gedgoodlife

6 โรค ทำให้ไอบ่อย ไอกำเริบ ในหน้าฝน

  1. โรคไข้หวัด อาการ : มีไข้ ไอ เจ็บคอ 2. โรคภูมิแพ้อากาศ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 3. โรคหลอดลมอักเสบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 4. โรคหอบหืด อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 5. โรคถุงลมโป่งพองกำเริบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 6. โรคหลอดลมโป่งพองอักเสบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ   อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ -> ไอบ่อยในหน้าฝน ต้องระวัง 6 โรคนี้! ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : GEDGoodLife 6 โรค ทำให้ไอบ่อย ไอกำเริบ ในหน้าฝน

ทำงานระหว่างท้อง ต้องทำแบบไหนถึงจะเหมาะสมนะ ?

  สำหรับ Working Woman ที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่นั้น การให้คุณหยุดทำทุกอย่าง แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่กับบ้านนั้น อาจทำให้คุณรู้สึกแปลก ๆ ไม่สบายใจ หรือบางคนอาจเป็นห่วงงาน จนกลายเป็นวิตกกังวลไปเลยก็มี หากว่าการ ทำงานระหว่างท้อง คือ ความสุข ของคุณล่ะก็ การยังทำงานต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เพียงแต่ว่าที่คุณแม่อาจต้องมีข้อจำกัดในการทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและเบบี๋ในท้องก็นั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่า การทำงานที่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นอย่างไร 7 คำแนะนำในการทำงานระหว่างท้อง 1. ทำงานแบบสบาย ๆ เพราะความเครียดของคุณแม่สามารถส่งผ่านมาถึงลูกน้อยในครรภ์ได้ ฉะนั้นคุณแม่ควรทำงานสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียด รีบเร่ง หรือหักโหมามากจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อย เมื่อย หรืออ่อนเพลีย ควรหยุดพัก ทำงาน สักครู่ให้หายเหนื่อย แล้วจึงค่อยเริ่มทำงานต่อ 2. หลีกเลี่ยงการทำงานในที่อันตราย หากสถานที่ทำงานของคุณแม่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับ สารเคมี สารพิษ สารรังษี หรือลักษณะการของงานมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ คุณแม่ควรปรึกษากับที่ทำงาน ถึงโอกาสในการเปลี่ยนย้าย หรือสลับหน้าที่ของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับคุณแม่และเด็กในครรภ์ 3. ควรขยับตัวบ่อย ๆ การทำงานของคุณแม่บางครั้งอาจต้องนั่ง หรือยืนเป็นเวลานาน ๆ ทำงานระหว่างท้อง ต้องทำแบบไหนถึงจะเหมาะสมนะ ?

Checklist! อาการภูมิแพ้อากาศ

  “ภูมิแพ้อากาศ” – Allergic Rhinitis ถูกจัดอันดับเป็นโรคภูมิแพ้ยอดฮิตอันดับ 1 ของคนไทย สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย เป็นโรคที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่เราหายใจเข้าไป แล้วเกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก โดยโรคนี้เป็นโรคที่พบมากในประเทศไทย เกิดได้ทุกเพศทุกวัย Checklist! อาการภูมิแพ้อากาศ √ คัดจมูก √ จามบ่อย √ น้ำมูกไหล √ ไอแห้ง ๆ √ เจ็บคอ แสบคอ √ คันจมูก คันคอ √ คันตา น้ำตาไหล หากมีอาการเหล่านี้สามารถรับประทานยาแก้แพ้ เช่น กลุ่ม Loratadine หรือ Cetirizine เป็นต้น ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร ก่อนเลือกใช้ยา ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife Checklist! อาการภูมิแพ้อากาศ

เป็นไข้หวัด ไม่หายสักที ทำอย่างไรดีนะ?

