“๙ เคล็ดลับเลี้ยงลูก” ตามแบบฉบับของ… “สมเด็จย่า”

สมเด็จย่า

"สมเด็จย่า" หรือ "สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" ของปวงชนชาวไทย เลี้ยงดูพระโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ ด้วยความปราดเปรื่อง หลักแหลม และมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อประเทศชาติ วิธีเลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า จึงเป็นวิธีเลี้ยงลูกที่พ่อแม่ทุกคนควรนำมาเป็นแบบอย่างในการเลี้ยงลูก ซึ่งสามารถดูได้จากพระโอรส และพระธิดาทั้งสามพระองค์ ที่เติบโตมาเป็นบุคคลทรงคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยกย่อง และสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่เมืองไทยเป็นอย่างมาก

"๙ เคล็ดลับเลี้ยงลูก" ตามแบบฉบับของ... สมเด็จย่า

๑. เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า ต้องเลี้ยงอย่างมีเป้าหมาย
สมเด็จย่าทรงเป็นพระมารดา ที่มีเป้าหมายในการเลี้ยงลูกที่ชัดเจน คือทรงตั้งใจพัฒนาอบรมลูก ๆ ให้ดีในทุกด้าน เพื่อให้เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ไม่คิดถึงประโยชน์ของพระองค์เอง

๒. สร้างระเบียบวินัยตั้งแต่เล็ก
สมเด็จย่าทรงเน้นเรื่องวินัยในการดำเนินชีวิต หรือ “ระเบียบวินัยอย่างมีหลักการ” ซึ่งก็คือ การกำหนดขอบเขตของเวลา ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิต ทรงวางแผนการดำเนินชีวิตให้กับพระโอรสและพระธิดา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เนื่องจาก เด็กที่ยังเล็กนั้น จะไม่มีความรู้เรื่องขอบเขตของเวลา คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องจัดสรรเวลาให้ เพื่อสร้างวินัยให้แก่ลูก

๓. ประหยัดอดออมไม่ฟุ่มเฟือย
สมเด็จย่าไม่ทรงโปรดการให้พระธิดา และพระโอรส มีของมากมายอย่างพร่ำเพรื่อ ทั้งสามพระองค์ จะได้รับของขวัญ ก็ต่อเมื่อถึงโอกาสสำคัญอย่างวันปีใหม่ และวันพระราชสมภพเท่านั้น เมื่อต้องการได้ของเล่น หรือของใช้ที่ต้องการ จะรับสั่งให้เก็บออมเงินเพื่อซื้อเอาเอง หรือ ทรงได้รับอนุญาตให้หุ้นกันเพื่อซื้อ หรือจะทรงซื้อให้ ก็ต่อเมื่อเป็นของที่ให้ประโยชน์ เช่น แผ่นเสียง ถ้าเป็นเพลงโปรดของแต่ละพระองค์ จะทรงให้เก็บเงินซื้อเอง แต่ถ้าเป็นเพื่อการศึกษา เช่น เพลงคลาสสิก จะทรงซื้อให้

๔. เล่นอย่างถูกวิธี
เมื่อถึงเวลาเล่น สมเด็จย่าจะปล่อยให้พระโอรสและพระธิดาเล่นอย่างอิสระ โดยทรงเน้นให้เล่นกับธรรมชาติ และสิ่งที่มีในธรรมชาติ เช่น ดิน ทราย น้ำ มากกว่าของเล่น ทรงอนุญาตให้พระโอรสเล่นจุดไฟ แต่จะทรงบอกวิธีในการเล่นที่ถูกต้องด้วย เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ผลจากการที่พระโอรส พระธิดา ได้ทรงเล่นคลุกดินคลุกทราย ได้ทำการทดลองกับธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้ทั้งสามพระองค์ ได้พัฒนาความคิด และความสามารถโดยไม่รู้ตัว

๕. เน้นการพัฒนา EQ มากกว่า IQ
ทรงสอนให้พระโอรสพระธิดารู้จักความรับผิดชอบ เวลาพระโอรสหรือพระธิดาทำผิด จะทรงเรียกมาอธิบายเหตุผล ให้เข้าใจเสียก่อน ทรงเน้นในเรื่องการทำตัวเป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และมีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งต่างเป็นทักษะพื้นฐานในการเผชิญกับโลกเมื่อโตขึ้น ทรงมีหลักในการพัฒนาพระโอรสและพระธิดา ให้มีจริยธรรม ซื่อตรง โดยเน้นไปที่เรื่องการพัฒนาจุดแข็งของตนเอง เคยทรงตรัสไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครดีได้ 100% ต้องหาจุดอ่อน และจุดแข็งให้เจอ เพื่อให้พัฒนาในได้ตรงจุด

๖. สร้างสุขอนามัยที่ดี
สมเด็จย่าทรงเอาใจใส่เรื่องสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง และทรงให้ความสำคัญกับอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ไม่โปรดให้ทุกพระองค์เสวยขนม และอาหารนอกเวลาที่กำหนด นอกจากนั้น พระองค์ยังมักพาพระโอรส และพระธิดาไปรับอากาศที่ดี ทรงให้เล่นกับธรรมชาติ มีการพบแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างจริงจัง

๗. ทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก
สมเด็จย่าทรงเริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องการมีวินัย การรักการค้นคว้า ศึกษาหาความรู้ การประพฤติตัวถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เพราะเด็กเล็ก ๆ จะมีพฤติกรรมเลียบแบบจากคนใกล้ชิด ดังนั้น ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องการให้ลูกเป็นคนแบบไหน ก็ต้องอย่าลืมประพฤติตัวตามนั้น เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย

๘. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
สมเด็จย่าทรงโปรดให้พระโอรส และพระธิดา รับผิดชอบหน้าที่ทุกอย่างด้วยพระองค์เอง ตอนที่ทรงประทับที่สวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ใช้รถและรถไฟสาธารณะ และพระดำเนินกลับมาที่แฟลต ทรงไปจ่ายตลาดด้วยพระองค์เอง โดยมีพระโอรสธิดา ช่วยหิ้วของที่ซื้อจากตลาดกลับมา ไม่ทรงพึ่งพาผู้ช่วยมากนัก

๙. ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ
สมเด็จย่าสอนพระโอรสและพระธิดาอยู่เสมอว่า ต้องทำงานให้เมืองไทย พระองค์ยังทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ตั้งแต่เรื่องการช่วยเหลือ และสนับสนุนคนใกล้ชิดที่เป็นคนดี แต่พบกับความเดือดร้อน ทรงอบรมพระโอรสธิดาให้รู้จักการให้ โดยทรงตั้งกระป๋องคนจนขึ้นมา หากพระโอรสและพระธิดาพระองค์ใด ไปทำกิจกรรมที่มีรายได้ มีกำไร จะต้องหยอดใส่กระปุกนี้ 10% และทุกๆ สิ้นเดือน ก็จะมีการประชุมกันว่า จะนำเงินนี้ไปทำประโยชน์อะไรต่อไป เช่น บริจาคโรงเรียนสอนคนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การ เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า นั้น เป็นการเลี้ยงลูกแบบมีหลักการ ที่สามารถทำตามได้ไม่ยากนัก แต่ได้ผลดี อีกทั้งยังสอดคล้อง กับหลักแนวคิดในการเลี้ยงลูกสมัยใหม่อีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ สามารถลองนำไปปรับใช้กับลูกของตัวเองได้นะคะ

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

กด Like ติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีดี ทางเฟซบุ๊ก GED GOOD LIFE ได้ ที่นี่

ถาม-ตอบ
ปัญหาสุขภาพ