ความสุขในบ้านทำได้ไม่ยากด้วย… “8 ย.” หลักสร้างสุขในครอบครัว

หลักสร้างสุขในครอบครัว

หากพูดถึงเดือนเมษายน ใคร ๆ ก็ย่อมนึกถึงวันสงกรานต์ แต่จะรู้หรือไม่ว่า นอกจากวันสงกรานต์แล้ว วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี ถือเป็น "วันครอบครัวไทย" ด้วยนะ GedGoodLife จึงขอเสนอ "8 ย. หลักสร้างสุขในครอบครัว" ให้แต่ละครอบครัวได้ลองนำไปใช้ ปฎิบัติสร้างสุขให้แก่กันและกัน

8 ย. หลักสร้างสุขในครอบครัว

1. ย. ยืดหยุ่น
การอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวนั้น ต้องรู้จักอดทนอดกลั้น รู้จักให้และรับอย่างเหมาะสม โอนอ่อนผ่อนตามในบางครั้ง เรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง และปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เพื่อให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวสมดุล และแน่นแฟ้น ไม่ตึง หรือหย่อนจนเกินไป

2. ย. ยอมให้
เมื่อเราต้องการรับอะไรจากใคร ก็ควรหัดเป็นผู้ให้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความห่วงใย ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น การให้กำลังใจในเรื่องต่าง ๆ หรือแม้แต่สิ่งของ และการดูแลหรือทำงานต่าง ๆ ภายในบ้าน เพราะการให้ จะทำให้ผู้รับรู้สึกดี มีคุณค่าในตัวเอง และเสริมสร้างความสุขในครอบครัวได้อย่างเป็นดี

หลักสร้างสุขในครอบครัว

3. ย. ยกย่อง
คำพูดที่อ่อนหวาน ไพเราะ คำที่แสดงความห่วงใย ให้เกียรติ ให้กำลังใจ รวมไปถึงคำชม ขอโทษ และขอบคุณ คำพูดเหล่านี้ มันถูกมองข้ามเพราะความใกล้ชิด คิดว่าเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น และหลงลืมไปว่า การพูดจาต่อกันดี ๆ นั้น สร้างความสุขให้กับคนในครอบครัวได้ง่ายดายเพียงใด

4. ย. ยอมแพ้
หากมีเรื่องขัดแย้ง หรือทะเลาะกัน การมุ่งจะเอาชนะ นอกจากจะไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเสมอไปแล้ว ยังอาจเป็นการสร้างความร้าวฉานภายในครอบครัวได้อีกด้วย การยอมเป็นคนแพ้บ้าง เพื่อความสุขของคนอื่นในครอบครัว หันมาชื่นชมยกย่องคนในครอบครัว จะช่วยสร้างกำลังใจ และความสุขให้เกิดขึ้นได้

5. ย. แยกแยะ
ควรแยกแยะปัญหาแต่ละเรื่องออกจากกัน ไม่นำปัญหาที่ได้รับจากภายนอก มาใส่อารมณ์กับคนในบ้าน เหมือที่โบราณกล่าวไว้ว่า ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า รวมถึงการคิดก่อนพูด และทำ ไม่พูดหรือทำตามอารมณ์ชั่ววูบ ก็จะช่วยลดความยุ่งยาก และความขัดแย้งต่าง ๆ ลง

หลักสร้างสุขในครอบครัว

6. ย. ยอมเงียบ
ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น หากมีแต่ผู้พูด ไม่มีผู้ฟัง ก็จะไม่มีวันที่จะสามารถปรับความเข้าใจหากันได้เลย การยอมเป็นฝ่ายเงียบบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะอารมณ์ที่รุนแรง ลดการโต้เถียง ก็สามารถช่วยทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กลงมาได้

7. ย. ยืนหยัด
แม้ว่าการยอมให้และยืดหยุ่นผ่อนปรน จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ครอบครัวเกิดความสุข แต่เพราะเราไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างไร้ปัญหาได้ตลอดเวลา ความมั่นคง และมีหลักการในการแก้ปัญหา ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย การยืนหยัดในบางเรื่องที่สำคัญ ก็สามารถช่วยให้ครอบครัวของคุณมีความมั่นคงมากขึ้นได้เช่นกัน

8. ย. ยอมรับความต่าง
ครอบครัวจำนวนมากมีคนต่างวัยอาศัยอยู่ร่วมกัน ความเข้าใจต่อเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน ความคิดที่ต่างมุมมอง มุมผู้ใหญ่ มุมวัยรุ่น หรือแม้แต่ในมุมของเด็ก สามารถทำให้เกิดความขัดแย้ง และความไม่เข้าใจกันได้อย่างง่ายดาย

การแลกเปลี่ยนทัศนคติ และปรับความเข้าใจให้ตรงกัน แลกเปลี่ยนมุมมอง ให้แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นของตน เข้าใจและยอมรับในความคิดที่แตกต่าง จะช่วยลดความขัดแย้ง และเสริมสร้างความปรองดองให้กับครอบครัวได้

ริชาร์ด สตีเว่น นักจิตวิทยาอาวุโสจากประเทศอังกฤษ วิทยากรประจำรายการทีวี Making Slough Happy ของสถานีโทรทัศน์ BBC เสนอวิธีสร้างสุขสำหรับบุคคลไว้ 10 ข้อ ดังนี้

 

  1. ออกกำลังกาย วันละ 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  2. ก่อนเข้านอนทุกคืน ลองทบทวนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างน้อย ๕ เรื่องต่อวัน
  3. ให้เวลาพูดคุยรับฟังคู่ครอง เพื่อนสนิท อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ในทุก ๆ สัปดาห์ โดยไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะหรือรบกวน
  4. ปลูกต้นไม้ ต้นเล็ก ๆ ตั้งบนโต๊ะ หรือในกระถางก็ได้ แล้วดูแลรักษาให้ดี
  5. ลดเวลาดูทีวีลงครึ่งหนึ่ง
  6. ยิ้มและทักทายคนที่ไม่รู้จัก อย่างน้อยวันละครั้ง
  7. หาโอกาสพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่ห่างกันไป ลองนัดหมายเพื่อพบเจอกันบ้าง
  8. หัวเราะให้มากและนานพอ ทุก ๆ วัน
  9. ใส่ใจดูแลตนเองในทุก ๆ วัน ใช้เวลาลองทำบางสิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับตัวเอง
  10. ลองฝึกเป็นผู้ให้ ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความใส่ใจ มองสิ่งดีๆ ให้คนอื่นบ้าง

ที่มา : บทความด้านสุขภาพจิตและจิตเวช กรมสุขภาพจิต

จะเห็นได้ว่า ความจริงแล้ว หลักสร้างสุขในครอบครัว เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมาก ๆ เพียงใส่ใจกันและกันให้มากขึ้น และพยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพียงเท่านี้ ครอบครัวของคุณก็สามารถมีความสุขร่วมกันได้แล้วละ

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามบทความสุขภาพดีดีทาง GedGoodLife Facebook ได้ --> ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