gedgoodlife

จะดูอย่างไรว่าเป็น ไข้หวัด แบบไหน?

  เวลาไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไอจาม มีน้ำมูกไหล ใคร ๆ ก็มักมองว่านี่คือลักษณะของอาการ ไข้หวัด แต่จริง ๆ แล้วไข้หวัดที่เรามองว่าธรรมดานั้น ยังสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามลักษณะ และความรุนแรงของอาการป่วยได้อีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่า อาการของไข้หวัดแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไร ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดหรือ โรคหวัด (Common cold, Upper respiratory tract infection – URI) เกิดจากเชื้อไวรัสได้หลายชนิด โดยจะส่งผลให้เยื่อบุจมูกบวมแดง และมีการหลั่งสารเมือก ๆ เช่น น้ำมูก หรือเสมหะออกมา อาการของไข้หวัด เบื้องต้นจะมีอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ปวดศีรษะเล็กน้อย ปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อย มีไข้แต่ไม่สูงนัก มีอาการไอแบบแห้ง ๆ และอาจมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย โรคแทรกซ้อนที่อาจตามมา ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ การรักษา รักษาตามอาการ เช่น ทานยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ ลดน้ำมูก และพักผ่อนให้เพียงพอ จะดูอย่างไรว่าเป็น ไข้หวัด แบบไหน?

4 ท่า สร้างกล้ามท้อง อยู่บ้านก็ฟิตได้!

  1. ท่ากระชับเอวด้านข้าง (Side Plank Twist) อยากมีเอวเอส ต้องห้ามพลาด! ด้วยท่ากระชับเอวด้านข้าง หรือ Side plank twist วิธีทำ : 1. นอนตะแคงด้านข้าง วางมือไว้ที่ด้านข้าง แล้วดันเอวขึันมา ส่งแขนด้านบนขึ้นไป 2. หายใจเข้าเอื้อมแขนลงผ่านเอวด้านล่างไปถึงด้านหลัง หายใจออกเอื้อมแขนขึ้นไป 3. พยายามคอนโทรลท้องให้ดี เช็คไหล่ ศอก ข้อมือ ให้ตรงกัน บิดเอว ส่งมือลงไปเยอะ ๆ 4. ฝึกเป็นประจำ 15-18 ครั้ง รวม 4 เช็ต แค่นี้เอวเอสก็จะเริ่มมาแล้ว!   2. ท่าลดพุงสร้าง Six-Pack (Sit-Up) ท่าสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน ส่วนข้าง และต้นขา ยอดฮิตที่ทุกคนทำเป็นตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ แต่เชื่อหรือไม่ว่า หลายคนทำท่านี้ผิด! แล้วทำยังไงให้ถูกล่ะ มาดูกัน วิธีทำ : 4 ท่า สร้างกล้ามท้อง อยู่บ้านก็ฟิตได้!

พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสด้าน การกีฬา เพื่อสุขภาพ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙

  “… การกีฬา นั้น ย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปแล้วว่า เป็นปัจจัยในการบริหารร่างกายให้แข็งแรง และฝึกอบรมจิตใจให้ผ่องแผ้วร่าเริง รู้จักแพ้ และชนะไม่เอารัดเอาเปรียบกัน มีการให้อภัยซึ่งกันและกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน อย่างที่เรียกกันว่า มีน้ำใจเป็นนักกีฬา…” ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๘   “…ร่างกายของเรานั้น ธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉย ๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็เจริญแข็งแรง คล่องแคล่ว ดังนั้น ผู้ที่ปรกติทำการงานโดยไม่ได้ใช้กำลัง หรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังกาย ให้พอเพียงกับความต้องการตามธรรมชาติเสมอ ทุกวัน…” ความตอนหนึ่ง ในพระราชดำรัส ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สัมมนาเรื่องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๓ “…การกีฬานั้นมีหลักสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องฝึกฝนตนเองให้แข็งแรง ให้มีความสามารถในกีฬาของตน เพื่อจะพร้อมที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขัน และได้ชัยชนะมา ถึงเวลาเข้าแข่ง ข้นก็จะต้องตั้งสติให้ดี เพื่อให้ปฏิบัติได้เต็มที่ตามที่ได้ฝึกฝนมา…” ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๕ ณ พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสด้าน การกีฬา เพื่อสุขภาพ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙

