gedgoodlife

สารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน

บทความโดย ดร. ภก. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ การทำงานของสารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน พร้อมลดความรุนแรงของแผลบริเวณหลอดอาหารที่เกิดจากกรดไหลย้อนซ้ำ ๆ โดยการสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผนังกระเพาะอาหารจากกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยลดการระคายเคือง แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก รวมถึงอาการสำคัญอื่น ๆ ที่เกิดจากภาวะกรดไหลย้อน โดยผ่านกลไกการทำงานหลัก ดังนี้ โซเดียมแอลจิเนต (Sodium Alginate) สารสำคัญในกระบวนการสร้างชั้นฟิล์มหรือชั้นเจล (ANTI-REFLUX) บนผิวหน้าของเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากโซเดียมแอลจิเนตเป็นเส้นใยชนิดละลายน้ำ จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำและพองตัว ช่วยสร้างชั้นฟิล์มหนาบนผิวหน้าของเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหาร ชั้นฟิล์มนี้ช่วยปกป้องผนังกระเพาะอาหารจากการสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารโดยตรง ป้องกันไม่ให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ลดการระคายเคืองและอาการแสบร้อนกลางอก สารสกัดจากชะเอมเทศ (Licorice Extract) มีสารสำคัญ คือ กรดกลีซีร์ริซิก (Glycyrrhizic acid) เป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในรากชะเอมเทศ (licorice root) นิยมใช้เป็นยาสมุนไพร กรดกลีซีร์ริซิกมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ลดภาวะกรดเกิน (ACID REDUCTION) ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยลดการระคายเคืองของเยื่อบุหลอดอาหาร ช่วยสมานแผล กระตุ้นการหลั่งสารเมือก มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร สารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน

โรคเบาหวาน

นพ. ธัญ จันทรมังกร อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคไต ท่านมีอาการดังนี้หรือไม่ ปัสสาวะบ่อยขึ้น? กระหายน้ำบ่อยขึ้น? หิวบ่อยขึ้น? น้ำหนักลดผิดปกติ? ตามัว? เป็นแผลแล้วหายช้า? ถ้ามี!! ท่านอาจกำลังเป็นเบาหวาน ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนถึง 5.2 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยมีอัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ ประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ในจำนวนนี้ 40 % ไม่ทราบว่าตัวเองป่วยเป็นเบาหวาน ขณะที่ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย และดูแลรักษามีเพียง 2.8 ล้านคน คิดเป็น 54.1% ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คน ที่สามารถบรรลุเป้าหมายใน การรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน โรคเบาหวานวินิจฉัยได้อย่างไร การวินิจฉัยโรคเบาหวานอาศัยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตามเกณฑ์ ดังนี้ * คนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือด 70-99 มก./ดล. และหลังรับประทานอาหาร แล้ว 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลจะไม่เกิน 140 มก./ดล เบาหวานไม่ใช่แค่น้ำตาลในเลือดสูง ในผู้ป่วยเบาหวานสามารถพบภาวะแทรกซ้อนได้อีกมากมาย โรคเบาหวาน

สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่ ห่างไกลภูมิแพ้ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ

ภญ.ฐิตาภา ภาษานนท์ อาการของโรคภูมิแพ้ คือภาวะอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เนื่องจากสัมผัสต่อสารก่อภูมิแพ้ในผู้ป่วยที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ ทำให้เกิดอาการ คัดจมูก มีน้ำมูก คันจมูกและจาม อาการดังกล่าวอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งการนอนหลับ การเรียน การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้อาการดังกล่าวอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตขอวงผู้ป่วย ทั้งการนอนหลับ การเรียน การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในประเทศไทยได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรหญ้า เชื้อรา สุนัขและแมว วิธีการรักษา รับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamine) – แนะนำให้ทานยาต้านฮิสทามีนชนิดกินรุ่นที่ 2 เช่น loratadine cetirizine ในการคุมอาการทางจากจมูกของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้มากกว่ายาต้านฮิสทามีนชนิดกินรุ่นที่ 1 วิธีการดูแลตัวเอง ลดการสัมผัสกับไรฝุ่น – โดยจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ทำความสะอาดเช็ดถูบ้านทุกวัน – ใช้ปลอกหมอนและปลอกที่นอนในการหุ้มเครื่องนอนเพื่อป้องกันไรฝุ่น –  ทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งโดยซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 50 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 20 นาที ลดการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง – สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่ ห่างไกลภูมิแพ้ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ

