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก แต่ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกชนิดเดียวที่ได้รับการรับรองให้ใช้ เป็นวัคซีน CYD-TDV หรือ DENGVAXIA ซึ่งใช้ได้ในกลุ่มคนอายุ 9-45 ปี เท่านั้น หากลูกอายุต่ำกว่า 9 ปี ยังไม่สมควรได้รับวัคซีนนี้

- ถ้าลูกมีไข้สูง ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพราะหากล่าช้าเกินไป ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อกและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ในที่สุด

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กดติดตาม GedGoodLife เพื่อสุขภาพดีดีทาง Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