gedgoodlife

1,000 วันแรกของลูก ต้องการธาตุเหล็กสูง

บทความโดย รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี  กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าช่วง 1,000 วันแรกของชีวิตลูก (ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงประมาณ 2–3 ขวบ) คือ ช่วงที่สมองของลูกเติบโตเร็วที่สุดในชีวิต และหนึ่งในสิ่งสำคัญเกี่ยวกับสมอง และโภชนาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรโฟกัสเป็นพิเศษ ก็คือ ธาตุเหล็ก (Iron) ข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า สมองของเด็กเล็กต้องการธาตุเหล็กสูงมาก เพื่อการสร้างโครงสร้างสมองตั้งแต่รากฐาน เนื่องจากธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการสร้าง ไมอีลิน (Myelin) หรือ ปลอกหุ้มเส้นประสาท ลองนึกภาพง่าย ๆ หากเปรียบเส้นประสาท เป็น สายไฟ, ไมอีลิน จะเป็น ฉนวนหุ้มสายไฟ ซึ่งถ้าฉนวนดี กระแสไฟจะวิ่งเร็ว ทำให้สมองส่งสัญญาณได้ไว ทำให้คิดเร็ว ตอบสนองดี และแม่นยำ มีงานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จะมีระดับ IQ ต่ำกว่าเด็กที่ขาดธาตุเหล็ก ทำให้ มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน, เหนื่อยง่าย, วอกแวกง่าย และมีสมาธิสั้นได้ ซึ่งถ้าการขาดธาตุเหล็กเกิดขึ้นในช่วง 1,000 วันแรก บางผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจแก้ไขได้ยากค่ะ นอกจากนี้ เรามาทำความรู้จักกับ 1,000 วันแรกของลูก ต้องการธาตุเหล็กสูง

โรคกรดไหลย้อน อาการ ระดับความรุนแรง และการดูแลรักษา

โรคกรดไหลย้อน อาการ ระดับความรุนแรง และการดูแลรักษา รศ.พญ.กนกวรรณ ภิญโญพรพาณิชย์ อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรคกรดไหลย้อน นิยามได้แก่ ภาวะอันเกิดจากการมีสารจากกระเพาะอาหารย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารทำให้เกิดอาการรบกวน หรือมีผลต่อคุณภาพชีวิต และ/หรือ มีภาวะแทรกซ้อนจากสิ่งไหลย้อนดังกล่าวในผู้ที่เกิดภาวะนี้ อาการของโรคกรดไหลย้อน อาการที่จำเพาะต่อโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ อาการแสบร้อนยอดอก เรอเปรี้ยว เป็นอาการเด่น อาจมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังอาจพบอาการนอกหลอดอาหาร ได้แก่ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ ฟันกร่อน กลืนอาหารติด อาการหอบหืด เป็นต้น ระดับความรุนแรงของโรคกรดไหลย้อนตามอาการ มีการจัดแบ่งความรุนแรงของอาการเป็น 2 ระดับความรุนแรง ได้แก่ อาการน้อย ได้แก่ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง จำนวนครั้งน้อยกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาการปานกลางถึงรุนแรง ได้แก่ผู้ที่เกิดอาการรุนแรงที่รบกวนต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือผู้ป่วยที่ได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหาร แล้วพบแผลในหลอดอาหาร การดูแลรักษา การดูแลรักษาในผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่ การปรับพฤติกรรม และการใช้ยารักษา การปรับพฤติกรรม แนะนำการปรับพฤติกรรมในผู้ป่วยทุกรายทั้งผู้ที่อาการน้อย และอาการรุนแรง โดยให้ลดน้ำหนักในกรณีผู้ป่วยมีน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน หรือในผู้ที่อาการกรดไหลย้อนกำเริบหลังน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หยุดสูบบุหรี่ โรคกรดไหลย้อน อาการ ระดับความรุนแรง และการดูแลรักษา

โรคกรดไหลย้อนเป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไรดี?