ไอแบบมีเสมหะ ต่างจากไอแบบอื่น ๆ อย่างไร

ไอแบบมีเสมหะต่างจากไอแบบอื่นๆ อย่างไร ทำไมต้องเลือกยากแก้ไอให้ถูกประเภท อาการไอเป็นสัญญาณของร่างกายที่อยู่คู่มนุษย์มาทุกยุคสมัย เป็นกลไกธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น ควัน หรือเชื้อโรค เข้าสู่ทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคือง ร่างกายจึงพยายามกำจัดสิ่งเหล่านั้นออกด้วยการไอ หลายคนมักเข้าใจว่าเมื่อมีอาการไอ การซื้อยาแก้ไอทั่วไปจะช่วยบรรเทาได้ แต่ความจริงแล้ว อาการไอมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบตอบโจทย์การรักษาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอาการไอแบบมีเสมหะ ที่จำเป็นต้องพิถีพิถันเลือกใช้ยาที่เหมาะสม มาร่วมค้นหาว่าอาการไอแบบมีเสมหะต่างจากแบบอื่นอย่างไร และทำไมการเลือกใช้ยาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไอแบบมีเสมหะคืออะไร? ไอแบบมีเสมหะเกิดจากการที่ร่างกายพยายามขับเสมหะหรือเมือกที่สะสมอยู่ในทางเดินหายใจออกมา อาการนี้มักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ หรือโรคหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หากอาการไอเกิดในช่วงกลางคืนมักมีเสมหะไหลลงคอขณะนอนหลับ ท่าราบทำให้เสมหะไหลเข้าสู่ลำคอและกระตุ้นให้เกิดอาการไอมากขึ้น   นอกจากนี้ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งร่างกายจะพยายามขับออกมา ทำให้เกิดอาการไอแบบมีเสมหะ เสมหะนั้นมีหน้าที่ช่วยดักจับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อมีปริมาณมากเกินไป อาจทำให้การหายใจลำบากและกระตุ้นให้ไอหนักขึ้น การรักษาอาการไอแบบมีเสมหะจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ยาที่เหมาะสมเพื่อลดเสมหะและช่วยให้การหายใจดีขึ้น อาการไอแบบมีเสมหะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไอมีเสมหะแบบเฉียบพลัน – จะมีอาการไอที่ไม่เกิน 3 สัปดาห์ ไอแบบมีเสมหะ ต่างจากไอแบบอื่น ๆ อย่างไร

โรคภูมิแพ้อากาศ คืออะไร อาการภูมิแพ้อากาศ พร้อมวิธีดูแลตัวเอง

โรคภูมิแพ้อากาศ เป็นภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ละอองเกสร หรือขนสัตว์ ส่งผลให้เกิดอาการ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันตา หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร โรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมี ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น ควันบุหรี่ หรือเชื้อรา เมื่อร่างกายของผู้ที่มีความไวต่อสารเหล่านี้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) และสารเคมีอื่น ๆ ออกมา ทำให้เกิดอาการไม่สบายในระบบทางเดินหายใจ อาการของโรคนี้อาจเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ (ตามฤดูกาล) หรือเป็นตลอดปี ขึ้นอยู่กับสิ่งกระตุ้นที่พบในแต่ละบุคคล อาการแบบไหน ที่เรียกว่าภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้หรืออาการของโรคภูมิแพ้อากาศ มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ทำให้เกิด อาการทางจมูก ตา และผิวหนัง ซึ่งอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภูมิแพ้ในแต่ละคน 1. อาการทางจมูก โรคภูมิแพ้อากาศ คืออะไร อาการภูมิแพ้อากาศ พร้อมวิธีดูแลตัวเอง

