เฮอร์แปงไจน่า โรคระบาดในเด็ก ที่กำลังทำพ่อแม่ว้าวุ่นกันไปหมด!

เฮอร์แปงไจน่า โรคระบาดในเด็ก ที่กำลังทำพ่อแม่ว้าวุ่นกันไปหมด!

17 ก.ค. 24

เฮอร์แปงไจน่า

 

หน้าฝน หลายโรคร้ายรุมเร้าเด็ก ๆ ไม่แผ่วเลย!! นอกจากจะต้องระวัง ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่แล้ว แพทย์ยังเตือน! ให้ระวัง “เฮอร์แปงไจน่า” โรคติดเชื้อไวรัส (คล้ายกับโรคมือเท้าปาก) ที่กำลังระบาดในกลุ่มเด็กเล็กอยู่ ณ ขณะนี้! มาดูกันว่า “เฮอร์แปงไจน่า” เกิดจากอะไร มีอาการ และวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง พ่อแม่ผู้ปกครองห้ามพลาด!

รู้จักกับ เฮอร์แปงไจน่า โรคระบาดในหน้าฝน

โรคเฮอร์แปงไจน่า หรือ โรคตุ่มแผลในปากเด็ก เป็นโรคที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส ในกลุ่มคอกซากีไวรัสกรุ๊ปเอ (Coxsackie viruses A sero type 1 – 10, 16 และ 22) และเอ็นเทอร์โรไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับ โรคมือ เท้า ปาก (แต่เฮอร์แปงไจน่าจะมีแผลเฉพาะที่ปากเท่านั้น) มักระบาดในช่วงฤดูฝน

การป่วยเป็นโรคนี้แล้วครั้งหนึ่ง ก็จะทำให้มีภูมิคุ้มกัน และไม่เป็นโรคจากไวรัสสายพันธุ์เดิมนี้อีกตลอดชีวิต แต่ก็มีโอกาสเป็นซ้ำจากการติดไวรัสสายพันธุ์อื่น

ติดต่อกันได้อย่างไร และมักพบในวัยไหน?

โรคเฮอร์แปงไจน่าสามารถติดต่อได้ง่ายมาก ด้วยการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ไอจามใส่กัน เอามือเข้าปาก และจากอุจจาระของผู้ป่วย ผ่านทางระบบทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหาร สถานที่ที่ควรระวังการระบาดเป็นพิเศษ คือ โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นต้น เพราะมีเด็ก ๆ รวมกันจำนวนมาก

เฮอร์แปงไจน่า สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ แต่จะพบบ่อยในเด็กช่วงวัย 5-10 ปี เนื่องจากเด็กยังไม่มีภูมิต้านทานของเชื้อนี้ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงเด็กประถม มักเล่นของเล่น หยิบจับสิ่งของรวมกัน จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

ระยะแพร่เชื้อ

ผู้ป่วยจะมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 4-14 วัน (ระยะฟักตัวของโรค) ซึ่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะแพร่เชื้อได้ตั้งแต่วันแรกที่ติดเชื้อ ไปจนกว่าจะหายจากโรค คือ ประมาณ 1-2 สัปดาห์นับจากติดเชื้อ

วิธีสังเกตอาการของโรค เฮอร์แปงไจน่า

อาการเด่น

  • หลังเด็กติดเชื้อประมาณ 2 วัน จะมีอาการตุ่มแดง หรือแผลเปื่อยขอบสีแดงบริเวณเพดานปาก และลำคอ มีขนาด 2-4 มิลลิเมตร ซึ่งส่วนใหญ่แผลหายภายใน 7 วัน
  • แต่โรคนี้ไม่รุนแรง สามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน

อาการอื่น ๆ

  • มีไข้เฉียบพลัน หรือมีไข้สูงกว่า 38.5-40 องศาเซลเซียส
  • เจ็บคอขณะกลืนอาหาร
  • ปวดหัว ปวดคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองในคอบวมโต
  • น้ำลายไหลยืด อาเจียน (ในเด็กทารก)
  • ปวดท้อง
  • เบื่ออาหาร
  • เด็กเล็กจะซึม งอแง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ และอาการที่ควรพามาพบแพทย์ด่วน

โดยทั่วไปอาการต่าง ๆ จะดีขึ้น และหายได้ในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยเด็กบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ (แต่พบได้น้อย) เช่น

  • สมองอักเสบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ก้านสมองอักเสบ

พ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงควรสังเกตอาการลูกหลานให้เป็น ถ้าเด็กมีอาการซึมลง อ่อนแรง อาเจียนมาก ทานไม่ได้ ชัก หอบเหนื่อย ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

วิธีรักษาโรคเฮอร์แปงไจน่า

โรคนี้ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง แต่จะใช้วิธีการรักษาไปตามอาการ เช่น กินยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ เพื่อบรรเทาไข้ และอาการเจ็บปวด ดังต่อไปนี้

การรักษาด้วยยา – ให้เด็กกิน ยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ อาการปวด และไม่สบายตัว ไม่ต้องให้ยาต้านไวรัส หรือยาต้านจุลชีพ (ยาปฏิชีวนะ) ยกเว้นในรายการที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และห้ามใช้ยาแอสไพรินรักษาในเด็กและวัยรุ่น นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการปวดสำหรับช่องปากและลำคอ เช่น ยาลิโดเคน

การบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม – ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะนมเย็น น้ำเย็น หรือกินไอศกรีม เพื่อเพิ่มปริมาณของเหลวในร่างกาย ทดแทนของเหลวที่เสียไปจากการมีไข้ ส่วนเครื่องดื่มและผลไม้ที่ควรเลี่ยง ได้แก่ เครื่องดื่มร้อน และผลไม้ตระกูลส้ม เพราะอาจทำให้เจ็บแผลในปาก และคอมากขึ้น

การป้องกันโรคเฮอร์แปงไจน่า

  • บอกลูกหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่อยู่เสมอ หลังเล่นของเล่นร่วมกับเพื่อน
  • ไม่เอามือสกปรกแคะ แปะ ป้ายหน้า หรือนำเข้าปาก
  • ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีไข้หวัด หรือสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อเฮอร์แปงไจน่า
  • หากเด็กป่วยให้งดไปโรงเรียน 7 วัน
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย กินอาหารที่ถูกหลักอนามัย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

นูโทรเพล็กซ์ โอลิโก พลัส 

สั่งซื้อ NUTROPLEX OLIGO PLUS ได้ที่นี่

• แอดไลน์ ID : @nutroplexclub
• Inbox Facebook : https://www.facebook.com/nutroplexclub

หรือสั่งซื้อตามร้านขายยาชั้นนำ เช่น Boots, Health up, Fascino, P&F, Pure, Save Drug, D Chain, Tesco (แผนกร้านขายยา), Drug Core, I Care, Drug Square, Ameditec และทาง ออนไลน์ Konvy.com

 

อ้างอิง : 1. รพ. พญาไท 2. รพ. เวิลด์เมดิคอล 3. รพ. สมิติเวช 4. รพ. สินแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์เเละด้านฟังก์ชั่น

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

Save