โรคกรดไหลย้อนเป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไรดี? รศ.พญ.กนกวรรณ ภิญโญพรพาณิชย์ อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรคกรดไหลย้อน คือภาวะที่เกิดจากการมีสารจากกระเพาะอาหารย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารส่งผลทำให้เกิดอาการ โดยอาการที่จำเพาะต่อโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ อาการแสบร้อนกลางอก หรือเรอเปรี้ยวเป็นอาการเด่น โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อย และมีอุบัติการณ์สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ โรคนี้พบได้ร้อยละ 7.4 ของประชากรทั่วไปในประเทศไทย และพบได้สูงถึงร้อยละ 37.5 ของกลุ่มประชากรที่มีโรคหอบหืด ซึ่งโรคนี้มีอาจมีอาการเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ โดยพบว่าผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 รายเกิดอาการกลับเป็นซ้ำหลังหยุดยายับยั้งการหลั่งกรดใน 1 ปี ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น แนวทางในการรักษาภาวะกรดไหลย้อน การดูแลรักษาในผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่ การปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการใช้ยารักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกลืนอาหารติด กลืนเจ็บ กลืนลำบาก มีภาวะซีด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด อาเจียนเรื้อรัง หรือน้ำหนักลด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร การปรับพฤติกรรม แนะนำให้ทำการลดน้ำหนักในกรณีผู้ป่วยมีน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน หรือในผู้ที่อาการกรดไหลย้อนกำเริบหลังน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หยุดสูบบุหรี่ โรคกรดไหลย้อนเป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไรดี?

โภชนาการคู่คุณแม่: สร้างพื้นฐานสุขภาพดีให้ลูกตั้งแต่ในครรภ์

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ คือช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจของผู้หญิง เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ไม่เพียงดูแลตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องดูแล “ชีวิตน้อย ๆ” ที่กำลังค่อย ๆ เติบโตขึ้นในครรภ์อย่างทะนุถนอม สิ่งที่คุณแม่เลือกรับประทานในแต่ละวัน จะกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างเซลล์สมอง เซลล์กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่าง ๆ ของลูก ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่โภชนาการในช่วงตั้งครรภ์ จะถูกยกให้เป็น “จุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี” ตลอดชีวิตของลูก หลักการโภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ทานครบ 5 หมู่ในทุกมื้อ – เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ควรจัดจานอาหารให้มีทั้ง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันดี ผัก ผลไม้ และน้ำสะอาด รับประทานในปริมาณที่พอดี ไม่เน้นกินมากเกิน แต่เน้น “สารอาหารแน่น” สารอาหารสำคัญที่ควรได้รับระหว่างตั้งครรภ์ ดูแลลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ ด้วยสารอาหารสำคัญเหล่านี้ 1 ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก แคลเซียม วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี ไอโอดีน ผักและผลไม้หลากสี ควรรับประทานผักและผลไม้ วันละ 5 โภชนาการคู่คุณแม่: สร้างพื้นฐานสุขภาพดีให้ลูกตั้งแต่ในครรภ์

“นูโทรเพล็กซ์” ของขวัญจากใจแม่… วิตามินรวมเด็กเพื่อการเติบโตที่สมวัยของลูกรัก

ในทุกช่วงวัยของลูก ไม่มีสิ่งใดที่แม่จะเฝ้าหวังไปมากกว่าการได้เห็นเขาเติบโต แข็งแรง และมีความสุขในทุกย่างก้าวของชีวิต แม้ความรักของแม่จะไม่มีเงื่อนไข แต่การแสดงออกถึงความรักก็มีได้หลากหลายรูปแบบ และหนึ่งในของขวัญที่มีความหมายที่สุด ก็คือการดูแลสุขภาพลูกให้ดีจากภายใน เพื่อการเติบโตที่สมบูรณ์ สมวัยของลูกรัก พัฒนาการของลูกเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่สำคัญ โภชนาการที่เหมาะสม อาหารคือพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เด็กควรได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่อย่างหลากหลาย และเพียงพอ โดยเฉพาะสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบสมอง และร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และส่งเสริมการทำงานของสมอง 1 วิตามิน A, C, D, E และวิตามินบีรวม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน การทำงานของระบบประสาท และการเจริญเติบโตของกระดูก การนอนหลับที่เพียงพอ และมีคุณภาพ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่ง “โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางร่างกาย เด็กในวัยต่าง ๆ ต้องการเวลานอนต่างกัน เช่น เด็กเล็กควรนอนเฉลี่ยประมาณ 12–16 ชั่วโมงต่อวัน 2 ความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว สิ่งสำคัญที่สุดที่เด็กต้องการไม่ใช่ของเล่นราคาแพง แต่คือความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเป็นที่รัก “นูโทรเพล็กซ์” ของขวัญจากใจแม่… วิตามินรวมเด็กเพื่อการเติบโตที่สมวัยของลูกรัก

