ยาและของใช้จำเป็น ที่ควรมีติดบ้านในช่วงโควิด-19

ยาและของใช้จำเป็น ที่ควรมีติดบ้านในช่วงโควิด-19

ยาและของใช้จำเป็น

แม้สถานการณ์โควิดจะเริ่มดีขึ้นบ้างแล้วในปัจจุบันนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทกันได้ ยังคงต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และเพื่อรักษาโรคโควิดอย่างทันท่วงทีด้วยระบบ Home Isolation ทุกบ้านก็ควรมี ยาและของใช้จำเป็น ติดบ้านไว้ มาเช็กกันเลยว่าควรเตรียมพร้อมอะไรบ้าง…

decolgen ดีคอลเจน

ยาและของใช้จำเป็น ที่ควรมีติดบ้านในช่วงโควิด-19

กลุ่มยารักษาอาการจากโรคโควิด-19

1. ยาแก้ปวด ลดไข้

“ยาพาราเซตามอล” เป็นยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด และลดไข้ได้ นิยมใช้ในการรักษาอาการปวดระดับไม่รุนแรง อย่างเช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อ เป็นต้น โดยยาชนิดนี้จัดเป็น 1 ในรายการยาสามัญประจำบ้าน เพราะสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาของแพทย์ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

โดยมีวิธีการรับประทานคือ กินครั้งละ 1-2 เม็ด ระยะเวลาห่างกันอย่างน้อยครั้งละ 4 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกินวันละ 4,000 มิลลิกรัมหรือ 8 เม็ดต่อวัน

2. ยาแก้ไอละลายเสมหะ

เมื่อมีอาการไอมีเสมหะ ผู้ป่วยควรเลือกใช้ยาบรรเทาอาการไอละลายเสมหะ (Mucolytic) จึงจะตรงกับอาการมากที่สุด ยาแก้ไอละลายเสมหะมีทั้งรูปแบบยาเม็ดและยาน้ำ สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 รูปแบบตามความชอบ ยาชนิดนี้จะทำให้เสมหะใสขึ้น เหนียวข้นน้อยลง จนกลไกของร่างกายสามารถขับเสมหะออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก

เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านมียาแก้แพ้ติดบ้านไว้เป็นปกติอยู่แล้ว เนื่องจากทุกวันนี้คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น ยิ่งในช่วงที่โควิดยังระบาด เราสามารถใช้ยาแก้แพ้บรรเทาอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม ได้เช่นกัน ยาแก้แพ้มีทั้งแบบกินแล้วง่วง และกินแล้วไม่ง่วง (หรือง่วงน้อย) โดยยาแก้แพ้ชนิดกินแล้วไม่ง่วง ที่มีตัวยาอย่าง ลอราทาดีน เป็นต้น มีความปลอดภัย ทานง่ายเพียงวันละ 1 เม็ดต่อวัน ก็มีประสิทธิภาพรักษาอาการแพ้ต่าง ๆ ได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม -> ยาแก้แพ้ มีกี่ชนิด และควรเลือกอย่างไรดี?

4. ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

เป็นยาสมุนไพรที่ใช้ในผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ใช้เมื่อเริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อย เช่น คัดจมูก มีน้ำมูก ไม่ควรกินเกินวันละ 180 มิลลิกรัม แบ่งกินวันละ 3-4 ครั้ง ปัจจุบันมียาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรออกมาจำหน่ายหลายแบรนด์ ผู้บริโภคควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีตรารองรับจาก อย. และมีกำกับปริมาณของ “สารแอนโดรกราโฟไลค์” ไว้ชัดเจนว่ามีปริมาณอยู่เท่าไหร่

อ่านเพิ่มเติม -> ประโยชน์-ข้อควรระวัง ของฟ้าทะลายโจร ที่ต้องรู้! ก่อนใช้รักษาโควิด-19

5. ผงเกลือแร่ ORS (เกลือแร่แก้ท้องเสีย) 

หากคุณมีอาการท้องเสียระหว่างติดโควิด ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายสูญเสียน้ำจนเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ควรเตรียมผงเกลือแร่ ORS ไว้เป็นตัวช่วยป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการสูญเสียน้ำ และเกลือแร่จากอาการท้องเสีย หรือ อาเจียน ให้ชงเกลือแร่ ORS ผสมน้ำต้มสุก น้ำสะอาด จิบเรื่อย ๆ ได้ทั้งวัน (ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตและโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อน)