  เป็นไข้หวัด ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน ทำให้หลาย ๆ คนอาจมีอาการป่วย ปวดหัว ตัวร้อน มีน้ำมูก หรือไอ ส่วนมากแล้วหากเรารับประทานยาแก้หวัด ไปพร้อม ๆ กับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นานอาการของไข้หวัดก็จะทุเลาลง แล้วถ้าหากยังไม่สบายเหมือนจะเป็นหวัดอยู่แบบนี้ ไม่หายสักทีล่ะจะทำอย่างไร? วันนี้เรามีทริคดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ สำหรับที่คนหวัดไม่ยอมหายมาฝากกัน 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเป็นหวัดส่วนหนึ่งเกิดจากร่างกายของเราอ่อนแอ ทำให้เป็นหวัดง่าย แถมยังหายช้า คุณจึงควรออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อรักษาให้ร่างกายแข็งแรง แต่ในช่วงที่เป็นหวัดคุณสามารถออกกำลังกายได้นะ แต่ต้องไม่หักโหมจนเกินไป ออกแค่พอเหงื่อออก ให้ร่างกายได้ระบายความร้อนก็พอแล้ว 2. หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ให้เกิดอาการแพ้ อาการหวัดเรื้อรังไม่หายสักที ไอ จาม อยู่ตลอด อาจเกิดจากมีอาการภูมิแพ้รวมอยู่ด้วย ดังนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ทำให้คุณเกิดอาการแพ้ ทั้งในบ้าน ที่ทำงาน และนอกบ้าน เช่น หากแพ้ฝุ่นควรสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกไปข้างนอก หรือเวลาทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น เป็นไข้หวัด ไม่หายสักที ทำอย่างไรดีนะ?

อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจาก 8 สาเหตุนี้!

  8 อาหารกินแล้วไอ เลี่ยงได้เลี่ยง ในยุคโควิดระบาด! สาเหตุที่ 1 : เปิดพัดลม หรือเปิดแอร์ เย็นจนเกินไป สาเหตุที่ 2 : โรคกรดไหลย้อน สาเหตุที่ 3 : ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ไรฝุ่น สาเหตุที่ 4 : ดื่มน้ำไม่เพียงพอ สาเหตุที่ 5 : อากาศแห้งเกินไป สาเหตุที่ 6 : นอนกรน นอนอ้าปาก สาเหตุที่ 7 : เป็นหวัด สาเหตุที่ 8 : สูบบุหรี่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก -> อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจากสาเหตุใด แก้ไขยังไงดี แล้วแบบไหนควรพบแพทย์?   ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจาก 8 สาเหตุนี้!

เคล็ดลับแก้ อาการท้องผูก

  การขับถ่ายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด หลายครั้งที่ท้องไส้มีปัญหาท้องผูก จนพาให้อึดอัดไม่สบายตัว หน้าตาหมองคล้ำ แถมกลิ่นปากกลิ่นตัว ยังไปรบกวนคนรอบข้าง เพื่อจบปัญหาเหล่านี้ เราเลยนำเอา เคล็ดลับแก้ท้องผูก มาฝากกัน! ภาวะท้องผูกคืออะไร? ภาวะท้องผูกนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำออกมากเกินไป หรือกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่บีบตัวเชื่องช้า ทำให้ก้อนอุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ช้า จึงส่งผลให้ก้อนอุจจาระแข็ง และแห้งยิ่งขึ้นนั่นเอง 6 เคล็ดลับแก้ท้องผูก 1. ดื่มน้ำให้มาก ๆ Back to Basic ดื่มน้ำอุ่น ๆ สะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นจนน่าตกใจ! เพราะ การดื่มน้ำน้อยก็เป็นสาเหตุของท้องผูกได้ 2. น้ำผัก น้ำผลไม้สดๆ ผูกนักใช่มั้ย! เอาน้ำผัก น้ำผลไม้คั้นสด ๆ ไปแก้ซะเลย! ด้วยกากใยอ่อน ๆ ที่อยู่ในน้ำผลไม้เหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นลำไส้ และการย่อยอาหารให้ดีขึ้นนั่นเอง 3. ทานให้ตรงเวลา เลี่ยงโรคกระเพาะ อาการท้องผูก เป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งจากการทานยาลดกรด และเป็นอาการที่พบได้บ่อยเสียด้วย เพราะฉะนั้น คุณควรจะระวังเรื่องนี้เอาไว้ด้วย แต่ว่าถ้าคุณเป็นโรคกระเพาะ แล้วมีอาการท้องผูกร่วมด้วย และจำเป็นต้องกินยาลดกรด ก็ต้องระวังเรื่องอาหารให้มาก เคล็ดลับแก้ อาการท้องผูก

ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้!

  ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้! 1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu) 2. โรคปอดบวม (Pneumonia) 3. โรคไข้หวัด (Common cold) 4. โรคหอบหืด (asthma) 5. โรคไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) 6. โรคอุจจาระร่วง (diarrhea) 7. โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease) 8. โรคหัด (Measles / Rubella) อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม พร้อมวิธีดูแลสุขภาพในช่วงปลายฝน ต้นหนาว ได้ที่นี่ คลิก -> ระวัง! 8 โรคยอดฮิต ช่วงปลายฝนต้นหนาว ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้!