ฝุ่นภูมิแพ้ PM 2.5 กับยาแก้แพ้ลอราทาดีน

ปัจจุบันฝุ่นละออง PM 2.5 กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ผู้คนในเมืองใหญ่ต้องเผชิญกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง อากาศอบอ้าวไม่มีลม หรือในวันที่มีการจราจรหนาแน่น สำหรับผู้ที่มีความไวต่อฝุ่น อนุภาคฝุ่นขนาดเล็กนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ทำให้มันสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ง่าย โดยผ่านเข้าไปในปอดและกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว การสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย อาทิ จาม น้ำมูกไหล คันจมูก หรือแม้กระทั่งอาการหายใจลำบาก นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งนำไปสู่อาการที่รุนแรงขึ้น เช่น โรคปอดอักเสบ หรือภาวะหอบหืดกำเริบ สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการขยายตัวของเมือง การขนส่ง การก่อสร้าง และกิจกรรมอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นแหล่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทำให้ผู้คนในยุคนี้ต้องเผชิญกับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน การตระหนักรู้ การป้องกัน รวมถึงแนวทางการปฎิบัติตัวที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ฝุ่น PM 2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน ฝุ่นภูมิแพ้ PM 2.5 กับยาแก้แพ้ลอราทาดีน

กรดไหลย้อน ทำให้มีกลิ่นปากจริงหรือไม่

นพ. อุดมรัช โกวิททวิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.พญาไท นวมินทร์   กรดไหลย้อนทำให้มีกลิ่นปากจริงหรือไม่? คำตอบคือ จริง เพราะกรดไหลย้อน มีอาการได้หลายแบบ เช่น กลุ่มอาการของหลอดอาหาร (esophageal syndrome) เช่น แสบร้อนยอดอก (heart burn) , เรอเปรี้ยว (regurgitation) , อาการเจ็บแน่นหน้าอก (reflux chest pain syndrome) เป็นต้น กลุ่มอาการนอกหลอดอาหาร (extraesophageal syndrome) เช่น อาการไอ (reflux cough syndrome) กล่องเสียงอักเสบ เสียงแหบ กลิ่นปาก (halitosis) อาการหอบหืด (reflux asthma syndrome) จุกแน่น หรือรู้สึกมีก้อนอาหารค้างในลำคอ (Globus sensation) หูอักเสบ ฟันกร่อน เป็นต้น   กลไกที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก กรดไหลย้อน ทำให้มีกลิ่นปากจริงหรือไม่

ส้มตำ 30 เม็ด เผ็ดปกติลิ้น แต่ปกติกระเพาะหรือไม่

นพ. อุดมรัช โกวิททวิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.พญาไท นวมินทร์   ต้องบอกเลยว่า อาหารรสเผ็ด หรือรสชาติเผ็ดร้อน เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน บางครั้งตอนทานอาจอร่อยปาก แต่เมื่ออาหารเคลื่อนสู่กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ กลับกลายทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง ปวดท้อง ท้องเสียได้ บางครั้งมีอาการรุนแรง ถึงกับคลื่นไส้ และอาเจียนออกมาได้ ทำไมพริกถึงทำให้เกิดปัญหา? พริกมีสาร “แคปไซซิน” ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้ยังกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่อาการท้องเสียได้ หากทานเผ็ดมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารหรือปัญหาอื่น ๆ ตามมา สาเหตุของโรคกระเพาะไม่ได้มีแค่พริก โรคกระเพาะอาหารมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น ยาบางชนิด การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือแม้แต่ความเครียด การรักษาจึงต้องมุ่งเน้นที่สาเหตุ พร้อมปรับพฤติกรรมการกินและจัดการความเครียดควบคู่กันไป แต่อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ยาที่ระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ยาแก้ปวดบางชนิด (NSAIDs) การติดเชื้อแบคทีเรีย H.pylori ที่กระเพาะอาหาร หรือปัจจัยกระตุ้นด้านจิตใจและอารมณ์ เป็นต้น ทานเผ็ดอย่างไรให้ปลอดภัย ค่อย ส้มตำ 30 เม็ด เผ็ดปกติลิ้น แต่ปกติกระเพาะหรือไม่