อ่านเพิ่มเติม – แก้ท้องเสีย ใช้ “เกลือแร่ ORS” เท่านั้น! ห้ามใช้เกลือแร่ออกกำลังกาย

6. ยาประจำตัว สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

ควรวางแผนเรื่องของยาให้มียาทานต่อเนื่อง 1-2 เดือน เพื่อลดการเดินทางไปโรงพยาบาล และลดการกำเริบของโรค

กลุ่มของใช้จำเป็น

นอกจากหน้ากากอนามัย เจลล้างมือแอลกอฮอล์ ที่เชื่อว่าทุกคนมีติดบ้านกันเป็นประจำอยู่แล้วในช่วงนี้ Ged Good Life ขอแนะนำ 3 ไอเทมจำเป็นในยุคโควิดที่ควรมีติดบ้านไว้ ดังนี้

1. ชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit : ATK)

ของสำคัญควรมีติดบ้านไว้เลย โดยเตรียมไว้ให้พอเหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน เพราะถ้าป่วยด้วยอาการไอ มีไข้ ขึ้นมา ก็จะได้ใช้ชุดตรวจโควิดได้ทันท่วงที ไม่ต้องออกไปซื้อนอกบ้าน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ปัจจุบันชุดตรวจ ATK สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป สามารถเลือกใช้ได้ทุกยี่ห้อ ที่ได้รับการลงทะเบียนจาก อย.

2. ปรอทวัดไข้/เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometer)

อาการไข้ คืออาการสำคัญของโรคโควิด-19 ซึ่งหากมีไข้สูงมาก ๆ อาจส่งผลให้ช็อกได้ ดังนั้น ในระหว่างรักษาโควิดที่บ้าน ควรมีการวัดอุณหภูมิตรวจเช็กเป็นประจำ เมื่อพบว่าเริ่มมีไข้ จะได้กินยารักษาก่อนเกิดอันตรายได้ และยังสามารถเก็บไว้ใช้ได้อย่างยาวนาน

TIP : วิธีวัดไข้ที่แม่นยำที่สุด คือ การวัดที่รักแร้ โดยให้ปลายปรอทอยู่ใต้รักแร้ และสอดไว้นาน 2-3 นาที จึงจะได้ค่าที่แน่นอน (หากวัดได้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้) เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก แม้แต่เด็กก็สามารถทำได้

3. เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด (Oximeter)

เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้านไว้ โดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงวัย และมีโรคประจำตัว เพราะถ้าติดโควิด จะทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ได้ จึงควรหมั่นตรวจเช็กค่าออกซิเจนในเลือด หากพบว่ามีค่าต่ำผิดปกติ ก็อาจมีความเสี่ยงว่าเชื้ออาจลงปอดได้

ควรเลือกซื้อเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความแม่นยำในการตรวจวัด ส่วนค่าออกซิเจนในเลือด (Sp02) โดยปกติ คือ 95% ขึ้นไป หากพบว่าค่าออกซิเจนอยู่ที่ 90–94% ให้ระมัดระวังอาการผิดปกติ

ยาที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

1. กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน วิธีดูแลเบื้องต้นคือ พยายามตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ถ้าเห็นว่าน้ำตาลสูง ก็สามารถใช้ยาเดิมที่หมอจ่ายไว้ให้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว ต้องงดอินซูลิน หรือพวกยากินไปก่อน เพราะถ้าเป็นโควิดแล้วน้ำตาลต่ำมันค่อนข้างอันตรายกว่าปกติ

2. กลุ่มที่ทานยาขับปัสสาวะ อันนี้ในกรณีที่เราดื่มน้ำน้อยก็ควรงดหรือลดไปก่อน เพราะการปัสสาวะออกมา โดยที่ไม่มีอะไรเติมเข้ามันจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และขาดน้ำได้ ยิ่งถ้ามีไข้ร่วมด้วย ร่างกายก็จะใช้พลังงานมาก และจะยิ่งเพลียมากขึ้นไปอีก

 

อ้างอิง : 1. โรงพยาบาลวิชัยเวช 2. โรงพยาบาลรามคำแหง


ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

decolgen ดีคอลเจน

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย อัลเลอร์นิค ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด กลุ่มไม่ทำให้ง่วง

ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : gedgoodlife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : gedgoodlife ชีวิตดีดี
TikTok      : @gedgoodlife

คุณสนใจเรื่องสุขภาพ อะไรบ้าง?

บทความที่เกี่ยวข้อง

Subscription

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.
Ask the Expert Close