5 ท่าโยคะ ผ่อนคลาย หายเครียด ทำง่ายที่บ้าน

  1. ท่าเบิร์ดด็อก (Bird Dog) ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังให้ตรง คนที่มีปัญหาปวดหลังท่านี้สามารถช่วยได้และยังได้ฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง แกนกลางลำตัวอีกด้วย เรียกได้ว่าท่าเดียวได้หลายส่วนเลยนะ วิธีทำ : 1. วางมือให้อยู่ตำแหน่งใต้ไหล่ และเข่าอยู่ใต้สะโพก 2. ดึงหน้าท้องไปยังกระดูกสันหลัง รักษาส่วนหลังและกระดูกเชิงกรานให้คงที่และมั่นคง ใช้แขนขวายืดออกไปข้างหน้า ในขณะที่ขยับขาไปทางด้านหลัง 3. กลับสู่ท่าเริ่มต้น เปลี่ยนข้างทั้งมือ และขา 4. ทำทั้งหมด 10 ครั้ง   2. ท่าเด็กหมอบ (Child) ท่านี้ช่วยเปิดสะโพก เป็นการยืดกล้ามเนื้อ สะโพก ต้นขา และข้อเท้า ทำให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย วิธีทำ : 1. นั่งคุกเข่าเท้าชิดกัน เหยียดปลายเท้าและข้อเท้าไปด้านหลัง โดยนั่งบนส้นเท้า 2. หายใจออกพร้อมก้มตัวลง แล้ววางหน้าผากลงบนพื้น คอตรงไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ก้นอยู่บนส้นเท้า หากก้มไม่ได้ให้ยกก้นเล็กน้อย 3. เหยียดแขนสองข้างขึ้นไปเหนือศีรษะให้ได้มากที่สุด แล้วกดฝ่ามือลงแนบกับพื้น หรือจะกำมือหลวม ๆ แล้วหงายมือขึ้น 5 ท่าโยคะ ผ่อนคลาย หายเครียด ทำง่ายที่บ้าน

การออกกำลังกายเป็นกำไรชีวิต เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง I GED good life

  ในวโรกาสต่าง ๆ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท ให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญ ความจำเป็น และคุณประโยชน์ของ การออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ดั่งพระราชปรารภที่อยู่ในพระราชนิพนธ์พระมหาชนก เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงปรัชญา และหลักการดำเนินชีวิตที่ว่า “ทุกคนเกิดมาก็ต้องมีภาระหน้าที่ จึงต้องตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร พยายาม และอดทนในการปฏิบัติภารกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใช้สติปัญญาความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นพื้นฐานส่งเสริม เพราะหากมีเพียงความตั้งใจ มีสติปัญญาดี แต่สุขภาพอ่อนแอ ขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดนิสัยการออกกำลังกาย ไม่รู้จักการเสริมสร้าง และบำรุงรักษาร่างกายปล่อยไปตามยถากรรมแล้วก็ย่อมเกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพของงาน ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีไปด้วย” ทรงออกกำลังพระวรกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ โดยการออกกำลังพระวรกายด้วยการเดิน ตัวอย่างพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ มีดังนี้ “ …ร่างกายของคนเรานั้นธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉย ๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะเจริญคล่องแคล่ว อดทน ยั่งยืน ถ้าไม่ใช้แรงเลย หรือไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญแข็งแรงไปไม่ได้ แต่จะค่อย ๆ หมดแรงลง และหมดสภาพไปก่อนเวลาอันควร ดังนั้นผู้ที่ปกติมีการทำงานโดยไม่ใช้กำลัง หรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังให้พอเพียง ต่อความต้องการตามธรรมชาติเสมอทุกวัน มิฉะนั้นจะเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เขาจะใช้สติปัญญา ความสามารถของเขา ทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง และแก่ส่วนรวมได้น้อยเกินไป การออกกำลังกายเป็นกำไรชีวิต เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง I GED good life

อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน ระวัง! ภูมิแพ้อากาศ

  ช่วงหน้าฝน เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงได้บ่อย ทำให้หลายคนมีอาการภูมิแพ้ต่อ อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน แบบนี้ได้ ทางการแพทย์เรียกว่า “ภูมิแพ้อากาศ” หรือ “โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อากาศ” (Allergic Rhinitis) สาเหตุของ ภูมิแพ้อากาศ เกิดจากเยื่อบุจมูกไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ปรับตัวไม่ค่อยได้ ไม่ว่าจะเป็น อากาศร้อนหรือเย็น รวมถึงความชื้นของอากาศ สามารถพบได้ทุกเพศ ทุกวัย อาการโดยทั่วไป จาม คัดจมูก คันจมูก มีน้ำมูกไหล น้ำมูกเป็นสีใส ไม่ข้น มีเสมหะ เจ็บคอ น้ำตาไหล คันตา คันหู หูอื้อ วิธีดูแล รักษา 1. เลี่ยงอากาศเย็น 2. นอนให้เพียงพอ 3. ออกกำลังกาย 4. รับประทานยาแก้แพ้ กลุ่ม Loratadine หรือ กลุ่ม Cetirizine   อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ภูมิแพ้อากาศ ได้ที่นี่ -> โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อากาศ หรือ โรคภูมิแพ้จมูก สาเหตุ อาการ อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน ระวัง! ภูมิแพ้อากาศ

เมื่อ ท้องอืด ควรกินยาอะไรดีนะ?

  ท้องอืด (Bloated stomach) ปัญหาสุขภาพกวนใจสำหรับใครหลายคน ทั้งอาการอึดอัด แน่นเฟ้อ เรอบ่อย หรืออาจถึงขั้นมีอาการเสียด และปวดท้องร่วมด้วย สาเหตุของท้องอืดนั้น เกิดจากการพฤติกรรมการทานอาหาร โดยอาจจะรีบทานเกินไป ทานเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอียด รวมถึงทานอาหารที่เผ็ดร้อนจนเกินไป เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้วแน่นอนว่าการทานยาจะสามารถช่วยบรรเทาได้ แต่ควรทานยาชนิดไหนล่ะ? ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ต้องปรับ 5 พฤติกรรมนี้! อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ต้องการความใส่ใจมากกว่าที่คิด ยาลดกรด กับ ยาธาตุน้ำขาว แตกต่างกันยังไง ใช้แทนกันได้ไหม?   อาการท้องอืด เป็นอย่างไร? ผู้ที่มีอาการท้องอืดมักจะรู้สึกไม่สบายท้อง รู้สึกแน่น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวด และมีลมในกระเพาะอาหารเป็นจำนวนมาก จนทำให้เรอ หรือผายลมบ่อย  และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ทั้งนี้หากมีอาการผิดปกติที่รุนแรงเช่น อาเจียนไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด หมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เมื่อ ท้องอืด เราสามารถรับประทานยาอะไรได้บ้าง? 1. ยาลดกรด การรับประทาน ยาลดกรด เมื่อ ท้องอืด ควรกินยาอะไรดีนะ?

6 โรค ทำให้ไอบ่อย ไอกำเริบ ในหน้าฝน

  1. โรคไข้หวัด อาการ : มีไข้ ไอ เจ็บคอ 2. โรคภูมิแพ้อากาศ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 3. โรคหลอดลมอักเสบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 4. โรคหอบหืด อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 5. โรคถุงลมโป่งพองกำเริบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ 6. โรคหลอดลมโป่งพองอักเสบ อาการ : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ คัดจมูก มีน้ำมูกในคอ   อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ -> ไอบ่อยในหน้าฝน ต้องระวัง 6 โรคนี้!               6 โรค ทำให้ไอบ่อย ไอกำเริบ ในหน้าฝน

ทำงานระหว่างท้อง ต้องทำแบบไหนถึงจะเหมาะสมนะ ?