6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

โดย แพทย์หญิงวรยา ขัตติพัฒนาพงษ์ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มมีอาการป่วย ไม่สบายกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนมาฝากกัน การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม แต่ในช่วงฤดูฝนที่อากาศแปรปรวน การดูแลสุขภาพยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เราป่วยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มาดูกันเลยว่ามีวิธีอะไรบ้างที่เราสามารถทำได้เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงฤดูฝนนี้ 1.รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ: เริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จำพวกโปรตีน ผัก ผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารพวกน้ำตาล ไขมัน ฟาสต์ฟูด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ 2.ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำ เพราะสภาพอากาศที่ร้อนชื้นอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ปริมาณที่ควรดื่มในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไป เช่น อายุ เพศ กิจกรรม ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป แนะนำให้ดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน 3.ระวังอาการแพ้: ในบางคน ฝนตกอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้นหากมีอาการบวม คัน หรือจามบ่อย ๆ หากเป็นไม่มาก พยายามเลี่ยงละอองฝุ่น ฝน หรือละอองเกสรของพืชบางชนิดที่ผลิบานในฤดูนี้ 6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

ฟรีแลนซ์ปั่นงานหนักนอนน้อย ระวัง!..ภูมิแพ้

บทความนี้เขียนโดย ดร. ภก. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษ  ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ การทำงานหนักเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการกำเริบได้ง่าย ย่อมเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ท้าทาย  แต่การทำงานหนักพร้อมกับ เป็นภูมิแพ้ และต้องดูแลตัวเอง เป็นสิ่งที่ท้าทายและสามารถทำได้ด้วยการวางแผนและจัดการสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยภูมิแพ้สามารถทำงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสุขภาพที่ดี การทำงานหนักพร้อมกับเป็นภูมิแพ้ และต้องดูแลตัวเอง: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ GEDไว้แก้แพ้ แนวทางการดูแลสุขภาพ รู้จักสารก่อภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงหรือลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ทำความสะอาดบ้าน ที่ทำงาน เป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ท่ามกลางฝุ่นละออง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การทานอาหารที่เหมาะสม อาหารที่เหมาะสมและมีสารอาหารสำคัญสามารถช่วยเสริมสร้างร่างกายและป้องกันโรคได้ ควรรับประทานผักผลไม้ แป้งธัญพืชเต็มเม็ด โปรตีนที่มีคุณค่าสูง และไขมันที่ดี เช่น ไข่และนมถั่วเหลือง เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลิกสูบบุหรี่เพราะการสูบบุหรี่ทำร้ายสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ลดการดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากแอลกอฮอล์ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ควบคุมน้ำหนัก เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ฝึกสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด พร้อมหาเวลาพักผ่อนหย่อนใจผ่อนคลายความเครียด ฟรีแลนซ์ปั่นงานหนักนอนน้อย ระวัง!..ภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ในเด็กเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่

รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน จากสถิติในปัจจุบันพบว่าเด็กไทยเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น 3-4 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม มลภาวะต่าง ๆ และความเป็นเมืองที่มากขึ้น ทั้งยังมีปัจจัยจากพฤติกรรมของเราที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น การขาดการออกกำลังกาย การกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เด็กกินนมแม่ลดลง และการสูบบุหรี่ ที่มากขึ้นทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย 3 อันดับ ได้แก่ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งพบได้สูงถึง 30% ในเด็กไทย และโรคหืดหรือหอบหืดซึ่งพบได้มากถึง 13% ในเด็กไทย ส่วนโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบพบรองลงมา โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ “โรคแพ้อากาศ” เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดากลุ่มโรคภูมิแพ้ทั้งหมด ซึ่งโรคนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้แพ้ อากาศ หรือ ออกซิเจน แต่ เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสารบางอย่างที่เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ ในอากาศ (aeroallergen) เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ละอองเกสรดอกไม้ รังแคสัตว์ เช่น โรคภูมิแพ้ในเด็กเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่

เปิดเทอมใหม่ทีไร ลูกเป็นหวัดทุกที!