โรคลมชัก อันตรายที่อยู่ใกล้ตัว! มาดูผลกระทบ และการดูแลรักษากัน

  โรคลมชัก เป็นหนึ่งในโรคของกลุ่มโรคทางระบบประสาท ซึ่งโรคลมชักเกิดจาก ระบบกระแสประสาทในสมองเกิดการทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการชักขึ้นมา โรคลมชักมักจะพบมากในเด็กเล็ก ๆ อายุต่ำกว่า 2 ปี หรือผู้สูงอายุอายุมากกว่า 65 ปี โดยอาการชักนั้นมีหลายรูปแบบที่เราพบเจอได้ เช่น อาการชักเกร็ง เราจะเห็นตัวผู้ป่วย ตัวเกร็ง แข็ง อาการชักกระตุก ก็จะมีอาการชัก และกระตุกร่วมกัน และอาการชักเหม่อ ซึ่งจะสังเกตอาการได้ยาก เพราะ เป็นอาการชักที่นิ่งไปเฉย ๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้ อาการชักอาจจะเกิดช่วงเวลาสั้น ไม่นาน แล้วผู้ป่วยก็กลับมาเป็นปกติ ผลกระทบจากโรคลมชัก ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก อาจได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเข้าสังคม การเรียน และครอบครัว เป็นต้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา หรือไม่ให้ความร่วมมือกับแพทย์ในการทำการรักษา หากเกิดอาการขึ้นขณะทำงานที่มีความเสี่ยงกับความปลอดภัย หรือขับขี่ยานพาหนะ หรือใช้ชีวิตประจำวันอยู่ อาจมีความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้นะคะ ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยควรที่จะเข้ารับการรักษาทันท่วงที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็น โรคลมชัก อันตรายที่อยู่ใกล้ตัว! มาดูผลกระทบ และการดูแลรักษากัน

ไอเสียงแหบ แต่ไม่ได้เป็นหวัด เกิดจากอะไรนะ?

  เมื่อมีอาการไอ หลายคนมักคิดถึงโรคหวัดก่อนอย่างอื่น แต่ความจริงแล้ว ไอเป็นลักษณะอาการที่สามารถบอกโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะอาการไอเรื้อรัง ไอเสียงแหบ แห้ง ที่มักเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ไอเรื้อรัง ไอเสียงแหบ มาจากอะไรได้บ้าง ? – มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ไรฝุ่น หรือเชื้อไวรัสจากหวัดลงคอ สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการออกผ่านการไอ หากมีอาการคันยุบยิบที่ตา ร่วมกับจามเป็นระยะ อันนี้ก็แน่ใจได้เลยว่า คุณกำลังไอเพราะเป็นโรคภูมิแพ้! – โรคหอบหืด การไอแห้ง ๆ ติด ๆ กันเป็นจังหวะรัวเร็ว ที่มาพร้อมกับอาการหายใจไม่สะดวก เป็นสัญญาณว่าโรคหอบหืดได้มาเยือนคุณแล้ว บางครั้งอาจมาพร้อมกับอาการหายใจติดขัด เพราะระบบทางเดินหายใจอักเสบหรือติดเชื้อได้ด้วย และถ้าไอจนหอบ และมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วยทุกครั้งที่ไอ และรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคหอบหืดได้แล้ว – โรคกรดไหลย้อน ถ้าคุณไออย่างแรงเป็นพัก ๆ โดนเฉพาะหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ หรือทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอน และมีอาการแสบร้อนกลางอกและเสียงแหบทุกครั้งหลังไอเสร็จ ก็เป็นไปได้ว่าคุณเป็นเหยื่อของโรคกรดไหลย้อนเข้าแล้ว – ผลข้างเคียงจากยา ถ้าคุณเป็นโรคที่เกี่ยวกับความดัน และกำลังกินยาลดความดันกลุ่ม ACE ไอเสียงแหบ แต่ไม่ได้เป็นหวัด เกิดจากอะไรนะ?

4 เคล็ดลับดูแลลูกรักในครรภ์ ยุคโควิดระบาด!