ไอแห้งคันคอ ไอแห้งคันคอไม่มีเสมหะ สาเหตุและวิธีรักษาที่ได้ผล

อาการไอแห้งคันคอ มักเกิดจาก การระคายเคืองในลำคอ โดยไม่มีเสมหะและไม่มีไข้ ซึ่งอาจเกิดจาก ภูมิแพ้ อากาศแห้ง กรดไหลย้อน หรือการติดเชื้อไวรัส หากไอแห้งต่อเนื่อง ควรหาสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ไอแห้งคันคอ เกิดจากอะไรได้บ้าง อาการ ไอแห้งคันคอ มักเกิดจาก การระคายเคืองในลำคอ โดยไม่มีเสมหะ และอาจเป็นผลจากหลายปัจจัย เช่น ภูมิแพ้อากาศ อากาศแห้ง กรดไหลย้อน หรือการติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การสัมผัสสารเคมี หรือฝุ่นละอองก็อาจทำให้เกิดอาการไอแห้งได้ สาเหตุ อาการไอแห้งคันคอไม่มีเสมหะ อาการ คันคอและไอแห้งไม่มีเสมหะ มักเกิดจาก การระคายเคืองที่ลำคอ โดยไม่มีการติดเชื้อรุนแรง สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ภูมิแพ้อากาศ: การสัมผัสกับ ละอองเกสร ฝุ่น หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ส่งผลให้เกิดอาการไอแห้งคันคอได้ อากาศแห้ง: อากาศที่แห้งเกินไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่เปิดแอร์มากเกินไป สามารถทำให้ลำคอแห้งและระคายเคือง สามารถทำให้เกิดอาการไอแห้งคันคอได้ กรดไหลย้อน: การที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารและกล่องเสียงสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองที่ลำคอ การสูบบุหรี่: ควันบุหรี่มีสารเคมีที่สามารถระคายเคืองต่อทางเดินหายใจและลำคอ มลภาวะ: การสัมผัสกับมลภาวะในอากาศ เช่น ไอแห้งคันคอ ไอแห้งคันคอไม่มีเสมหะ สาเหตุและวิธีรักษาที่ได้ผล

แสบร้อนกลางอก จุกลิ้นปี่ หายใจไม่สะดวก อันตรายไหม

เคยรู้สึกแสบร้อนกลางอก จุกแน่นที่ลิ้นปี่ หรือหายใจไม่สะดวกกันไหม อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของ กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ หรือแม้แต่ปัญหาหัวใจ ถ้าเป็นบ่อยหรือรุนแรงขึ้น อย่าปล่อยผ่าน! มาเช็กกันว่าอันตรายแค่ไหน และต้องรับมืออย่างไรให้ถูกต้อง แสบร้อนกลางอก จุกลิ้นปี่ เกิดจากอะไร อาการ แสบร้อนกลางอกและจุกลิ้นปี่ มักเกิดจาก กรดไหลย้อน หรือโรคกระเพาะอาหาร ซึ่งเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบ ร้อน และแน่นบริเวณกลางอก นอกจากนี้ อาจเกิดจาก อาหารไม่ย่อย หรือปัญหาหัวใจ ได้เช่นกัน อาการของโรคกรดไหลย้อน มีกี่ประเภท โรคกรดไหลย้อนสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ 1. อาการของหลอดอาหาร แสบร้อนกลางอก (Heartburn) และรู้สึกเปรี้ยวในคอ กลืนลำบาก เจ็บคอ หรือมีอาการไอเรื้องรังจากการระคายเคืองของกรด แสบร้อนกลางอก (Heartburn): อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรือลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว: รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในคอ มักเกิดหลังอาหารหรือเวลานอน แน่นหน้าอก จุกเสียด: อาการคล้ายอาหารไม่ย่อย กลืนลำบากหรือเจ็บเวลากลืน: แสบร้อนกลางอก จุกลิ้นปี่ หายใจไม่สะดวก อันตรายไหม