โดย แพทย์หญิงวรยา ขัตติพัฒนาพงษ์ เปิดเทอมใหม่ทีไร ลูกเป็นหวัดทุกที! ปัญหาโลกแตกของพ่อแม่หลายๆ คน เมื่อลูกต้องกลับไปโรงเรียนเจอเพื่อนๆ แล้วก็มักจะกลับมาพร้อมกับน้ำมูกไหล ไอ จาม ไม่สบายตัว ไม่ใช่แค่เรื่องอากาศเปลี่ยนแปลง แต่การที่เด็กๆ มาอยู่รวมกัน ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงพอ และการระบาดของโรคตามฤดูกาล ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เด็กๆ เป็นหวัดหรือโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น ไข้หวัด vs ภูมิแพ้ ต่างกันอย่างไร? หลายคนอาจสงสัยว่าลูกเป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้กันแน่? ทั้งสองโรคมีอาการคล้ายกันหลายอย่าง เช่น น้ำมูกไหล คัดจมูก จาม แต่สาเหตุและลักษณะเฉพาะของอาการแตกต่างกันดังนี้: หวัด: เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย มักมีไข้ เจ็บคอ ไอ และอ่อนเพลียร่วมด้วย อาการมักดีขึ้นภายใน 7-10 วัน ภูมิแพ้: เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร รังแคสัตว์ มักมีอาการคัน จาม น้ำมูกใส และคันตา อาการมักเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้     วิธีป้องกันลูกน้อยไม่ให้ป่วย เปิดเทอมใหม่ทีไร ลูกเป็นหวัดทุกที!

รักสุขภาพ กรดไหลย้อนป้องกันได้

นายแพทย์ยงยุทธ หวังรุ่งทรัพย์ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ท่านทราบไหม? วิถีชีวิตแบบสังคมเมืองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหลายอย่างตามมา โดยไม่รู้ตัว โรคหนึ่งที่พบเห็นกันบ่อยในปัจจุบันคือ โรคกรดไหลย้อน หรือที่เรียกกันว่า GERD (Gastro-Esophageal Reflux Disease) อาการของโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD คือ มีอาการรู้สึกจุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกเหนือลิ้นปี่ ที่เรียกว่า Heartburn อาการจุกแน่นอาจลามมาถึงบริเวณคอ มักเกิดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ บางท่านอาจรู้สึกมีรสเปรี้ยวหรือขมในบริเวณปากและคอ บางทีอาจพบเศษอาหารขย้อนขึ้นมาถึงปาก อาการจุกเสียดอาจนานถึง 2 ชั่วโมง และจะแย่มากขึ้นถ้ากลืนอาหาร หรืองอตัวลง หรือนอนราบ แต่จะดีขึ้นถ้ายืนขึ้น หรือรับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร จำพวก Antacid เพราะยาจะไปลดความเป็นกรดในหลอดอาหาร นอกจากนี้ บางท่านตื่นขึ้นมาตอนเช้า อาจรู้สึกปากขมหรือเปรี้ยวในปากและคอ เนื่องจากมีน้ำย่อยหรือเศษอากหารไหลย้อนมาถึงปากและคอ บางท่านอาจกลืนติดขัด มีกลิ่นปาก ฟันผุ เสียงแหบ หรือไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ จนคิดว่าเป็นโรคหืด แต่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาตามปกติ ปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน คือ 1. ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ รักสุขภาพ กรดไหลย้อนป้องกันได้