  1. ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หากกำลังตั้งครรภ์คุณแม่สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ตามปกติหลังมีอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน สำหรับผู้ที่ไม่แนะนำให้ฉีด คือ คุณแม่ที่มีอาการแพ้วัคซีนจากเข็มแรกอย่างรุนแรง หรือมีข้อห้ามจากแพทย์ที่ทำการดูแลโดยตรง ดาวน์โหลด คู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หลังคลอด และเด็กเล็กในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อ COVID-19 จากกรมอนามัย ได้ที่นี่ ->https://bit.ly/340UGDR 2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกในครรภ์ หลักการง่าย ๆ ในการรับประทานอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ ทานให้หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ เป็นประจำทุกวัน อาทิ แป้ง โปรตีน ผัก ผลไม้ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอนั่นเอง อาหารคนท้อง 3 ไตรมาส ควรกินอะไรดี? เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักในครรภ์ 3. ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เสพข่าวโควิดจนเกินไป ข่าวเกี่ยวกับโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องติดตามตลอดทั้งวัน เพราะจะทำให้เครียด และส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ได้ 4. เสริมวิตามิน 4 เคล็ดลับดูแลลูกรักในครรภ์ ยุคโควิดระบาด!

การรักษาโรคซึมเศร้า รู้เท่าทันก่อนจะสาย

  ปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่เป็นโรคซึมเศร้ากันมากขึ้น ซึ่งโรคซึมเศร้าสามารถพบเจอได้ทุกช่วงวัยไม่จำกัด แต่ผู้สูงอายุอาจจะมีปัจจัยที่เป็นได้มากกว่า เช่น พอไม่ได้ทำงาน หรือมีเวลามากขึ้น ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรม เข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูงเหมือนเดิม หรือลูก ๆ หลาน ๆ ไม่มีเวลาให้ก็จะเริ่มมีความเครียด วิตกกังวล สะสมจนส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งต้องระวังว่าภาวะโรคซึมเศร้าอาจจะมีโอกาสเสี่ยงให้เกิด โรคอื่น ๆตามมา ซึ่งอาจรุนแรงจนมีผลร้ายแรงต่อชีวิต และบทความต่อไปนี้จะแสดงถึงสาเหตุและ การรักษาโรคซึมเศร้า สาเหตุที่ทำให้เกิด โรคซึมเศร้า ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง เป็นปัจจัยที่เกิดจากภายในร่างกายเอง ความเครียด ปัจจัยภายนอกที่มากระทบไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ปัญหาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ การทำงาน สะสมเป็นเวลานาน ๆ ทัศนคติ หรือบุคลิกภาพบางอย่าง ก็ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ เช่น ขี้วิตกกังวล ขาดความมั่นใจ เหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิต บางคนอาจเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ หรือญาติพี่น้องเสียชีวิตกระทันหัน ก็ทำให้เข้าสู่ภาวะซึมเศร้าได้ การดูแล-รักษาโรคซึมเศร้า ทำอย่างไรได้บ้าง? ถ้าผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อปรับให้สารสื่อประสาทในสมองเข้าสู่ภาวะปกติ ภาวะของโรคซึมเศร้าก็จะหายไปได้ ทั้งนี้การใช้ยาเพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอตามดุลยพินิจของแพทย์ อาจจำเป็นต้องใช้เวลารักษานานหลายปี หากมีการปรับพฤติกรรมรวมถึงรับประทานยาอย่างต่อเนื่องก็สามารถหายเป็นปกติได้ โรคซึมเศร้าที่เกิดจากภาวะความเครียด หรืออาการเจ็บป่วยทางสภาพจิตใจ จำเป็นต้องดูแลเยียวยาภาวะความเครียดนั้นควบคู่ไปกับการใช้ยาด้วย การรักษาโรคซึมเศร้า รู้เท่าทันก่อนจะสาย

8 อาหารกินแล้วไอ เลี่ยงได้เลี่ยง ในยุคโควิดระบาด!

  8 อาหารกินแล้วไอ เลี่ยงได้เลี่ยง ในยุคโควิดระบาด! 1. อาหารหวานจัด 2. อาหารทอด 3. อาหารรสจัด 4. อาหารมันจัด 5. น้ำปั่น น้ำเย็นจัด 6. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 7. ผลิตภัณฑ์จากนม 8. ขนม ถั่ว ผลไม้แห้ง 9. อาหารที่เราแพ้เป็นประจำ เช่น อาหารทะเล ถั่ว นม เป็นต้น ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : gedgoodlife Nutroplex : nutroplexclub Twitter      : @gedgoodlife 8 อาหารกินแล้วไอ เลี่ยงได้เลี่ยง ในยุคโควิดระบาด!