ไข้สูงไม่ลดสักที ลดไข้ยังไงดี พร้อมวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง

บทความโดย เภสัชกร ฐิตาภา ภาษานนท์ อาการไข้ คืออะไร อาการไข้ (Fever) เป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ อันเป็นผลจากกลไกการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อหรือภาวะอักเสบต่าง ๆ โดยทั่วไป อุณหภูมิร่างกายปกติของมนุษย์อยู่ที่ประมาณ 36.5-37.5 องศาเซลเซียส หากสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ถือว่ามีอาการไข้ อาการไข้ แบ่งออกเป็นกี่ระดับ ระดับของไข้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. ไข้ระดับต่ำ (ต่ำกว่า 38°C) อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 37.6-38.3 องศาเซลเซียส ไข้ในระดับนี้มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรืออาการอักเสบเล็กน้อย อาจมีอาการหนาวสั่นหรือรู้สึกร้อนๆ เย็นๆ แต่จะหายไปภายในไม่กี่วัน 2. ไข้ระดับปานกลาง (38°C – 39°C) อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 38.4-39.9 องศาเซลเซียส มักเกิดจากการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น อาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และรู้สึกเหนื่อยล้า การพักผ่อนและยาลดไข้ช่วยได้ 3. ไข้ระดับสูง (สูงกว่า 39°C) อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 40 ไข้สูงไม่ลดสักที ลดไข้ยังไงดี พร้อมวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง

ไขข้อสงสัย “โรคหอบ” เป็นโรคกรรมพันธุ์ ส่งต่อให้ลูกน้อยได้จริงหรือไม่ พร้อมการดูแลลูกน้อยเมื่อหอบกำเริบ

โชติมา หาญณรงค์ ผู้ชำนาญการด้านเภสัชกรรม “โรคหอบ” หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า โรคหอบหืด (Asthma) เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบของทางเดินหายใจ ที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย โดยเฉพาะในเด็ก โรคนี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของทางเดินหายใจ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก หลอดลมตีบแคบ มีเสียงหวีด ไอเรื้อรัง และมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ อากาศเย็น หรือการออกกำลังกายหนัก เมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ หลอดลมจะตีบแคบลง และทำให้เกิดอาการหอบหืด เช่น หายใจลำบาก ไอ มีเสียงหวีดขณะหายใจ และแน่นหน้าอก โรคหอบเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่? หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยว่าโรคหอบหืดสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังลูกหลานได้หรือไม่? คำตอบคือจากงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า โรคหอบหืดมีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดโรค ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้จะต้องเป็นโรคหอบหืดเสมอไป โดยพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคหอบหืด หากพ่อแม่มีประวัติเป็นโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดสูงขึ้น หากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคหอบหืด โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 25-50% และหากทั้งพ่อ และแม่เป็น โอกาสจะสูงถึง 50-70% ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนังหรือแพ้อาหาร ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหอบหืด นอกจากกรรมพันธุ์ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยกระตุ้นอื่น ไขข้อสงสัย “โรคหอบ” เป็นโรคกรรมพันธุ์ ส่งต่อให้ลูกน้อยได้จริงหรือไม่ พร้อมการดูแลลูกน้อยเมื่อหอบกำเริบ

ไขข้อสงสัย อาการจมูกตัน หายใจลำบากช่วงหน้าหนาว เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษาเบื้องต้น