  สำหรับ Working Woman ที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่นั้น การให้คุณหยุดทำทุกอย่าง แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่กับบ้านนั้น อาจทำให้คุณรู้สึกแปลก ๆ ไม่สบายใจ หรือบางคนอาจเป็นห่วงงาน จนกลายเป็นวิตกกังวลไปเลยก็มี หากว่าการ ทำงานระหว่างท้อง คือ ความสุข ของคุณล่ะก็ การยังทำงานต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เพียงแต่ว่าที่คุณแม่อาจต้องมีข้อจำกัดในการทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและเบบี๋ในท้องก็นั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่า การทำงานที่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นอย่างไร 7 คำแนะนำในการทำงานระหว่างท้อง 1. ทำงานแบบสบาย ๆ เพราะความเครียดของคุณแม่สามารถส่งผ่านมาถึงลูกน้อยในครรภ์ได้ ฉะนั้นคุณแม่ควรทำงานสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียด รีบเร่ง หรือหักโหมามากจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อย เมื่อย หรืออ่อนเพลีย ควรหยุดพัก ทำงาน สักครู่ให้หายเหนื่อย แล้วจึงค่อยเริ่มทำงานต่อ 2. หลีกเลี่ยงการทำงานในที่อันตราย หากสถานที่ทำงานของคุณแม่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับ สารเคมี สารพิษ สารรังษี หรือลักษณะการของงานมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ คุณแม่ควรปรึกษากับที่ทำงาน ถึงโอกาสในการเปลี่ยนย้าย หรือสลับหน้าที่ของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับคุณแม่และเด็กในครรภ์ 3. ควรขยับตัวบ่อย ๆ การทำงานของคุณแม่บางครั้งอาจต้องนั่ง หรือยืนเป็นเวลานาน ๆ ทำงานระหว่างท้อง ต้องทำแบบไหนถึงจะเหมาะสมนะ ?

เช็คลิส! อาการภูมิแพ้อากาศจมูกตัน น้ำมูกไหลใช่คุณไหม I GED good life

  “ภูมิแพ้อากาศ” – Allergic Rhinitis ถูกจัดอันดับเป็นโรคภูมิแพ้ยอดฮิตอันดับ 1 ของคนไทย สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย เป็นโรคที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่เราหายใจเข้าไป แล้วเกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก โดยโรคนี้เป็นโรคที่พบมากในประเทศไทย เกิดได้ทุกเพศทุกวัย Checklist! อาการภูมิแพ้อากาศ √ คัดจมูก √ จามบ่อย √ น้ำมูกไหล √ ไอแห้ง ๆ √ เจ็บคอ แสบคอ √ คันจมูก คันคอ √ คันตา น้ำตาไหล หากมีอาการเหล่านี้สามารถรับประทานยาแก้แพ้ เช่น กลุ่ม Loratadine หรือ Cetirizine เป็นต้น ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร ก่อนเลือกใช้ยา ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่     เช็คลิส! อาการภูมิแพ้อากาศจมูกตัน น้ำมูกไหลใช่คุณไหม I GED good life

เป็นไข้หวัด ไม่หายสักที ทำอย่างไรดีนะ?

  เป็นไข้หวัด ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน ทำให้หลาย ๆ คนอาจมีอาการป่วย ปวดหัว ตัวร้อน มีน้ำมูก หรือไอ ส่วนมากแล้วหากเรารับประทานยาแก้หวัด ไปพร้อม ๆ กับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นานอาการของไข้หวัดก็จะทุเลาลง แล้วถ้าหากยังไม่สบายเหมือนจะเป็นหวัดอยู่แบบนี้ ไม่หายสักทีล่ะจะทำอย่างไร? วันนี้เรามีทริคดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ สำหรับที่คนหวัดไม่ยอมหายมาฝากกัน 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเป็นหวัดส่วนหนึ่งเกิดจากร่างกายของเราอ่อนแอ ทำให้เป็นหวัดง่าย แถมยังหายช้า คุณจึงควรออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อรักษาให้ร่างกายแข็งแรง แต่ในช่วงที่เป็นหวัดคุณสามารถออกกำลังกายได้นะ แต่ต้องไม่หักโหมจนเกินไป ออกแค่พอเหงื่อออก ให้ร่างกายได้ระบายความร้อนก็พอแล้ว 2. หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ให้เกิดอาการแพ้ อาการหวัดเรื้อรังไม่หายสักที ไอ จาม อยู่ตลอด อาจเกิดจากมีอาการภูมิแพ้รวมอยู่ด้วย ดังนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ทำให้คุณเกิดอาการแพ้ ทั้งในบ้าน ที่ทำงาน และนอกบ้าน เช่น หากแพ้ฝุ่นควรสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกไปข้างนอก หรือเวลาทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น เป็นไข้หวัด ไม่หายสักที ทำอย่างไรดีนะ?

อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจาก 8 สาเหตุนี้!

  8 อาหารกินแล้วไอ เลี่ยงได้เลี่ยง ในยุคโควิดระบาด! สาเหตุที่ 1 : เปิดพัดลม หรือเปิดแอร์ เย็นจนเกินไป สาเหตุที่ 2 : โรคกรดไหลย้อน สาเหตุที่ 3 : ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ไรฝุ่น สาเหตุที่ 4 : ดื่มน้ำไม่เพียงพอ สาเหตุที่ 5 : อากาศแห้งเกินไป สาเหตุที่ 6 : นอนกรน นอนอ้าปาก สาเหตุที่ 7 : เป็นหวัด สาเหตุที่ 8 : สูบบุหรี่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก -> อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจากสาเหตุใด แก้ไขยังไงดี แล้วแบบไหนควรพบแพทย์?   ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่         อาการเจ็บคอหลังตื่นนอน เกิดจาก 8 สาเหตุนี้!

ท้องผูกทำไงดี เคล็ดลับแก้ท้องผูกเรื้อรังอย่างปลอดภัย I GED good life

  การขับถ่ายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด หลายครั้งที่ท้องไส้มีปัญหาท้องผูก จนพาให้อึดอัดไม่สบายตัว หน้าตาหมองคล้ำ แถมกลิ่นปากกลิ่นตัว ยังไปรบกวนคนรอบข้าง เพื่อจบปัญหาเหล่านี้ เราเลยนำเอา เคล็ดลับแก้ท้องผูก มาฝากกัน! ภาวะท้องผูกคืออะไร? ภาวะท้องผูกนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำออกมากเกินไป หรือกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่บีบตัวเชื่องช้า ทำให้ก้อนอุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ช้า จึงส่งผลให้ก้อนอุจจาระแข็ง และแห้งยิ่งขึ้นนั่นเอง 6 เคล็ดลับแก้ท้องผูก 1. ดื่มน้ำให้มาก ๆ Back to Basic ดื่มน้ำอุ่น ๆ สะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นจนน่าตกใจ! เพราะ การดื่มน้ำน้อยก็เป็นสาเหตุของท้องผูกได้ 2. น้ำผัก น้ำผลไม้สดๆ ผูกนักใช่มั้ย! เอาน้ำผัก น้ำผลไม้คั้นสด ๆ ไปแก้ซะเลย! ด้วยกากใยอ่อน ๆ ที่อยู่ในน้ำผลไม้เหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นลำไส้ และการย่อยอาหารให้ดีขึ้นนั่นเอง 3. ทานให้ตรงเวลา เลี่ยงโรคกระเพาะ อาการท้องผูก เป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งจากการทานยาลดกรด และเป็นอาการที่พบได้บ่อยเสียด้วย เพราะฉะนั้น คุณควรจะระวังเรื่องนี้เอาไว้ด้วย แต่ว่าถ้าคุณเป็นโรคกระเพาะ แล้วมีอาการท้องผูกร่วมด้วย และจำเป็นต้องกินยาลดกรด ก็ต้องระวังเรื่องอาหารให้มาก ท้องผูกทำไงดี เคล็ดลับแก้ท้องผูกเรื้อรังอย่างปลอดภัย I GED good life

ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้!

  ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้! 1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu) 2. โรคปอดบวม (Pneumonia) 3. โรคไข้หวัด (Common cold) 4. โรคหอบหืด (asthma) 5. โรคไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) 6. โรคอุจจาระร่วง (diarrhea) 7. โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease) 8. โรคหัด (Measles / Rubella) อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม พร้อมวิธีดูแลสุขภาพในช่วงปลายฝน ต้นหนาว ได้ที่นี่ คลิก -> ระวัง! 8 โรคยอดฮิต ช่วงปลายฝนต้นหนาว ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยง 8 โรคยอดฮิตนี้!