โรคกรดไหลย้อน สาเหตุ อาการเตือน และแนวทางรักษา I GED good life

บทความโดย ดร. ภก. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) เป็นภาวะที่เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย (Lower Esophageal Sphincter: LES) จะทำหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับ แต่ในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน จะพบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อปิดปากหลอดอาหาร ซึ่งจะทำให้เนื้ออาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ ดังนี้ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การทานอาหารเผ็ด กระเทียม ผักสดหรือผลไม้เปรี้ยว ทานอาหารมื้อใหญ่ ทานอาหารก่อนนอน ทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารรสจัด ทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน การตั้งครรภ์ โรคบางชนิด เช่น โรคหืดหอบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน ยาบางชนิด เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาต้านซึมเศร้า ปัจจัยพันธุกรรม อาการ อาการของโรคกรดไหลย้อนที่พบได้บ่อย ได้แก่ แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่หรือหน้าอก มักเกิดหลังรับประทานอาหาร เรอเปรี้ยว โรคกรดไหลย้อน สาเหตุ อาการเตือน และแนวทางรักษา I GED good life

คันจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด หรือภูมิแพ้กันแน่

เภสัชกร โชติมา หาญณรงค์ ผู้ชำนาญการด้านเภสัชกรรม  การแยกระหว่างหวัด ภูมิแพ้ และอาการคันจมูก น้ำมูกไหล อาจทำได้ยาก เนื่องจากมีอาการบางประการที่คล้ายคลึงกัน การแยกระหว่างหวัดและภูมิแพ้จากอาการคันจมูก น้ำมูกไหล ทั้งหวัดและภูมิแพ้ต่างก็ทำให้เกิดอาการคันจมูก น้ำมูกไหล แต่มีรายละเอียดบางประการที่ช่วยแยกความแตกต่างระหว่างสองโรคนี้ได้ดังนี้: หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัส อาการมักปรากฏหลังจากสัมผัสกับผู้ป่วยเป็นหวัด 1-3 วัน อาการทั่วไป ได้แก่ คันจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ บางครั้งอาจมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย อาการมักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ภูมิแพ้ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ อาการทั่วไป ได้แก่ คันจมูก น้ำมูกไหล จาม คันตา คันจมูกบางครั้งอาจมีน้ำตาไหลและคัดจมูก อาการมักไม่หายเอง จำเป็นต้องรักษาด้วยยาหรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้   ปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยแยก อาการ หวัด ภูมิแพ้ ระยะเวลา อาการหวัดมักปรากฏชั่วคราว คันจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด หรือภูมิแพ้กันแน่

มีเสมหะ ระคายคอ กินยาและดูแลตัวเอง อย่างไรดี

  เภสัชกร โชติมา หาญณรงค์ ผู้ชำนาญการด้านเภสัชกรรม  เสมหะ เป็นสารเหนียวข้นที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อดักจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส และสารระคายเคืองอื่นๆ ออกจากทางเดินหายใจ  ปกติแล้ว ร่างกายจะกำจัดเสมหะออกจากร่างกายโดยการไอ หรือ กลืนลงคอ อาการมีเสมหะ ระคายคอ คันคอ นั้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไข้หวัด โรคภูมิแพ้ หรือ การระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม สาเหตุที่พบบ่อยของเสมหะ 1. หวัด: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเสมหะ เกิดจากไวรัสที่ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ 2. ไซนัสอักเสบ: เป็นการอักเสบของโพรงจมูก เกิดจากแบคทีเรีย หรือ ไวรัส 3. หลอดลมอักเสบ: เป็นการอักเสบของหลอดลม เกิดจากไวรัส หรือ แบคทีเรีย 4. ปอดอักเสบ: เป็นการอักเสบของปอด เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือ เชื้อรา 5. ภูมิแพ้: เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ มีเสมหะ ระคายคอ กินยาและดูแลตัวเอง อย่างไรดี

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

Save