ดร. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ เข้าสู่ฤดูหนาว หลายคนมักประสบปัญหาจมูกตัน หายใจลำบาก ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อย วันนี้จะมาไขข้อข้องใจกันว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร และมีวิธีรับมือเบื้องต้นอย่างไรบ้าง สาเหตุของอาการจมูกตัน หายใจลำบากในช่วงหน้าหนาว อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้: อากาศแห้ง: ในช่วงฤดูหนาว อากาศมักแห้ง และเย็น ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุในจมูกแห้ง และระคายเคือง ส่งผลให้จมูกบวม และทำให้หายใจลำบาก อากาศเย็น: เมื่อหายใจในอากาศเย็น ลมหนาวอาจทำให้หลอดลมในจมูกหดตัวและเกิดอาการคัดจมูก หวัดและโรคทางเดินหายใจ: ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่การระบาดของหวัด และไข้หวัดใหญ่สูง การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจสามารถทำให้เกิดอาการคัดจมูก และหายใจลำบาก ภูมิแพ้: ในฤดูหนาวอาจมีการเพิ่มของสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือเชื้อราในบ้าน ซึ่งอาจกระตุ้นผู้ที่มีอาการแพ้ ให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ทำให้จมูกบวม และตัน อาการแพ้เหล่านี้มักจะรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีปัจจัยกระตุ้นมากขึ้น ไวรัส และแบคทีเรีย: อากาศหนาวเป็นช่วงที่เชื้อโรคต่างๆ เช่น ไวรัสหวัด หรือแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี การติดเชื้อเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก และไซนัส ไซนัสอักเสบ: การติดเชื้อในโพรงไซนัส ทำให้เกิดการอักเสบ และบวมของเยื่อบุ ไขข้อสงสัย อาการจมูกตัน หายใจลำบากช่วงหน้าหนาว เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษาเบื้องต้น

ดูแลสุขภาพ กรดไหลย้อนรักษาได้

นายแพทย์ยงยุทธ หวังรุ่งทรัพย์ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย เนื่องจากวิถีชีวิตแบบสังคมเมืองที่ต้องตื่นแต่เช้า ทำทุกอย่างด้วยความเร่งรีบ ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านไปถึงที่ทำงาน ขณะทำงานก็ต้องเหน็ดเหนื่อยกับงานทั้งวันจนถึงเย็น พอตกเย็นเลิกงาน ก็ต้องเร่งรีบกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำ บางท่านกว่าจะได้รับประทานอาหารเย็นได้ก็ดึก จากนั้น ก็ต้องรีบนอนหลับพักผ่อน เพื่อจะได้ตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้น และต่อสู้กับวิถีชีวิตเช่นนี้อีก เป็นวัฏจักรเช่นนี้ตลอดไป จนดูกลายเป็นเรื่องปกติ วิถีชีวิตแบบสังคมเมืองเช่นนี้ จึงกลายเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดโรคหลายอย่างตามมาโดยไม่รู้ตัว โรคหนึ่งที่พบเห็นกันบ่อยในปัจจุบันคือ โรคกรดไหลย้อน หรือที่เรียกกันว่า GERD (Gastro-Esophageal Reflux Disease) โรคกรดไหลย้อน หรือ GERD คือ ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร ทำให้มีอาการจุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกเหนือลิ้นปี่ ที่เรียกว่า Heartburn การรักษาโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD ในกรณีที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อน แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย การรักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ลดความรุนแรงของโรค รวมถึงลดการเกิดซ้า (relapse) ของโรคได้ การรักษาโรคกรดไหลย้อนมีหลายวิธี ดังนี้ 1. รับประทานยาลดกรด a. ยากลุ่ม ดูแลสุขภาพ กรดไหลย้อนรักษาได้

