อาการไอ 2 ประเภท ที่ต้องระวัง!

อาการไอ 2 ประเภท ที่ต้องระวัง!

อาการไอ 2 ประเภท

ชนิดของอาการไอ

ถ้าแบ่งตามระยะเวลาของอาการไอ แบ่งได้ ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1. ไอฉับพลัน

ระยะเวลาของอาการไอ – น้อยกว่า สัปดาห์

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก – การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น หวัดโพรงไซนัสอักเสบฉับพลันคอหรือกล่องเสียงอักเสบหลอดลมอักเสบอาการกำเริบของโรคถุงลมโป่งพองปอดอักเสบการที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดลม หรือสัมผัสกับสารระคายเคืองในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่, ควันไฟ, กลิ่นสเปรย์, แก๊ส, มลพิษทางอากาศ

2. ไอเรื้อรัง

ระยะเวลาของอาการไอ – มากกว่า สัปดาห์ ถึง สัปดาห์

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก – โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังรับประทานยารักษาความดันโลหิตสูงชนิด angiotensin-converting enzyme inhibitor (ACE-I) เป็นระยะเวลานานโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกไหลลงคอโรคหืดโรคกรดไหลย้อน [gastroesophageal reflux (GERD)], การใช้เสียงมากทำให้เกิดสายเสียงอักเสบเรื้อรังเนื้องอกบริเวณคอ กล่องเสียงหรือหลอดลมโรคของสมองส่วนที่ควบคุมการไอโรควัณโรคปอด ผู้ป่วยที่มีอาการไอเรื้อรัง บางรายอาจมีสาเหตุมากกว่าหนึ่งชนิด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการตรวจหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ

การรักษาอาการไอ

การรักษาที่สำคัญที่สุด คือ การหาสาเหตุของอาการไอ และรักษาตามสาเหตุ ถ้าผู้ป่วยไอจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน หรือล่าง เช่น หวัด หรือหลอดลมอักเสบ และมีอาการไอไม่มากนัก อาจให้การรักษาเบื้องต้น เช่น ยาบรรเทาอาการไอไปก่อนได้

กรณีที่ไอมีเสมหะ เสมหะที่เหนียวข้นมาก จะถูกขับออกจากหลอดลมได้ยากโดยการไอ การให้ ยาละลายเสมหะ จะช่วยให้เสมหะถูกขับออกได้ง่ายขึ้น และบรรเทาอาการไอได้  แต่หากผู้ป่วยได้รับยาดังกล่าวแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน สัปดาห์  ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ


อ้างอิง : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

บทความที่เกี่ยวข้อง

Subscription

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.
Ask the Expert Close