5 สูตรเด็ดแก้หวัด อย่างเห็นผล!

สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับสภาพอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงบ่อยก็คือ โรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะปัญหาไข้หวัด ที่นอกจากจะทำให้คุณเจ็บป่วยทรมานแล้ว ยังเป็นอาการเริ่มต้นของโรคร้ายแรงหลาย ๆ โรคอีกด้วย วันนี้ GedGoodLife จึงมี 5 สูตรเด็ดแก้หวัด อย่างเห็นผล! มาแนะนำให้ลองนำไปทำตามกันได้แบบง่าย ๆ สุขภาพดีห่างไกลหวัด

1503-ไข้หวัด-1

โรคไข้หวัด มีสาเหตุจากอะไร?

ไข้หวัด หรือ ไข้หวัดทั่วไป (Common Cold) คือ โรคที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เช่นจมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง โดยเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัด มีสายพันธุ์ย่อย ๆ มากกว่า 200 ชนิด เลยทีเดียว

ทั้งนี้ไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดได้มากที่สุด คือ ไรโนไวรัส (Rhinovirus - คำว่า Rhino แปลว่า จมูก ไรโนไวรัส เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับจมูก) เป็นเชื้อไวรัสที่พบมากที่สุดในมนุษย์ และเป็นสาเหตุสำคัญของไข้หวัด โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีความหลากหลายทางสายพันธุ์มาก

เมื่อร่างกายของเราหายจากไข้หวัดแล้ว ร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อชนิดนั้นขึ้นมา แต่เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ก็มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ หมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ จึงทำให้คนเราเป็นไข้หวัดกันได้ปีละหลายครั้ง


อาการของไข้หวัด

เมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัด ความรุนแรงของอาการจะมีมากในช่วง 2-3 วันแรก ก่อนจะค่อย ๆ ทุเลาลง โดยอาการของไข้หวัดทั่วไป จะมีดังต่อไปนี้

- มีไข้ต่ำ ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพัก ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย (ในเด็กอาจมีไข้สูงเฉียบพลัน ในผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ก็ได้) อาการไข้มักเป็นอยู่ 2 - 4 วัน แล้วก็จะหายไปเอง

- น้ำมูกไหล (มักเป็นน้ำมูกใส ๆ ไม่ข้น)
* ในรายที่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีไข้เกิน 4 วัน หรือมีน้ำมูกเข้มข้นเหลือง หรือเขียวเกิน 24 ชั่วโมง หรือไอมีเสมหะสีเหลือง หรือเขียวทุกครั้ง

- คัดจมูก หายใจได้ไม่สะดวกเนื่องจากจมูกบวม

- ไอแห้ง ๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อย ลักษณะใส หรือขาว ๆ จามบ่อยครั้ง แม้ไข้หวัดจะดีขึ้นแล้วแต่ผู้ป่วยอาจมีอาการไออยู่ต่อไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะหายเป็นปกติ

- เสียงแหบ

- ปวดศีรษะ หรือปวดหู (หากมีอาการปวดหูมาก ๆ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่หู)

- ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย

- มีอาการระคายเคืองที่ดวงตา หรือมีตาแดง ขี้ตา


5 สูตรเด็ดแก้หวัด อย่างเห็นผล!

1. สร้างสุขอนามัยที่ดี

ไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แต่มันก็จะทำอะไรเราไม่ได้เลย ถ้าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกายนั้นก็ทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มจาก

  • พักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • ทานอาหารที่มีโปรตีนสูง อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • ทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์สูง เช่น โยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาการหวัดได้

1503-ไข้หวัด1

2. รักษาความสะอาด

คุณสามารถติดหวัดได้ง่ายมาก เพียงแค่คนที่อยู่ข้าง ๆ ไอหรือจาม ก็สามารถส่งไวรัสหวัดมาให้คุณได้ทันที รวมถึงเมื่อคุณสัมผัสกับพื้นผิวที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค เช่น โต๊ะในร้านอาหาร ลูกบิดประตู หรือก๊อกน้ำ ไวรัสหวัดก็มีโอกาสที่จะเข้าสู่ร่างกายของคุณได้ สามารถป้องกันได้โดย

  • ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง หลังสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคติดอยู่
  • พกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือติดตัวไว้เสมอ เผื่อสำหรับกรณีที่คุณไม่สามารถไปล้างมือฟอกสบู่ได้
  • ใช้ทิชชู่เปียก หรือผ้าเปียกฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดพื้นผิวที่คุณต้องสัมผัส
  • ในช่วงที่มีไข้หวัดระบาด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่ผู้คนแออัด เช่น ห้างสรรพสินค้าหรือโรงภาพยนตร์ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือให้สะอาด และอย่าใช้นิ้วมือขยี้ตา หรือแคะไชจมูก

1503-ล้างมือ

3. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วต่อวัน

ใคร ๆ ก็รู้ดีอยู่แล้วหละ ว่าน้ำมีประโยชน์ขนาดไหน และช่วยเรื่องไข้หวัดได้อย่างไร แต่หลายคนก็ยังละเลยที่จะดื่มน้ำให้ได้ตามคำแนะนำ เราจึงขอย้ำถึงประโยชน์ของน้ำอีกสักครั้ง

  • ช่วยขับสารพิษ และเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้
  • ลดอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น
  • ช่วยทำให้ฟื้นจากไข้ได้เร็วขึ้น
  • การดื่มน้ำผัก และผลไม้ที่มีประโยชน์ ยังเป็นการเพิ่มแร่ธาตุและวิตามินให้แก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้

1503-ไข้หวัด-2

4. เลิกสูบบุหรี่

ภัยสุขภาพจากการสูบบุหรี่นั้นมีตั้งแต่มะเร็งปอด ไปจนถึงริ้วรอยก่อนวัยอันควร และมันยังทำให้คุณมีโอกาสเป็นหวัดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จะเป็นหวัดบ่อยกว่าผู้ที่ไม่สูบเลย และเมื่อล้มป่วย ผู้ที่สูบบุหรี่ยังมีอาการหนักกว่าอีกด้วยนะ

1503-เลิกสูบบุหรี่

5. เตรียมพร้อมป้องกันเมื่อฤดูหวัดมาเยือน

รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยอาริโซน่าระบุว่า เมื่อออฟฟิศของคุณมีคนป่วยขึ้นมา 1 คน เชื้อโรคจากคน ๆ นั้น จะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง ในการแพร่กระจายไปยังพื้นผิวต่าง ๆ ในออฟฟิศ เช่น ปุ่มบนเครื่องถ่ายเอกสาร มือจับประตู หรือที่เปิดตู้เย็นมือ การเตรียมพร้อมป้องกันตัวเอง ระมัดระวังไม่ให้เป็นไข้หวัดเสียแต่เนิ่น ๆ จึงถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี

1503-เป็นหวัดที่ออฟฟิศ

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีป้องกันไข้หวัด ที่มีประสิทธิภาพ ทำได้ไม่ยาก และได้ผลเสมอ หากนำไปปฏิบัติ อย่างน้อยที่สุด ก็จะสามารถทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน มีแต่จะทำให้สุขภาพของคุณดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่...

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