อาการแพ้เครื่องประดับ

ภญ.ฐิตาภา ภาษานนท์ อาการผื่นแพ้ผิวหนังคืออะไร อาการผื่นแพ้ผิวหนัง(contact dermatitis) คืออาการผื่นคันเมื่อเกิดการสัมผัสกับสิ่งของที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือการแพ้ โดยผื่นอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหรือเป็นชั่วโมงเมื่อเกิดการสัมผัสสิ่งที่แพ้ และอาจเกิดขึ้นนานถึง 2 -4 อาทิตย์ ผื่นแพ้ผิวหนังมักมีอาการคัน ผิวหนังเป็นปื้นหนาสีเข้มกว่าผิวหนัง ผิวแห้ง แตก ลอกเป็นขุย มีตุ่มและพุพอง บางครั้งมีน้ำเหลืองไหลหรือเกิดสะเก็ด บวม รู้สึกแสบร้อน หรือเจ็บเมื่อสัมผัส สาเหตุของการแพ้ ผื่นแพ้ผิวหนังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน สาเหตุของการเกิดผื่นแพ้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ การระคายเคืองจากการสัมผัส (Irritant Contact Dermatitis) และการแพ้จากการสัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) แต่ละประเภทมีลักษณะและปัจจัยที่กระตุ้นแตกต่างกัน เครื่องประดับที่อาจเสี่ยงต่อการแพ้ได้แก่ เครื่องประดับราคาถูก: มักผลิตจากโลหะผสมที่มีนิกเกิลเป็นส่วนประกอบหลัก ต่างหูและแหวน: เนื่องจากสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงและต่อเนื่อง นาฬิกาข้อมือหรือสายรัดโลหะ: ที่อาจมีชิ้นส่วนของนิกเกิล การรักษา สำหรับการรักษาเบื้องต้นอาจใช้เป็นยาทากลุ่มสเตียรอยด์ครีม เข่น clobetasol propionate 0.05% เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง โดยหลีกเลี่ยงการทาสเตรียรอยด์ที่มีความแรงสูงในบริเวณผิวหนังบาง ๆ เช่นใบหน้า ข้อพับ อาการแพ้เครื่องประดับ

เบาหวานลงไต อันตรายที่ป้องกันได้

นพ. ธัญ จันทรมังกร อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคไต ไปหาหมอมา หมอบอกว่า “เบาหวานลงไต” หมายความว่าอย่างไร เราจะไตวายไหม หน้านี้มีคำตอบ “เบาหวานลงไต” ไม่เท่ากับ ไตวาย ทางการแพทย์แบ่ง “เบาหวานลงไต” เป็น 5 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 ไตจะทำงานได้มากกว่าปกติ ซึ่งอาจตรวจพบว่าไตมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ยังตรวจไม่พบโปรตีนอัลบูมินใน ปัสสาวะ ระยะที่ 2 การทำงานของไตปกติ เริ่มตรวจพบโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะแบบไมโคร (30-300 มก./วัน) ระยะที่ 3 การทำงานของไตปกติ ตรวจพบโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะแบบแมคโคร (มากกว่า 300 มก./วัน) ระยะที่ 4 ตรวจพบโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะแบบแมคโคร และการทำงานของไตเริ่มผิดปกติ ระยะที่ 5 ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการบำบัดทนแทนไต ดังนั้นจะเห็นว่าในระยะต้น ๆ ของเบาหวานลงไต (ระยะที่ 1-3) ผู้ป่วยยังมีค่าการทำงานของไตเป็นปกติ อยู่ จะพบได้เพียงมีโปรตีนชนิดอัลบูมินรั่วออกมาทางปัสสาวะ ในปริมาณที่แตกต่างกันตามระยะเท่านั้น และ การรักษาเบาหวานแบบองค์รวมสามารถชะลอ เบาหวานลงไต อันตรายที่ป้องกันได้

สารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน

บทความโดย ดร. ภก. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ การทำงานของสารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน พร้อมลดความรุนแรงของแผลบริเวณหลอดอาหารที่เกิดจากกรดไหลย้อนซ้ำ ๆ โดยการสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผนังกระเพาะอาหารจากกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยลดการระคายเคือง แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก รวมถึงอาการสำคัญอื่น ๆ ที่เกิดจากภาวะกรดไหลย้อน โดยผ่านกลไกการทำงานหลัก ดังนี้ โซเดียมแอลจิเนต (Sodium Alginate) สารสำคัญในกระบวนการสร้างชั้นฟิล์มหรือชั้นเจล (ANTI-REFLUX) บนผิวหน้าของเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากโซเดียมแอลจิเนตเป็นเส้นใยชนิดละลายน้ำ จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำและพองตัว ช่วยสร้างชั้นฟิล์มหนาบนผิวหน้าของเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหาร ชั้นฟิล์มนี้ช่วยปกป้องผนังกระเพาะอาหารจากการสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารโดยตรง ป้องกันไม่ให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ลดการระคายเคืองและอาการแสบร้อนกลางอก สารสกัดจากชะเอมเทศ (Licorice Extract) มีสารสำคัญ คือ กรดกลีซีร์ริซิก (Glycyrrhizic acid) เป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในรากชะเอมเทศ (licorice root) นิยมใช้เป็นยาสมุนไพร กรดกลีซีร์ริซิกมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ลดภาวะกรดเกิน (ACID REDUCTION) ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยลดการระคายเคืองของเยื่อบุหลอดอาหาร ช่วยสมานแผล กระตุ้นการหลั่งสารเมือก มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร สารสำคัญนวัตกรรมใหม่ในการลดอาการจากภาวะกรดไหลย้อน

โรคเบาหวาน

นพ. ธัญ จันทรมังกร อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคไต ท่านมีอาการดังนี้หรือไม่ ปัสสาวะบ่อยขึ้น? กระหายน้ำบ่อยขึ้น? หิวบ่อยขึ้น? น้ำหนักลดผิดปกติ? ตามัว? เป็นแผลแล้วหายช้า? ถ้ามี!! ท่านอาจกำลังเป็นเบาหวาน ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนถึง 5.2 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยมีอัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ ประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ในจำนวนนี้ 40 % ไม่ทราบว่าตัวเองป่วยเป็นเบาหวาน ขณะที่ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย และดูแลรักษามีเพียง 2.8 ล้านคน คิดเป็น 54.1% ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คน ที่สามารถบรรลุเป้าหมายใน การรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน โรคเบาหวานวินิจฉัยได้อย่างไร การวินิจฉัยโรคเบาหวานอาศัยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตามเกณฑ์ ดังนี้ * คนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือด 70-99 มก./ดล. และหลังรับประทานอาหาร แล้ว 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลจะไม่เกิน 140 มก./ดล เบาหวานไม่ใช่แค่น้ำตาลในเลือดสูง ในผู้ป่วยเบาหวานสามารถพบภาวะแทรกซ้อนได้อีกมากมาย โรคเบาหวาน

สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่ ห่างไกลภูมิแพ้ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ

ภญ.ฐิตาภา ภาษานนท์ อาการของโรคภูมิแพ้ คือภาวะอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เนื่องจากสัมผัสต่อสารก่อภูมิแพ้ในผู้ป่วยที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ ทำให้เกิดอาการ คัดจมูก มีน้ำมูก คันจมูกและจาม อาการดังกล่าวอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งการนอนหลับ การเรียน การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้อาการดังกล่าวอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตขอวงผู้ป่วย ทั้งการนอนหลับ การเรียน การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในประเทศไทยได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรหญ้า เชื้อรา สุนัขและแมว วิธีการรักษา รับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamine) – แนะนำให้ทานยาต้านฮิสทามีนชนิดกินรุ่นที่ 2 เช่น loratadine cetirizine ในการคุมอาการทางจากจมูกของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้มากกว่ายาต้านฮิสทามีนชนิดกินรุ่นที่ 1 วิธีการดูแลตัวเอง ลดการสัมผัสกับไรฝุ่น – โดยจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ทำความสะอาดเช็ดถูบ้านทุกวัน – ใช้ปลอกหมอนและปลอกที่นอนในการหุ้มเครื่องนอนเพื่อป้องกันไรฝุ่น –  ทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งโดยซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 50 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 20 นาที ลดการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง – สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่ ห่างไกลภูมิแพ้ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save