การป้องกัน และบำบัดอาการไอ

  หากเพื่อนๆ คนไหนมีอาการ “ไอ” ไม่มาก พอจะรักษาด้วยตัวเองได้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองตามข้อมูลที่อยู่ด้านล่าง จะช่วยบรรเทาอาการ “ไอ” ให้ลดลงได้ครับ 😉 ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : โรงพยาบาลเบญจรมย์ ลพบุรี

อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) – อาการ และวิธีป้องกัน

  อาหารเป็นพิษ คือโรคที่เกิดจากการกิน หรือดื่มสิ่งที่ปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อโรค หรือสารพิษอื่น ๆ สามารถพบได้ทุกช่วงเวลาของปี โดยมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อาหารที่เชื้อโรค มีสารพิษ น้ำแข็งไม่สะอาด มีโรคประจำตัว กระเพาะอักเสบ ภูมิต้านทานอ่อนแอ เป็นต้น อาการอาหารเป็นพิษ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีไข้ วิธีป้องกัน ล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหาร ล้างผักผลไม้เอาสารพิษออก ทำอาหารปรุงสุก ไม่กินดิบ ดูวันหมดอายุ ก่อนบริโภค ไม่กินอาหารที่หมดอายุแล้ว ควรนำไปทิ้ง ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่ ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่… Facebook : GEDGoodLife Nutroplex : nutroplexclub Twitter    อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) – อาการ และวิธีป้องกัน

ควรทำอย่างไรดีนะ? ไม่ให้ โรค กรดไหลย้อน ย้อนกลับมาหาอีก!

  โรค กรดไหลย้อน หรือโรคเกิร์ด (GERD) โรคสุดยอดแห่งความทรมาน ที่แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากทีเดียว เกิดจากภาวะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไหลย้อนกลับขึ้นไปสร้างความระคายเคืองในหลอดอาหาร และลำคอ มีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาทางปาก ทำให้เกิดอาการระคายบริเวณลำคอ และแสบอก หรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ และมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย มักพบในผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย โรค กรดไหลย้อน เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักของ กรดไหลย้อน มาจากความผิดปกติในการทำหน้าที่ของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้ไม่สามารถต้านแรงดันในช่องท้อง และการบีบตัวของกระเพาะอาหารได้ มักมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับความอ้วน โรคเบาหวาน โรคไส้เลื่อนกะบังลม และปัจจัยอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมการกิน การทานอาหารอาหารรสจัด อาหารไขมันสูง อาหารทอด ชา กาแฟ น้ำอัดลม การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การนอน หรือเอนหลังทันทีหลังทานอาหาร ความเครียด ตลอดจนการสวมเสื้อผ้าคับ และรัดเข็มขัดที่รัดแน่นเกินไป การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม ยาลดความดันกลุ่มปิดกั้นเบตา และกลุ่มต้านแคลเซียม ยาต้านคอลิเนอร์จิก ตลอดจนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ก็มีผลกระตุ้นให้เกิดการคลายตัวของหูรูดหรือมีการหลั่งกรดเพิ่มมากขึ้นได้ ควรทำอย่างไรดีนะ? ไม่ให้ โรค กรดไหลย้อน ย้อนกลับมาหาอีก!

เซฟเก็บไว้เลย! เบอร์สำคัญ ติดต่อยามฉุกเฉิน ในวัน COVID-19 แห่งชาติ!

  สอบถาม COVID-19  : โทร 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค เช็คสิทธิรักษา (บัตรทอง) : โทร 1330 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หาเตียงผู้ป่วยโควิด : โทร 1668 กรมการแพทย์ สายด่วนเฉพาะกิจ เจ็บป่วยฉุกเฉิน : โทร 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สิทธิประกันสังคม : โทร 1506 สำนักงานประกันสังคม ปรึกษาสุขภาพจิต : โทร 1323 กรมสุขภาพจิต ปรึกษาแพทย์ ฟรี : โทร 1378 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ : 1556 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปรึกษาเรื่องยา : 1648 องค์การเภสัชกรรม GPO #อินโฟกราฟิก #Infographic #อินโฟกราฟิกเพื่อสุขภาพ #อินโฟกราฟิกโควิด ปรึกษาปัญหาสุขภาพ เซฟเก็บไว้เลย! เบอร์สำคัญ ติดต่อยามฉุกเฉิน ในวัน COVID-19 แห่งชาติ!

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save