โรคลมชัก อันตรายที่อยู่ใกล้ตัว! มาดูผลกระทบ และการดูแลรักษากัน

  โรคลมชัก เป็นหนึ่งในโรคของกลุ่มโรคทางระบบประสาท ซึ่งโรคลมชักเกิดจาก ระบบกระแสประสาทในสมองเกิดการทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการชักขึ้นมา โรคลมชักมักจะพบมากในเด็กเล็ก ๆ อายุต่ำกว่า 2 ปี หรือผู้สูงอายุอายุมากกว่า 65 ปี โดยอาการชักนั้นมีหลายรูปแบบที่เราพบเจอได้ เช่น อาการชักเกร็ง เราจะเห็นตัวผู้ป่วย ตัวเกร็ง แข็ง อาการชักกระตุก ก็จะมีอาการชัก และกระตุกร่วมกัน และอาการชักเหม่อ ซึ่งจะสังเกตอาการได้ยาก เพราะ เป็นอาการชักที่นิ่งไปเฉย ๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้ อาการชักอาจจะเกิดช่วงเวลาสั้น ไม่นาน แล้วผู้ป่วยก็กลับมาเป็นปกติ ผลกระทบจากโรคลมชัก ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก อาจได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเข้าสังคม การเรียน และครอบครัว เป็นต้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา หรือไม่ให้ความร่วมมือกับแพทย์ในการทำการรักษา หากเกิดอาการขึ้นขณะทำงานที่มีความเสี่ยงกับความปลอดภัย หรือขับขี่ยานพาหนะ หรือใช้ชีวิตประจำวันอยู่ อาจมีความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้นะคะ ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยควรที่จะเข้ารับการรักษาทันท่วงที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็น โรคลมชัก อันตรายที่อยู่ใกล้ตัว! มาดูผลกระทบ และการดูแลรักษากัน

ไอเสียงแหบ แต่ไม่ได้เป็นหวัด เกิดจากอะไรนะ?

  เมื่อมีอาการไอ หลายคนมักคิดถึงโรคหวัดก่อนอย่างอื่น แต่ความจริงแล้ว ไอเป็นลักษณะอาการที่สามารถบอกโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะอาการไอเรื้อรัง ไอเสียงแหบ แห้ง ที่มักเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง   สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ไอเรื้อรัง ไอเสียงแหบ มาจากอะไรได้บ้าง ? – มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ไรฝุ่น หรือเชื้อไวรัสจากหวัดลงคอ สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการออกผ่านการไอ หากมีอาการคันยุบยิบที่ตา ร่วมกับจามเป็นระยะ อันนี้ก็แน่ใจได้เลยว่า คุณกำลังไอเพราะเป็นโรคภูมิแพ้! – โรคหอบหืด การไอแห้ง ๆ ติด ๆ กันเป็นจังหวะรัวเร็ว ที่มาพร้อมกับอาการหายใจไม่สะดวก เป็นสัญญาณว่าโรคหอบหืดได้มาเยือนคุณแล้ว บางครั้งอาจมาพร้อมกับอาการหายใจติดขัด เพราะระบบทางเดินหายใจอักเสบหรือติดเชื้อได้ด้วย และถ้าไอจนหอบ และมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วยทุกครั้งที่ไอ และรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคหอบหืดได้แล้ว – โรคกรดไหลย้อน ถ้าคุณไออย่างแรงเป็นพัก ๆ โดนเฉพาะหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ หรือทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอน และมีอาการแสบร้อนกลางอกและเสียงแหบทุกครั้งหลังไอเสร็จ ก็เป็นไปได้ว่าคุณเป็นเหยื่อของโรคกรดไหลย้อนเข้าแล้ว – ผลข้างเคียงจากยา ถ้าคุณเป็นโรคที่เกี่ยวกับความดัน และกำลังกินยาลดความดันกลุ่ม ไอเสียงแหบ แต่ไม่ได้เป็นหวัด เกิดจากอะไรนะ?

askexpert

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
    Cookies Details

Save